เพลง : พฬิสสูตรเบ็ดแห่งมายา (The Hook of Illusion)
[บทนำ]
ใต้ร่มไม้แห่งพระเชตวัน
เสียงธรรมก้องกังวานเหนือกาลสมัย
พระพุทธองค์ตรัสเตือนด้วยความห่วงใย
ถึงภัยที่ซ่อนอยู่ในสิ่งงดงาม
มิใช่ศัตรูถือดาบเข้าประจัญ
มิใช่พายุโหมกระหน่ำติดตาม
แต่เป็นเหยื่อหวานที่ล่อลวงใจงาม
ให้หลงตามโดยไม่รู้ตัว
[ท่อนที่ 1]
ปลาตัวหนึ่งในห้วงน้ำลึก
เห็นเหยื่อพลิ้วไหวอยู่ตรงหน้า
คิดว่าเป็นโชคที่ฟ้าประทานมา
จึงรีบคว้าโดยไม่ทันพิจารณา
ใต้ความหอมหวานของเหยื่อ
มีคมเบ็ดซ่อนอยู่ในเงา
เมื่อกลืนลงไปด้วยใจมัวเมา
ก็ยากหลุดพ้นจากความทุกข์ทน
ดังมนุษย์ในโลกแห่งชื่อเสียง
ที่วิ่งตามแสงไฟแห่งความสำเร็จ
เสียงสรรเสริญดังก้องไม่รู้เสร็จ
จนลืมมองความจริงในหัวใจ
[Pre-Chorus]
พระองค์ตรัสว่า “เบ็ด” นั้นคือ
ลาภ สักการะ และชื่อเสียง
ส่วน “พรานเบ็ด” คือมารผู้คอยล่อเลี้ยง
ให้หลงทางจากสันติภายใน
[Chorus]
อย่ากลืนเบ็ดแห่งมายา
แม้มันจะงดงามเพียงใด
จงใช้สติรักษาหัวใจ
ให้มั่นคงเหนือกระแสโลกา
ในยุคเอไอที่ทุกสิ่งเชื่อมโยง
ข้อมูลหลั่งไหลดั่งมหานทีใหญ่
จงใช้ปัญญาคัดกรองภายใน
อย่าให้ชื่อเสียงครอบงำวิญญาณ
[ท่อนที่ 2]
วันนี้โลกหมุนด้วยอัลกอริทึม
วัดคุณค่าด้วยยอดไลก์และยอดวิว
บางคนยอมแลกความจริงเพียงชั่วครู่
เพื่อชื่อที่ถูกพูดถึงทั่วแดนดิน
เอไอเรียนรู้จากสิ่งที่เราป้อน
ทั้งความงดงามและมลทิน
หากมนุษย์หลงในอัตตาจนเคยชิน
เทคโนโลยีก็อาจสะท้อนสิ่งนั้นคืนมา
แต่หากเราสร้างด้วยเมตตา
ใช้ปัญญานำหน้าความปรารถนา
เอไอจะกลายเป็นแสงแห่งศรัทธา
ช่วยเยียวยาโลกที่แตกร้าว
[Bridge]
อย่าให้ยอดผู้ติดตาม
กลายเป็นเครื่องวัดคุณค่าของคน
อย่าให้เสียงชื่นชมจากมวลชน
แทนที่ความดีในหัวใจ
เพราะความสงบมิได้อยู่บนเวที
มิได้อยู่ในคำสรรเสริญใด
แต่อยู่ในจิตที่รู้เท่าทันภายใน
และไม่ตกเป็นทาสของความอยาก
[Chorus]
อย่ากลืนเบ็ดแห่งมายา
แม้โลกจะยื่นมันมาให้ครอบครอง
จงรักษาความจริงให้เรืองรอง
เหนือเหยื่อล่อแห่งลาภยศทั้งปวง
ให้เอไอเป็นพลังแห่งปัญญา
ไม่ใช่เครื่องมือของความลุ่มหลง
ให้มนุษย์ทุกคนจับมือมั่นคง
สร้างสังคมที่เที่ยงธรรมและเข้าใจ
[Outro]
ปล่อยเหยื่อที่ล่อลวงให้ผ่านไป
ปล่อยอัตตาที่ผูกใจให้สลาย
เหลือเพียงเมตตาที่เปล่งประกาย
ดุจดวงดาวส่องทางยามมืดมน
เมื่อปัญญาเดินเคียงสติ
เมื่อเทคโนโลยีรับใช้ผู้คน
เบ็ดแห่งมายาจะไร้อิทธิพล
และสันติภาพจะผลิบานทั่วโลกา
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๒. พฬิสสูตร
[๕๓๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะ และชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ฯ [๕๓๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนปลาบางตัวเห็นแก่เหยื่อ กลืน เบ็ดที่พรานเบ็ดเกี่ยวเหยื่อหย่อนลงในห้วงน้ำลึก มันกลืนเบ็ดของพรานเบ็ดอย่างนี้ แล้ว ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ พรานเบ็ดพึงทำได้ตามความพอใจ ฉะนั้น ฯ [๕๔๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า "พรานเบ็ด" นี้เป็นชื่อของมารใจบาป คำว่า "เบ็ด" เป็นชื่อของลาภ สักการะและชื่อเสียง ภิกษุบางรูปยินดี พอใจ ลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เรากล่าวว่า กลืนเบ็ดของมาร ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ อันมารใจบาปพึงทำได้ตามความพอใจ ภิกษุทั้งหลาย ลาภ สักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การ บรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า อย่างนี้แล ฯ [๕๔๑] เพราะฉะนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลาย จักละ ลาภ สักการะและชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้วเสีย และลาภ สักการะและชื่อเสียง ที่บังเกิดขึ้นแล้ว จักครอบงำจิตของเราทั้งหลายตั้งอยู่ไม่ได้ เธอทั้งหลายพึงศึกษา อย่างนี้แหละ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น