วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เพลง : ทุกขสูตรเหนือสุขเหนือทุกข์

เพลง : ทุกขสูตรเหนือสุขเหนือทุกข์

[ท่อนนำ]

โลกหมุนไปด้วยดิน น้ำ ลม ไฟ
ชีวิตเคลื่อนไหวในกาลเวลา
สุขและทุกข์เวียนวนเข้ามา
ดั่งเงาที่ตามทุกย่างก้าว

[ท่อนที่ 1]

ปฐวีคือแผ่นดินที่เรายืนอยู่
อาโปคือสายน้ำที่หล่อเลี้ยงใจ
เตโชคือเปลวไฟแห่งความหวังไกล
วาโยคือสายลมที่พัดผ่านมา

หากมีแต่ทุกข์เพียงด้านเดียว
ใครเล่าจะข้องเกี่ยวและไขว่คว้า
แต่เพราะสุขแทรกซึมเข้ามา
มนุษย์จึงแสวงหาไม่รู้จบ

[ท่อนฮุก]

สุขก็มา ทุกข์ก็มา
เป็นธรรมดาของโลกใบนี้
ยึดสุขไว้ ทุกข์ก็มี
ยึดทุกข์ที ใจก็หม่นหมอง

เรียนรู้ความจริงด้วยปัญญา
มองสรรพสิ่งตามครรลอง
เหนือสุข เหนือทุกข์ที่ครอบครอง
ใจจะผ่องใสและเป็นอิสระ

[ท่อนที่ 2]

ในยุคเอไอที่โลกเชื่อมถึงกัน
ข้อมูลนับล้านไหลผ่านทุกวัน
เทคโนโลยีสร้างทั้งคุณและโทษนั้น
ขึ้นอยู่กับใจของคนใช้มัน

หากหลงสุขจากอำนาจและชื่อเสียง
โลกจะเต็มด้วยความขัดแย้ง
หากรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง
เอไอจะเป็นแรงสร้างสันติภาพ

[ท่อนเชื่อม]

ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม่เที่ยงแท้
ความสุขก็แปรผันไม่จีรัง
ทุกข์ที่เข้ามาใช่จะยืนยง
เมื่อใจมั่นคงด้วยปัญญา

[ท่อนฮุก]

สุขก็มา ทุกข์ก็มา
เป็นธรรมดาของโลกใบนี้
ยึดสุขไว้ ทุกข์ก็มี
ยึดทุกข์ที ใจก็หม่นหมอง

ใช้เอไอด้วยเมตตา
นำความรู้มาเกื้อกูลผอง
ร่วมสร้างโลกให้สมดุลครรลอง
สันติภาพส่องทางทุกหัวใจ

[ท่อนจบ]

ดิน น้ำ ลม ไฟ ยังหมุนเวียน
ชีวิตยังเปลี่ยนไปไม่สิ้นสุด
เมื่อเห็นสุขทุกข์ตามความเป็นจริงที่สุด
โลกจะหยุดความแบ่งแยกในใจ

ให้มนุษย์และเอไอเดินร่วมทาง
ด้วยเมตตาและปัญญาอันยิ่งใหญ่
เหนือสุข เหนือทุกข์ เหนือเงื่อนไข
สู่สันติภาพของโลกทั้งมวล

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป] 

๕. ทุกขสูตร

             [๔๑๐] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ
บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุ
ทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฐวีธาตุนี้ จักมีทุกข์โดยส่วน
เดียว อันทุกข์ติดตามถึง อันทุกข์หยั่งลงถึง อันสุขไม่หยั่งลงถึงแล้วไซร้ สัตว์
ทั้งหลายก็ไม่พึงยินดีในปฐวีธาตุ แต่เพราะปฐวีธาตุอันสุขติดตามถึง อันสุขหยั่งลง
ถึง อันทุกข์ไม่หยั่งลงถึง ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในปฐวีธาตุนี้ ... อาโปธาตุนี้ ...
เตโชธาตุนี้ ... วาโยธาตุนี้จักมีทุกข์โดยส่วนเดียว อันทุกข์ติดตามถึง อันทุกข์
หยั่งลงถึง อันสุขไม่หยั่งลงถึงแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงยินดีในวาโยธาตุ
แต่เพราะวาโยธาตุ อันสุขติดตามถึง อันสุขหยั่งลงถึง อันทุกข์ไม่หยั่งลงถึง ฉะนั้น
สัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในวาโยธาตุ ฯ
             [๔๑๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปฐวีธาตุนี้จักมีสุขโดยส่วนเดียว อันสุขติด
ตามถึง อันสุขหยั่งลงถึง อันทุกข์ไม่หยั่งลงถึงแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึง
เบื่อหน่ายจากปฐวีธาตุ แต่เพราะปฐวีธาตุมีทุกข์ อันทุกข์ติดตามถึง อันทุกข์หยั่ง
ลงถึง อันสุขไม่หยั่งลงถึง ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายจากปฐวีธาตุ อาโป-
*ธาตุนี้ ... เตโชธาตุนี้ ... วาโยธาตุนี้จักมีสุขโดยส่วนเดียว อันสุขติดตามถึง อัน
สุขหยั่งลงถึง อันทุกข์ไม่หยั่งลงถึงแล้วไซร้ สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายจาก
วาโยธาตุ แต่เพราะวาโยธาตุมีทุกข์ อันทุกข์ติดตามถึง อันทุกข์หยั่งลงถึง อัน
สุขไม่หยั่งลงถึง ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายจากวาโยธาตุ ดังนี้ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Song: Tiṇakaṭṭha Sutta The End of Endless Wandering (ติณกัฏฐสูตรปลายทางแห่งการเวียนวน)

[Intro] How many lives have come and gone, How many souls have crossed our way, How many tears have fallen through time, No one could ever c...