[ท่อนนำ]
ภูเขาสูงตระหง่านกลางฟ้า
ยืนท้ากาลเวลามาช้านาน
ผ่านพายุ ผ่านแสงตะวัน
ผ่านคืนวันนับไม่ถ้วน
แต่แม้ภูผาจะยิ่งใหญ่
ยังไม่อาจเทียบกาลอันยาวนาน
แห่งการเวียนว่ายในสังสาร
ที่ไร้จุดเริ่มและปลายทาง
[ท่อนที่ 1]
พระพุทธองค์ทรงเปรียบไว้
ให้ผู้คนเข้าใจความจริง
ภูเขาหินมหึมาตั้งอยู่นิ่ง
ไร้ช่องว่างและแข็งแกร่งเกินใคร
หากมีผู้ใช้ผ้าบางเบา
ปัดภูเขานั้นทุกหนึ่งร้อยปีไป
จนภูเขาสึกกร่อนหมดสิ้นได้
กัปหนึ่งก็ยังไม่จบลง
[Pre-Chorus]
กาลเวลายาวไกลเกินคำนวณ
เกินจำนวนตัวเลขทั้งหลาย
หลายร้อยพันแสนกัปผ่านไป
เรายังเวียนว่ายในวังวนเดิม
ด้วยความหลง ด้วยความยึดมั่น
สร้างความฝันแล้วเผชิญเพิ่มเติม
เกิดและดับซ้ำแล้วซ้ำเสริม
ในกระแสแห่งสังสารวัฏ
[Chorus]
ภูผาแห่งกาลเวลา
สอนให้รู้คุณค่าของปัจจุบัน
ชีวิตสั้นเมื่อเทียบกับกัปอันยาวนาน
จงใช้ทุกวันด้วยปัญญา
ปล่อยความโลภ ความโกรธ ความหลง
ที่พาโลกให้เกิดปัญหา
สร้างสันติภาพด้วยเมตตา
ก่อนเวลาจะผ่านพ้นไป
[ท่อนที่ 2]
วันนี้โลกก้าวสู่ยุค AI
เทคโนโลยีไกลเกินคาดหมาย
ประมวลผลได้เร็วมากมาย
ดุจสายฟ้าที่แล่นผ่านฟ้า
แต่ต่อให้ปัญญาประดิษฐ์เก่งเพียงใด
ก็ไม่อาจหยุดความแก่ชรา
ไม่อาจเปลี่ยนกฎแห่งธรรมดา
ของสรรพสิ่งที่ต้องแปรเปลี่ยน
หากใช้ AI ด้วยความเมตตา
และปัญญาที่ถูกหล่อเลี้ยง
จะช่วยลดความขัดแย้ง
สร้างความเข้าใจให้ผู้คน
แทนการแข่งขันอย่างไร้ขอบเขต
แทนการสร้างความสับสน
ให้เทคโนโลยีรับใช้มนุษย์ทุกคน
เพื่อประโยชน์แห่งส่วนรวม
[Bridge]
ภูเขาหินยังสึกกร่อน
ดวงดาวยังเคลื่อนคล้อยไป
อำนาจ เงินทอง หรือสิ่งใด
ล้วนไม่ยั่งยืนตลอดกาล
เมื่อเห็นความจริงแห่งอนิจจัง
ใจจะคลายจากความยึดมั่น
เปิดพื้นที่แห่งความเข้าใจกัน
และร่วมสร้างโลกที่สงบงาม
[Chorus สุดท้าย]
ภูผาแห่งกาลเวลา
มิได้สอนให้หวาดกลัววันผ่าน
แต่สอนให้เห็นคุณค่าของทุกลมหายใจในปัจจุบัน
ก่อนทุกสิ่งจะแปรเปลี่ยนไป
ให้มนุษย์และ AI เดินร่วมทาง
บนเส้นทางแห่งธรรมอันสดใส
ใช้ปัญญาเป็นแสงนำใจ
ใช้เมตตาเป็นพลังนำโลก
[Outro]
หนึ่งกัปยาวนานเกินนับได้
ภูเขาใหญ่ยังสลายเป็นผุยผง
แต่ความจริงแห่งธรรมยังดำรง
รอให้ทุกคนได้ค้นพบ
จงหยุดการเวียนวนแห่งความหลง
ด้วยสติที่มั่นคงและสงบ
สร้างสันติภาพให้โลกได้ประสบ
และก้าวสู่เสรีภาพแห่งใจ...
เหนือกาลเวลา...
เหนือภูผาทั้งปวง...
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๕. ปัพพตสูตร
[๔๒๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งได้เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว ฯลฯ เมื่อภิกษุรูปนั้นนั่งเรียบร้อย แล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กัปหนึ่ง นาน เพียงไรหนอแล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัป นั้นว่าเท่านี้ปี เท่านี้ ๑๐๐ ปี เท่านี้ ๑,๐๐๐ ปี หรือว่าเท่านี้ ๑๐๐,๐๐๐ ปี ฯ ภิ. ก็พระองค์อาจจะอุปมาได้ไหม พระเจ้าข้า ฯ [๔๓๐] พ. อาจอุปมาได้ ภิกษุ แล้วจึงตรัสต่อไปว่า ดูกรภิกษุ เหมือนอย่างว่า ภูเขาหินลูกใหญ่ยาวโยชน์หนึ่ง กว้างโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่ง ไม่มีช่อง ไม่มีโพรง เป็นแท่งทึบ บุรุษพึงเอาผ้าแคว้นกาสีมาแล้วปัดภูเขานั้น ๑๐๐ ปีต่อครั้ง ภูเขาหินลูกใหญ่นั้น พึงถึงการหมดไป สิ้นไป เพราะความ พยายามนี้ ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงการหมดไป สิ้นไป กัปนาน อย่างนี้แล บรรดากัปที่นานอย่างนี้ พวกเธอท่องเที่ยวไปแล้ว มิใช่หนึ่งกัป มิใช่ ร้อยกัป มิใช่พันกัป มิใช่แสนกัป ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่า สงสารนี้ กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เหตุเพียงเท่านี้ พอทีเดียวเพื่อจะเบื่อหน่าย ในสังขารทั้งปวง พอเพื่อจะคลายกำหนัด พอเพื่อจะ หลุดพ้น ดังนี้ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น