วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563

อธิการบดี"มจร"ยันวิปัสสนากรรมฐาน วิธีการทำให้มนุษย์ฉลาดกว่า AI


 

จึงพัฒนาบุคลากรและนิสิต มุ่งพัฒนาขันธ์ 5 ตามกรอบไตรสิกขา  ท่ามกลางความผันผวนไม่แน่นอนซับซ้อนคลุมเครือของสังคม

วันที่ 10 ธันวาคม  2563 พระปราโมทย์  วาทโกวิโท,ดร.อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์การฝึกวิปัสสนากรรมฐานนานาชาติ  เปิดเผยว่า พระราชปริยัติกวี,ศ.ดร. อธิการบดี มจร ได้บริหารมหาวิทยาลัยในสถานการณ์ของโควิดซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนไม่แน่นอนซับซ้อนคลุมเครือ ในสถานการณ์ปัจจุบันของสังคมโลก 

แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเเข็งและเป็นเสน่ห์คือ นโยบายของการให้บุคลากรทุกส่วนงานของมหาจุฬาได้สวดมนต์และปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทุกวันจันทร์ของเดือน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางด้านจิตใจเพื่อให้งานที่ทำมีความสมบูรณ์ เป็นภาพที่งดงามยิ่งสำหรับมหาวิทยาลัยสงฆ์ โดยไม่ได้เน้นเฉพาะบุคลากรมหาจุฬาแต่ยังมีนโยบายไปถึงนิสิตระดับตรี โท เอก ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน นิสิตหลายท่านสะท้อนสิ่งที่ได้มากที่สุดจากมหาจุฬาคือ วิชาวิปัสสนากรรมฐาน เพราะเป็นวิชาที่ทำให้รู้จักตนเองมากที่สุด        

ทั้งนี้พระราชปริยัติกวี ได้บรรยายเกี่ยวกับการศึกษาพัฒนาขันธ์ 5  ที่ศูนย์พัฒนาศาสนาแคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ช่วงของการปฏิบัติธรรมประจำปี 2563 ตอนสำคัญว่า การศึกษาทางพระพุทธศาสนาจะต้องผ่านปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เราจึงต้องตอบคำถามของตนเอง 3 ประการ คือ  ขันธ์ 5 คืออะไร ด้วยการศึกษาถึงเวทนากำหนดรู้เท่าทันกับความเจ็บปวดของรูปนาม ขันธ์ 5 เป็นอย่างไร ด้วยศึกษาตามกฏของไตรลักษณ์เป็นธรรมพื้นฐาน ขันธ์ 5 ควรดำเนินเป็นไปอย่างไร ด้วยการศึกษาตามปฏิจจสมุปบาท  เราจึงใช้คำว่า สติเป็นฐาน โดยมีความเชื่อมโยงกับสติปัฏฐาน วิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งมีความหมายเดียวกัน การศึกษาจึงเป็นการพัฒนาขันธ์ 5 ด้วยการใช้ไตรสิกขา โดยขันธ์ 5 ประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ  ซึ่งล้วนจะต้องใช้ปัญญา 

โดยปัญญาทางพระพุทธศาสนาสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประการ คือ 1)ปัญญาติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทุกคนมีอยู่แล้ว  2)ปัญญาในการรักษาตนเอง ปัญญาในการประกอบอาชีพ 3)ปัญญาด้วยการเห็นแจ้งด้วยวิปัสสนากรรมฐานโดยใช้ไตรสิกขาเป็นเครื่องมือ มีกรอบใหญ่เป็นสติปัฏฐาน ในการพัฒนานั้นจะต้องอาศัยหลักสัปปายะทั้ง 7  เช่น สถานที่สะดวก อาหารที่เอื้อเกื้อกูล บุคคลเป็นกัลยาณมิตร การถ่ายทอดสื่อสารเป็นวจีสุจริต อากาศเย็นสบาย จะเข้ากับหลักมหาสติปัฏฐานสูตร แม้ทุกศาสนาก็มีวิธีการพัฒนามาจากภายในแต่วิธีแตกต่างกัน เวลาปฏิบัติเป็นธรรมดาของคนที่มีสักกายทิฏฐิจะเกิดขึ้น คือ 1) เอตํ มม แปลว่า  นั่นของเรา เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกขณะจิต ขนาดไม่เป็นของเรายังบอกว่า นั่นของเรา 2) เอโสหมสฺมิ เราเป็นนั่น เรื่องตำแหน่งต่างๆ ความอยากจะเป็น เป็นนั่นเป็นนี่  3) เอโส เม อตฺต นั่นอัตตาของเรา ซึ่งสักกายทิฏฐิถ้าคลายไม่ได้ชีวิตจะพังเพราะมีโลภะ โทสะ โมหะ    

การศึกษาจึงเป็นการพัฒนาขันธ์ 5 ตามแนวทางของไตรสิกขาคือ ศีล สมาธิ ปัญญา แม้โลกธรรมจะเกิดขึ้นกับเราอย่างไรก็ตาม จึงต้องรู้เท่าทันผ่านการพัฒนาของตนเอง แม้โลกจะพัฒนาก้าวไกลถึงระดับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่การพัฒนาด้านจิตใจยิ่งต้องพัฒนาให้มากเท่านั้น การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานถือว่าเป็นการฝึดหัดขัดเกลาตนเอง บริหารจิตเจริญปัญญาพัฒนาตนเอง เป็นวิธีการยอดเยี่ยมถือว่าเป็นหนึ่งเดียวของหลักการพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด เป็นคนชาติไหน เมื่อจะฝึกหัดขัดเกลาพัฒนาตนเองให้มีความเจริญทางด้านร่างกายและจิตใจ จะใช้หลักกรรมฐานทั้งนั้น เพียงแต่รูปแบบของการปฏิบัติมีความแตกต่างออกไป บางศาสนาอาจจะใช้วิธีการนั่ง การเดิน การนอน สวดมนต์ นั่งดูลมหายใจ หรือมีการทำกิจกรรมร่วมกัน แต่มีเป้าหมายคือพัฒนาจิตใจ ขั้นตอนของการพัฒนาจิตใจเริ่มจากการทำสติให้มีความเข้มแข็ง สติเป็นจุดเริ่มต้นของคุณงามความดี เริ่มจากสติจบด้วยอนุปาทาปรินิพพาน มีเส้นทางที่ชัดเจน บางศาสนาไม่ได้ไปถึงนิพพานแต่มีเป้าหมายให้ตนเองมีความเข้มแข็ง เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน ในสังคมปัจจุบันการบริหารจิตเจริญปัญญา เป็นไปเพื่อเป้าหมาย 

1) การทำตนเองให้จิตนิ่งมั่นคง เพื่อปัญญาความรู้จากการศึกษา เพราะเมื่อจิตนิ่งจะสามารถใช้ปัญญาได้อย่างเต็มที่  ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา เพราะวิทยาการใหม่ๆ อยู่รูปของเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งอำนวยความสะดวกมีเพียงพอ คนที่ได้เปรียบเป็นคนที่มีจิตนิ่งด้วยการสามารถไปรวบเอาสิ่งต่างๆ มาสร้างนวัตกรรม บุคคลที่สามารถสร้างนวัตกรรมได้ เกิดจากการมีจิตใจนิ่งมีความมั่นคง มีการครุ่นคิดใช้โยนิโสมนสิการ กรรมฐานโดยความหมายคือ กิจกรรมหรือการทำงานที่เป็นฐานแห่งการบรรลุผลที่วิเศษเรียกว่ากรรมฐาน    

2) ปัญญาประดิษฐ์ หรือ  AI ป็นหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรจะมาทำงานแทนมนุษย์ในอนาคตนี้โดยจะมีความฉลาดกว่ามนุษย์ แต่ AI ไม่ใช่มนุษย์ แต่จะฉลาดกว่ามนุษย์ วิธีเดียวที่มนุษย์จะฉลาดได้คือ กลับมาดูตนเองจะสามารถสู้กับปัญญาประดิษฐ์ได้ หุ่นยนต์ไม่มีมโนทัศน์ ฉลาดได้โดยอาศัยข้อมูลที่มนุษย์ป้อนเข้าไป มนุษย์เป็นผู้ควบคุม แต่การป้อนข้อมูลจะบอกเชิงบวกหรือเชิงลบ เป็นเรื่องที่น่ากลัว กรรมฐานจะช่วยควบคุมทัศนคติให้เป็นสัมมาทิฐิตลอดเวลา ฉลาดแต่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์สังคมโลก กรรมฐานจะมีประโยชน์มาก หรืออาจจะมีคนใส่ข้อมูลเชิงทำลายล้างเข้าไป คนที่มีสัมมาทิฐิมีวิธีการในการบริหารควบคุมทิศทางด้วยอาศัยกรรมฐาน 

3) การดำเนินชีวิต เพื่อโลกิยวิสัย  หลักกรรมฐานเท่านั้นจะช่วยให้มนุษย์มีกิเลสที่เบาบางพัฒนาต่อยอดไปเรื่อย จนบรรลุเป็นอรหันต์  

พระปราโมทย์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น นโยบายด้านกรรมฐานของท่านอธิการบดีมหาจุฬาฯ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรแม้จะมีภาระงานที่มากมาย จะต้องกลับมาพัฒนาภายในตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนิสิตของมหาจุฬาทุกระดับชั้นทั้งในและต่างประเทศทุกนิกาย แม้สถานการณ์ของสังคมจะมีความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน คลุมเครือ ยิ่งจะต้องปฏิบัติพัฒนาตนไม่ให้ออกนอกเส้นทาง จึงขอชื่นชมนโยบายกรรมฐานถือว่าเป็นจุดแข็งของมหาจุฬาสู่การปฏิบัติเพื่อเกิดความยั่งยืนต่อไป     


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...