วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567

IBSC จับมือศูนย์สิทธิมนุษยชน "ม.ออสโล นอร์เว" ผนึกกำลังร่วมกันปั้นนักพุทธสิทธิมนุษยชนต้นแบบ


โครงการพัฒนานักพุทธสิทธิมนุษยชนต้นแบบนี้สามารถเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมไทย และควรได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน.

 15-17 พฤศจิกายน 2567 ณ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาจุฬาฯ วังน้อย ภายใต้  MoU ระหว่างสองสถาบัน IBSC ร่วมกับศูนย์สิทธิมนุษยชน ม.ออสโล ประเทศนอร์เว ทั้ง พระธรรมหรรษา ศ.ดร.อิสริน ดร.อีกิล และ ดร.เจนนี ศ.ดร.โสรัจ ดร.ศรีประภา ดร.สานุ ดร.บุญช่วย ได้ร่วมมือกันถอดบทเรียนองค์ความรู้แลัฝะประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อพัฒนาและฝึกอบรมนักพุทธสิทธิมนุษยชนต้นแบบในกลุ่มประเทศเอเชีย เพื่อออกไปทำงานรับใช้สังคม

 ตลอดระยะเวลาทั้ง 3 วันของการฝึกอบรมในหลักสูตร Co-Pilot Certificate on  Buddhism and Human Right นั้น จะเน้นทั้งภาคทฤษฏีที่เป็นองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนจากชุดความคิดหลักในพระพุทธศาสนา และ Universal Declaration of Human Right หรือกรอบคิดของปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ ทั้งการถอดบทเรียนการทำงานของวิทยาลัยในยุโรปและไทย รวมถึงการลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านพหุวัฒนธรรมสามความเชื่อทางศาสนาในจังหวัดอยุธยา 

 สิ่งที่น่าสนใจคือ เงื่อนไขการรับวุฒิบัตรจากสองมหาวิทยาลัยนั้น ผู้เรียนจะต้อง #นำธรรมไปทำ โดยการลงพื้นที่นำองค์ความรู้ไปทำงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วถอดบทเรียนออกมาเป็นบทความทางวิชาการผ่านการปฏิบัติการในพื้นที่ต่างๆ มานำเสนอบนเวทีระดับนานาชาติอีกครั้ง ถ้าผลงานเป็นไปตามเกณฑ์ก็จะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และรับวุฒิบัตรผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในหลักสูตรนี้

 ข้อสังเกตประการหนึ่งจากการประเมินผู้สนใจ๋านการคัดเลือก จำนวน 30 รูปคน  คือ ส่วนใหญ่จะมาจากประเทศจีน รองลงมาคือพม่า และเวียดนาม ส่วนประเทศไทยผ่านการคัดเลือกมาเรียนเพียงพระรูปเดียวเท่านั้น เหตุผลที่สอบถามพบว่าสอดรับกันคือ ประเทศจีนนั้น คนรุ่นใหม่ ทั้งพระและฆราวาสตื่นตัวสนใจประเด็นสิทธิมนุษยชนค่อนข้างมาก อึกทั้งเทศพม่าเองก็กำลังเผชิญหน้ากับการตั้งคำถามว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน หนึ่งในผู้เรียนมาจากรัฐยะไข่ด้วย

 สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย แม้จะมีองค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่จัดการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งมหิดล ธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์ รวมถึงหลักสูตรสันติศึกษา มหาจุฬาฯ ที่ทุ่มเททำงานด้านนี้ และสนใจศึกษาพัฒนาต่อยอดนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติ 

 อย่างไรก็ตาม นักวิชาการจากนอร์เวที่เติบโตในประเทศที่ใส่ใจด้านสิทธิมนุษยชนมายาวนานก็ยังมองว่า การ Implement กรอบคิดปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนยังมีน้อย และหลายเรื่องยังต้องกระตุ้นให้ลงมือปฏิบัติอย่างเป็นจริงเป็นจังให้เป็นรูปธรรมต่อไป 

 ถึงกระนั้น สิ่งที่นักวิชาการและนักปฏิบัติจากนอร์เวก็ยังมองอย่างเข้าใจเช่นกันว่า ด้วยเหตุที่บริบท และประวัติศาสตร์ที่ต่างกันของสองประเทศ ก็เป็นเหตุให้เข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดสิทธิมนุษยชนในไทยจึงมีพัฒนาการเช่นนั้น แต่ท่านเหล่านี้ก็ย้ำว่า บริบทเหล่านี้ไม่ควรเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้สังคมไทยละเลยการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมกับเพื่อนร่วมสังคม และควรนำประเด็นสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสังคมไทย



วิเคราะห์ปั้นนักพุทธสิทธิมนุษยชนต้นแบบ 

1. ความเป็นมาและสภาพปัญหา

การฝึกอบรมและพัฒนานักพุทธสิทธิมนุษยชนต้นแบบเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง IBSC (International Buddhist Studies College) และศูนย์สิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เว โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนในบริบททางพุทธศาสนา การสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้มนุษยชาติดำรงอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข ทว่า ปัจจุบันในสังคมไทยและภูมิภาคเอเชียยังประสบกับปัญหาความเข้าใจที่จำกัดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในแง่ของการปฏิบัติจริง หลายประเด็นยังไม่ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน

2. หลักการและอุดมการณ์

หลักการของการพัฒนานักพุทธสิทธิมนุษยชนต้นแบบ คือการนำหลักพุทธธรรม อาทิ เมตตา กรุณา และสติ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับกรอบคิดสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากล เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมที่เป็นธรรม อุดมการณ์ของโครงการนี้มุ่งเน้นการปั้นผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงและถ่ายทอดคุณค่าด้านสิทธิมนุษยชนผ่านมุมมองพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง และนำไปสู่การพัฒนาสังคมที่อยู่ร่วมกันด้วยความเคารพในสิทธิและเสรีภาพของทุกคน



3. วิธีการและแผนยุทธศาสตร์

การอบรมในหลักสูตร Co-Pilot Certificate on Buddhism and Human Rights เน้นทั้งการให้ความรู้เชิงทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ การถอดบทเรียน และการลงพื้นที่ โดยผู้เข้าอบรมต้องนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง นอกจากนี้ยังมีแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ยั่งยืน

4. โครงการและผลกระทบต่อสังคมไทย

การอบรมนี้ส่งผลให้เกิดนักพุทธสิทธิมนุษยชนรุ่นใหม่ที่สามารถถ่ายทอดและใช้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนในทางปฏิบัติ การลงพื้นที่เพื่อศึกษาพหุวัฒนธรรมและการเผชิญหน้ากับความหลากหลายทางศาสนาช่วยส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุขและลดการเลือกปฏิบัติ โครงการนี้มีศักยภาพในการกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมความเข้าใจสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและศาสนาของไทย

5. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา - ควรขยายความร่วมมือในระดับสากลเพื่อเพิ่มความเข้าใจและแนวทางการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนในบริบทพุทธศาสนาให้กว้างขวางขึ้น

ปรับใช้หลักพุทธธรรมในสังคมไทย - นโยบายควรมุ่งเน้นการนำหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการแก้ไขปัญหาสังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมและปราศจากการเลือกปฏิบัติ

กระตุ้นความสนใจและพัฒนาศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ - ควรจัดให้มีการฝึกอบรมและเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อสร้างนักพุทธสิทธิมนุษยชนที่มีคุณภาพและสามารถปฏิบัติงานในสังคมได้จริง

สร้างแผนยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน - ควรกำหนดเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เคารพในสิทธิมนุษยชน โดยอิงหลักธรรมทางพุทธศาสนาเป็นแนวทางสำคัญ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...