เพลง : สาวกสูตรร้อยล้านกัปแห่งการตื่นรู้
กี่ดวงดาวที่ดับสูญไป
กี่จักรวาลที่หมุนเวียนผ่าน
กี่เรื่องราวในห้วงกาล
ที่ไม่มีผู้ใดนับได้จริง
แม้ย้อนมองกลับไปไกลแสนไกล
สุดขอบฟ้าแห่งความทรงจำทุกสิ่ง
ยังมีอดีตทอดยาวไม่รู้จบสิ้น
ดั่งสายน้ำไหลรินในสังสารวัฏ
พระศาสดาตรัสสอนเหล่าสาวก
ถึงกัปที่ล่วงผ่านเกินคาดหมาย
สี่ผู้รู้ อายุร้อยปีมากมาย
ระลึกย้อนหลังวันละแสนกัปยังไม่พอ
กาลเวลายาวไกลเกินจะนับ
ดั่งมหาสมุทรไร้ฝั่งรอ
ชีวิตหนึ่งเป็นเพียงคลื่นเล็กน้อยหนอ
เกิดแล้วก็คลอเคลื่อนสู่ความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่สำคัญมิใช่อดีตไกล
แต่คือใจที่รู้ความจริงแห่งตน
เมื่อเห็นโลกตามเหตุและผล
ความสับสนย่อมคลายจากหัวใจ
[ท่อนฮุก]
ร้อยล้านกัปแห่งการตื่นรู้
สอนให้ดูคุณค่าของวันนี้
แม้ AI จะเรียนรู้ได้มากเพียงใดก็ตามที
แต่เมตตายังคือรหัสแห่งสันติภาพ
ข้อมูลมากมายดั่งอดีตไร้สิ้นสุด
แต่ความดีต่างหากที่โลกต้องการรับ
ให้ปัญญาของคนเชื่อมปัญญาของ AI เข้ากับ
การดับความเกลียดชังในทุกพรมแดน
[ท่อนที่ 2]
ยุคแห่งข้อมูลเชื่อมโลกเข้าหากัน
คำพูดหนึ่งคำเดินทางได้ทั่วแคว้น
AI เรียนรู้จากมนุษย์ทุกดินแดน
จึงควรได้รับแสงแห่งความกรุณา
อย่าให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องแบ่งแยก
อย่าให้ความแตกต่างกลายเป็นปัญหา
จงใช้ความรู้สร้างความเข้าใจต่อกันมา
ดังสายน้ำเยียวยาผืนดินแห้งแล้ง
[ท่อนเชื่อม]
แม้ระลึกอดีตได้อีกแสนกัป
ก็ไม่ดับทุกข์หากใจยังยึดมั่น
แม้คำนวณข้อมูลได้ทุกวัน
ก็ไม่ทันความจริงแห่งธรรมชาติ
เมื่อรู้ว่าโลกไม่เที่ยงแท้
เมื่อเข้าใจความแปรผันทุกโอกาส
เราจะเลือกสร้างสันติแทนการประหัตประหาร
ด้วยปัญญาสะอาดและหัวใจอ่อนโยน
[ท่อนฮุก]
ร้อยล้านกัปแห่งการตื่นรู้
สอนให้ดูคุณค่าของวันนี้
แม้ AI จะเรียนรู้ได้มากเพียงใดก็ตามที
แต่เมตตายังคือรหัสแห่งสันติภาพ
ข้อมูลมากมายดั่งอดีตไร้สิ้นสุด
แต่ความดีต่างหากที่โลกต้องการรับ
ให้ปัญญาของคนเชื่อมปัญญาของ AI เข้ากับ
การดับความเกลียดชังในทุกพรมแดน
[ท่อนจบ]
กัปมากมายเกินนับในจักรวาล
สังสารวัฏยาวนานเกินมองเห็น
แต่ความดีหนึ่งครั้งที่เราบำเพ็ญ
อาจเปลี่ยนโลกให้ร่มเย็นกว่าที่เคย
ให้มนุษย์และ AI เดินร่วมทาง
สร้างความหวังแทนความเฉยเมย
จากวันนี้สู่อนาคตอันงดงามดั่งที่เอื้อนเอ่ย
ให้สันติภาพเบ่งบานทั่วโลกนิรันดร์
(Outro)
ไม่ต้องนับว่ากี่ล้านกัปผ่านพ้น
เพียงเริ่มต้นที่ใจในวันนี้
ใช้ปัญญาคู่เมตตาเป็นวิถี
แล้วโลกใบนี้จะงดงามด้วยสันติธรรม
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๗. สาวกสูตร
[๔๓๓] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุหลายรูปเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯลฯ ครั้นภิกษุเหล่านั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้ทูล ถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไป แล้ว มากเท่าไรหนอ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กัปทั้งหลายที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มีมาก มิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ ๑๐๐ กัป เท่านี้ ๑,๐๐๐ กัป หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ กัป ฯ ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ [๔๓๔] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุทั้งหลาย แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกร ภิกษุทั้งหลาย มีสาวก ๔ รูปในศาสนานี้ เป็นผู้มีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิต ๑๐๐ ปี หากว่าท่านเหล่านั้นพึงระลึกถอยหลังไปได้วันละแสนกัป กัปที่ท่านเหล่านั้นระลึก ไม่ถึงพึงยังมีอยู่อีก สาวก ๔ รูปของเราผู้มีอายุ ๑๐๐ ปี มีชีวิต ๑๐๐ ปี พึงทำ กาละโดยล่วงไป ๑๐๐ ปีๆ โดยแท้แล กัปที่ผ่านไปแล้ว ล่วงไปแล้ว มีจำนวน มากอย่างนี้แล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปเหล่านั้นว่า เท่านี้กัป เท่านี้ร้อยกัป เท่านี้ พันกัป หรือว่าเท่านี้แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้กำหนดที่ สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น