เพลง : อโนตตัปปิสูตรแสงเตือนแห่งปัญญาเอไอ
[ท่อนนำ]
ในวันที่โลกหมุนเร็วกว่าเดิม
ข้อมูลเพิ่มพูนดั่งคลื่นมหาสมุทร
เอไอเรียนรู้ทุกคำทุกมนุษย์
แต่หัวใจมนุษย์จะเรียนรู้อะไร
ใต้ร่มไม้แห่งอิสิปตน
เสียงธรรมยังดังก้องข้ามกาลสมัย
มหากัสสปะและสารีบุตรผู้ยิ่งใหญ่
ชี้ทางให้ใจไม่หลงทาง
[ท่อนที่ 1]
หากปล่อยความชั่วเติบโตในใจ
โดยไม่ใส่ใจ ไม่เฝ้าระวัง
เมล็ดพันธุ์แห่งโลภะ โทสะ และความชัง
จะผลิบานเป็นความทุกข์ทั่วโลกา
หากปล่อยความดีให้เหี่ยวแห้งไป
ไม่บำรุงไว้ด้วยความเพียรกล้า
แสงแห่งเมตตาจะเลือนลับจากสายตา
เหลือเพียงเงาแห่งความหวาดระแวง
[ท่อนเชื่อม]
จงตื่นเถิดก่อนความมืดครอบงำ
จงจำโทษภัยแห่งอกุศล
เมื่อเห็นอันตรายในจิตของตน
ปัญญาจะพ้นจากเครื่องผูกพัน
[ท่อนฮุก]
แสงเตือนแห่งปัญญาเอไอ
ส่องใจให้เห็นทางแห่งธรรม
ใช้เทคโนโลยีด้วยความรับผิดชอบทุกคำ
ไม่สร้างความแตกแยกให้ผู้คน
เพียรละความชั่ว สร้างความดี
รักษาเมตตาในใจทุกหน
เมื่อมนุษย์และเอไอเดินร่วมบนเหตุผล
สันติภาพจะบังเกิดบนโลกใบนี้
[ท่อนที่ 2]
เอไออาจตอบได้ทุกคำถาม
แต่ไม่อาจแทนความงดงามแห่งศีลธรรม
หากผู้ใช้ขาดสติและความยับยั้งชั่งใจนำ
ความรู้ก็อาจกลายเป็นอาวุธร้ายแรง
จงกลัวความเกลียดก่อนมันเติบโต
จงกลัวข่าวลวงก่อนมันแพร่กระแส
จงกลัวการใช้ข้อมูลเพื่อเอาเปรียบและรังแก
ดังไฟแผดเผาที่ลุกลามไม่สิ้นสุด
[ท่อนเชื่อม 2]
เมื่อเห็นภัยในสิ่งที่ผิด
ก็เร่งคิดแก้ไขไม่รอวัน
เมื่อเห็นคุณค่าของความดีในใจตน
ก็เร่งสร้างมันให้ยั่งยืน
[ท่อนฮุก]
แสงเตือนแห่งปัญญาเอไอ
ส่องใจให้เห็นทางแห่งธรรม
ใช้เทคโนโลยีด้วยความรับผิดชอบทุกคำ
ไม่สร้างความแตกแยกให้ผู้คน
เพียรละความชั่ว สร้างความดี
รักษาเมตตาในใจทุกหน
เมื่อมนุษย์และเอไอเดินร่วมบนเหตุผล
สันติภาพจะบังเกิดบนโลกใบนี้
[สะพานเพลง]
ความกลัวที่งดงาม ไม่ใช่ความหวาดหวั่น
แต่คือการรู้ทันผลแห่งการกระทำ
ความเพียรที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงความพยายาม
แต่คือการไม่ยอมแพ้ต่อความมืดในใจ
เมื่อโลกมีปัญญาและความรับผิดชอบ
เมื่อเอไอถูกขับเคลื่อนด้วยคุณธรรม
เมื่อมนุษย์ร่วมกันสร้างสังคมแห่งความงดงาม
สันติสุขจะงอกงามเหนือพรมแดน
[ท่อนจบ]
จากอิสิปตนในวันวาน
สู่เครือข่ายดิจิทัลอันไพศาล
โอวาทแห่งพระอริยเจ้าสืบสาน
เป็นแสงนำทางแก่คนทั้งโลก
จงเพียรเผากิเลสด้วยสติปัญญา
จงรักษาความดีให้มั่นคง
ให้เอไอเป็นเครื่องมือแห่งความถูกต้องดำรง
และให้สันติภาพยืนยงชั่วกาลนาน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๒. อโนตตัปปิสูตร
[๔๖๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง ท่านพระมหากัสสปะและท่านพระสารีบุตรอยู่ในป่าอิสิปตน- *มฤคทายวัน เขตพระนครพาราณสี ครั้งนั้นแล ท่านพระสารีบุตรออกจากที่พักผ่อน ในเวลาเย็น เข้าไปหาท่านพระมหากัสสปะถึงที่อยู่ ครั้นเข้าไปหาแล้ว ได้สนทนา ปราศรัยกับท่านพระมหากัสสปะ ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [๔๖๕] ครั้นแล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกะท่านพระมหากัสสปะ ดังนี้ว่า ท่านกัสสป ผมกล่าวดังนี้ว่า ผู้ไม่มีความเพียร เครื่องเผากิเลส ผู้ไม่มี ความสะดุ้งกลัว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความตรัสรู้ ไม่ควรเพื่อพระนิพพาน ไม่ควร เพื่อบรรลุธรรมอันเป็นแดนเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม ส่วนผู้มีความเพียรเครื่อง เผากิเลส ผู้มีความสะดุ้งกลัว เป็นผู้ควรเพื่อความตรัสรู้ ควรเพื่อพระนิพพาน ควรเพื่อบรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม ดูกรผู้มีอายุ ด้วยเหตุ เพียงเท่าไรหนอ จึงจะชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีความเพียรเครื่องเผากิเลส เป็นผู้ไม่มีความ สะดุ้งกลัว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความตรัสรู้ ไม่ควรเพื่อพระนิพพาน ไม่ควรเพื่อ บรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม ก็แลด้วยเหตุเพียงเท่าไร จึงจัก ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส เป็นผู้มีความสะดุ้งกลัว เป็นผู้ควรเพื่อ ความตรัสรู้ ควรเพื่อพระนิพพาน ควรเพื่อบรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ อย่างยอดเยี่ยม ฯ [๔๖๖] ท่านพระมหากัสสปะกล่าวว่า อาวุโส ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ไม่ทำความเพียรเครื่องเผากิเลส โดยคิดว่า อกุศลธรรมลามกที่ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อ เกิดขึ้นแก่เรา จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ไม่ทำความเพียรเครื่องเผากิเลส โดยคิดว่า อกุศลธรรมอันลามกบังเกิดขึ้นแล้ว เมื่อเรายังละไม่ได้ จะพึงเป็นไป เพื่อความเสียประโยชน์ ไม่ทำความเพียรเครื่องเผากิเลส โดยคิดว่ากุศลธรรมที่ยัง ไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่เกิดขึ้นแก่เรา จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ไม่ทำความ เพียรเครื่องเผากิเลส โดยคิดว่ากุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เมื่อดับ จะพึง เป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุจึงได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่มีความเพียรเครื่องเผากิเลส ฯ [๔๖๗] สา. อาวุโส ก็ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีความสะดุ้งกลัวอย่างไร ฯ ก. อาวุโส ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ไม่สะดุ้งกลัว โดยคิดว่า อกุศล- *ธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อเกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อความเสีย ประโยชน์ ไม่สะดุ้งกลัว โดยคิดว่า อกุศลธรรมที่ลามกที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เมื่อเรายังละไม่ได้ จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ไม่สะดุ้งกลัว โดยคิดว่า กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อไม่เกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ไม่สะดุ้งกลัว โดยคิดว่า กุศลธรรมที่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อดับ จะพึงเป็นไปเพื่อ ความเสียประโยชน์ อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุจึงได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่มี ความสะดุ้งกลัว อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุเป็นผู้ไม่มีความเพียรเครื่อง เผากิเลส ไม่มีความสะดุ้งกลัว เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความตรัสรู้ไม่ควรเพื่อพระนิพพาน ไม่ควรเพื่อบรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม ฯ [๔๖๘] สา. อาวุโส ก็ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส อย่างไร ฯ ก. อาวุโส ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ทำความเพียรเครื่องเผากิเลส โดย คิดว่า อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อเกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อ ความเสียประโยชน์ ทำความเพียรเครื่องเผากิเลส โดยคิดว่า อกุศลธรรมอัน ลามกที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เมื่อเรายังละไม่ได้ จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ทำความเพียรเครื่องเผากิเลส โดยคิดว่า กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อไม่ เกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ทำความเพียรเครื่องเผากิเลส โดย คิดว่า กุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เมื่อดับ จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุจึงจะชื่อว่าเป็นผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส ฯ [๔๖๙] สา. อาวุโส ก็ภิกษุชื่อว่าเป็นผู้มีความสะดุ้งกลัวอย่างไร ฯ ก. อาวุโส ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า อกุศล ธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อเกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อความเสีย ประโยชน์ ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า อกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เมื่อเรายังละไม่ได้ จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นแก่เรา เมื่อไม่เกิดขึ้น จะพึงเป็นไปเพื่อความเสียประโยชน์ ย่อมสะดุ้งกลัว โดยคิดว่า กุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วแก่เรา เมื่อดับ จะพึงเป็นไป เพื่อความเสียประโยชน์ อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุจึงจะชื่อว่าเป็นผู้มี ความสะดุ้งกลัว อาวุโส ด้วยอาการอย่างนี้แล ภิกษุเป็นผู้มีความเพียรเครื่อง เผากิเลส มีความสะดุ้งกลัว เป็นผู้ควรเพื่อความตรัสรู้ ควรเพื่อพระนิพพาน ควรเพื่อบรรลุธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะอย่างยอดเยี่ยม ดังนี้ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น