วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เพลง: กกุธสูตรคนเหนือสุขเหนือทุกข์


เพลง: 
กกุธสูตรคนเหนือสุขเหนือทุกข์

[Verse 1]

ในคืนสงัดแห่งอัญชนวัน
ดาวพราวสว่างกลางสายลมไหว
เทวบุตรผู้มีรัศมีไกล
ก้าวมาเฝ้าองค์พระศาสดา

ยืนสงบอยู่เบื้องพระพักตร์
ด้วยใจอยากรู้ความจริงล้ำค่า
“พระองค์ทรงสุขอยู่หรือหนา
หรือมีน้ำตาแห่งความอาวรณ์”

[Pre-Chorus]
แต่พระองค์ตรัสด้วยเสียงอ่อนโยน
ดังสายน้ำเย็นแห่งธรรมสุนทร

[Chorus]
เราไม่ได้สุข เพราะไม่มีสิ่งให้ยึดถือ
เราไม่ได้ทุกข์ เพราะไม่มีสิ่งใดสูญหาย
เมื่อดับความอยากในหัวใจ
ก็พ้นจากคืนวันแห่งวุ่นวาย

เหนือความยินดี เหนือความเศร้า
เหนือเงาของคำว่าได้หรือเสียไป
ผู้ข้ามพ้นเครื่องข้องทั้งหลาย
คือผู้เป็นอิสระภายในนิรันดร์

[Verse 2]
เทวบุตรถามด้วยความสงสัย
“แล้วเหตุใดพระองค์ไม่เหงาใจ
เมื่อประทับอยู่เพียงลำพัง
ไร้ความบันเทิงแห่งโลกา”

พระพุทธองค์ตรัสตอบกลับ
ด้วยธรรมอันลึกเกินค้นหา
“ผู้มีสุข ย่อมมีทุกข์ตามมา
ผู้ยึดสุขา ย่อมหวั่นไหว”

[Bridge]
เมื่อใจไม่ดิ้นรนหาอะไร
ก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดจากไป
เมื่อใจไม่แบกความหมายใด
โลกทั้งใบก็เบาสบาย

ไม่มีโซ่ตรวนแห่งตัณหา
ไม่มีน้ำตาแห่งอาลัย
ดุจฟ้าสงบหลังพายุใหญ่
สว่างไสวด้วยธรรมภายใน

[Chorus]
เราไม่ได้สุข เพราะไม่มีสิ่งให้ยึดถือ
เราไม่ได้ทุกข์ เพราะไม่มีสิ่งใดสูญหาย
เมื่อดับความอยากในหัวใจ
ก็พ้นจากคืนวันแห่งวุ่นวาย

เหนือความยินดี เหนือความเศร้า
เหนือเงาของคำว่าได้หรือเสียไป
ผู้ข้ามพ้นเครื่องข้องทั้งหลาย
คือผู้เป็นอิสระภายในนิรันดร์

[Outro]
กกุธเทพน้อมใจกราบลง
กลางแสงธรรมอันงดงาม
“นานนักจึงได้พบผู้ข้าม
สุขและทุกข์…สู่ฝั่งนิพพาน”

 คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง  


กกุธสูตรที่ ๘

             [๒๖๖] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้-
             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระอัญชนวัน สถาน
พระราชทานอภัยแก่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ครั้งนั้น กกุธเทวบุตร เมื่อราตรี
ปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณงามยิ่งนัก ยังอัญชนวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้
ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
             [๒๖๗] กกุธเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูล
พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระสมณะ พระองค์ทรงยินดีอยู่หรือ ฯ
             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรผู้มีอายุ เราได้อะไรจึงจะยินดี ฯ
             กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระสมณะ ถ้าอย่างนั้นพระองค์ทรง
เศร้าโศกอยู่หรือ ฯ
             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรผู้มีอายุ เราเสื่อมอะไรจึงจะเศร้าโศก ฯ
             กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระสมณะ ถ้าอย่างนั้นพระองค์ไม่ทรง
ยินดีเลย ไม่ทรงเศร้าโศกเลยหรือ ฯ
             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นเช่นนั้นผู้มีอายุ ฯ
             [๒๖๘] กกุธเทวบุตร กราบทูลว่า
                          ข้าแต่ภิกษุ พระองค์ไม่มีทุกข์บ้างหรือ ความเพลิดเพลิน
                          ไม่มีบ้างหรือ ความเบื่อหน่ายไม่ครอบงำพระองค์ผู้ประทับนั่ง
                          แต่พระองค์เดียวบ้างหรือ ฯ
             [๒๖๙] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
                          ดูกรท่านผู้อันคนบูชา เราไม่มีทุกข์เลย และความเพลิดเพลิน
                          ก็ไม่มี อนึ่ง ความเบื่อหน่าย ก็ไม่ครอบงำเราผู้นั่งแต่
                          ผู้เดียว ฯ
             [๒๗๐] กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า
                          ข้าแต่ภิกษุ ทำไมพระองค์จึงไม่มีทุกข์ ทำไมความเพลิดเพลิน
                          จึงไม่มี ทำไมความเบื่อหน่าย จึงไม่ครอบงำพระองค์ผู้นั่ง
             แต่ผู้เดียว ฯ
             [๒๗๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
                          ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลิน
                          นั่นแหละ จึงมีทุกข์ ภิกษุย่อมเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลิน
                          ไม่มีทุกข์ ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ผู้มีอายุ ฯ
             [๒๗๒] กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า
                          นานหนอ ข้าพระองค์จึงพบเห็นภิกษุ ผู้เป็นพราหมณ์
                          ดับรอบแล้ว ไม่มีความเพลิดเพลิน ไม่มีทุกข์ ข้ามพ้น
                          เครื่องข้องในโลกแล้ว ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เจาะลึก “สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๓” พุทธนิติศาสตร์ว่าด้วย “ทุฏฐุลลวาจา” ต้นแบบกฎหมายคุ้มครองศักดิ์ศรีสตรีจากการคุกคามทางเพศด้วยวาจา

  นักวิชาการวิเคราะห์เชิงลึก “สังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๓” ในพระวินัยปิฎก ชี้เป็นระบบกฎหมายพุทธอันล้ำยุคที่มุ่งป้องกัน “การคุกคามทางเพศด้วยวาจา”...