การเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 (The 21st United Nations Day of Vesak Celebration 2026) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 ณ เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังถูกจับตาในฐานะ “เวทีศาสนาการทูต” ที่สำคัญที่สุดเวทีหนึ่งของโลกพุทธศาสนา
ภายใต้กรอบการรับรองของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA Resolution 54/115) วันวิสาขบูชาโลกมิได้เป็นเพียงพิธีกรรมรำลึกถึงการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่พหุภาคีที่ผู้นำศาสนา นักวิชาการ และผู้กำหนดนโยบายจากทั่วโลก มาร่วมถกเถียงแนวทางสร้างสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ปี 2569 จึงถูกมองว่าเป็น “หมุดหมายใหม่” ของพุทธศาสนาโลก เมื่อจีนในฐานะเจ้าภาพ ผสานวาระพุทธธรรมเข้ากับยุทธศาสตร์ “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ” (Community with a Shared Future for Mankind)
พุทธปัญญาในโลกวิกฤต
บริบทโลกในปี 2569 ยังเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาสภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ หัวข้อหลักของการประชุมจึงเน้น “พุทธปัญญา” (Buddhist Wisdom) ในฐานะกรอบคิดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
แนวคิดสันติภาพที่ถูกหยิบยกขึ้นมิใช่เพียง “สันติภาพเชิงลบ” ที่ปราศจากสงคราม แต่เป็น “สันติภาพเชิงบวก” ที่ตั้งอยู่บนโครงสร้างสังคมที่ยุติธรรมและเกื้อกูลกัน ตามหลักอริยสัจ 4 และมรรคมีองค์ 8
หนึ่งในกรอบคิดสำคัญคือ “ปฏิจจสมุปบาท” ซึ่งชี้ว่าสรรพสิ่งล้วนพึ่งพาอาศัยกัน แนวคิดนี้ถูกตีความในเชิงรัฐศาสตร์ว่า ความมั่นคงของประเทศหนึ่งไม่อาจแยกขาดจากอีกประเทศหนึ่ง การแสวงหาความมั่นคงฝ่ายเดียวจึงไม่อาจยั่งยืน
ขณะเดียวกัน หลัก “สาราณียธรรม 6” และ “สังคหวัตถุ 4” ถูกเสนอเป็นเครื่องมือทางการทูตทางศีลธรรม ตั้งแต่การเจรจาด้วยเมตตา การแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ไปจนถึงการสร้างฉันทามติในเวทีโลก เช่น ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
ยุทธศาสตร์จีน: พุทธศาสนากับระเบียบโลกใหม่
การเป็นเจ้าภาพของจีนในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “ข้อริเริ่มอารยธรรมโลก” (Global Civilization Initiative) ที่เน้นการเคารพความหลากหลายของอารยธรรม
นักวิเคราะห์มองว่า จีนกำลังใช้พุทธศาสนาเป็นพลัง Soft Power เชื่อมโยงภูมิปัญญาตะวันออกกับแนวคิดการพัฒนาสมัยใหม่ โดยเสนอภาพ “ความทันสมัยแบบจีน” ที่สามารถดำเนินไปพร้อมกับหลักพุทธธรรม
การตีความพุทธปรัชญาในบริบทจีนร่วมสมัย เน้นแนวคิด “จิตหนึ่งเดียว” และการหลุดพ้นร่วมกันของสังคม มากกว่าการหลุดพ้นเฉพาะบุคคล สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างธรรมะกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ความสำเร็จของเวทีนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นเรื่องเสรีภาพทางศาสนาและความจริงใจในการลดความขัดแย้งทั้งในและนอกประเทศ
บทบาทไทย–ICDV: สะพานเชื่อมศาสนากับการทูต
สภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) ภายใต้การนำของพระพรหมบัณฑิต มีบทบาทสำคัญในการรักษาความเป็นสากลของงาน และเชื่อมโยงมาตรฐานของสหประชาชาติเข้ากับการดำเนินงานของเจ้าภาพ
ความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ไทยและจีน รวมถึงเหตุการณ์อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) มาประดิษฐานในประเทศไทยก่อนหน้านี้ ถูกมองว่าเป็น “การทูตเชิงจิตวิญญาณ” ที่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระดับประชาชน
นักวิเคราะห์ระบุว่า การผสานพลังระหว่างพุทธศาสนาเถรวาท (ไทย) และมหายาน (จีน) ภายใต้ร่มธงสหประชาชาติ อาจกลายเป็นต้นแบบความร่วมมือศาสนาเพื่อสันติภาพโลก
สัญลักษณ์แห่งอู๋ซี: วานกงกับภาพลักษณ์ใหม่ของพุทธศาสนา
สถานที่จัดงาน ณ “วานกง” หรือ Lingshan Brahma Palace ในเมืองอู๋ซี เป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่ผสมผสานศิลปกรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
ความอลังการของสถานที่สะท้อนภาพพุทธศาสนาในจีนยุคใหม่ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความก้าวหน้า ไม่ใช่เพียงความสมถะทางจิตวิญญาณ
กิจกรรมสำคัญคาดว่าจะครอบคลุมประเด็น “พุทธปัญญากับความยั่งยืนทางนิเวศ” “สติในโลกดิจิทัลและจริยธรรม AI” และ “การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองโลก” ซึ่งสะท้อนความพยายามทำให้พุทธธรรมสอดรับกับโจทย์โลกยุคใหม่
บททดสอบของศตวรรษที่ 21
งานวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 จึงมิใช่เพียงพิธีเฉลิมฉลองทางศาสนา แต่เป็นเวทีทดสอบว่า “พุทธปัญญา” จะสามารถก้าวข้ามสถานะของปรัชญาในคัมภีร์ ไปสู่การเป็นแนวปฏิบัติจริงในเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้หรือไม่
ในโลกที่เผชิญความแตกแยกและการแข่งขันของมหาอำนาจ ความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนเมตตาธรรม การแบ่งปัน และฉันทามติ อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
ปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงปีแห่งการเฉลิมฉลองวันสำคัญทางพุทธศาสนา แต่คือปีที่โลกกำลังจับตาว่า “ธรรมะ” จะสามารถเป็นฐานของระเบียบโลกใหม่ได้เพียงใด
พุทธปัญญากับการสร้างความร่วมมือเพื่อสันติภาพโลกอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาข้อย่อยและบริบทในงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 (พ.ศ. 2569) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
บทคัดย่อ
รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับนัยสำคัญทางยุทธศาสตร์ ศาสนศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของการจัดงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 (The 21st United Nations Day of Vesak Celebration 2026) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ณ เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี พ.ศ. 2569 การวิจัยนี้สังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารชั้นต้น ข่าวสารทางการทูต และหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา เพื่อถอดรหัสแนวคิด "พุทธปัญญา" (Buddhist Wisdom) ในบริบทของโลกยุคใหม่ที่เผชิญวิกฤตความขัดแย้ง โดยเชื่อมโยงกับนโยบาย "ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ" (Community with a Shared Future for Mankind) ของจีน และบทบาทนำของสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV) ภายใต้การนำของพระพรหมบัณฑิต รายงานยังเจาะลึกถึงสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของ "วานกง" (Lingshan Brahma Palace) และการทูตเชิงวัฒนธรรมผ่านพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่ใช้ธรรมะเป็นฐานในการขับเคลื่อนสันติภาพที่ยั่งยืน
1. บทนำ: ภูมิทัศน์ใหม่ของพุทธศาสนาโลกและนัยสำคัญของปี 2569
1.1 ความเป็นมาและพลวัตของวันวิสาขบูชาโลก
วันวิสาขบูชาโลกมิใช่เพียงวันสำคัญทางศาสนาที่ระลึกถึงการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่ได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly Resolution 54/115) ในปี 2542 ให้เป็นวันสำคัญสากลที่ตระหนักถึงภูมิปัญญาที่พุทธศาสนามอบให้แก่มนุษยชาติมานานกว่า 2,500 ปี
การที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานครั้งที่ 21 ในปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์ การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงการยอมรับในสถานะ "มหาอำนาจทางวัฒนธรรม" ของจีน และความพร้อมของคณะสงฆ์จีนในการเปิดประตูต้อนรับผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลก
1.2 บริบทโลก: วิกฤตการณ์และความต้องการ "พุทธปัญญา"
ปี 2569 จะเป็นช่วงเวลาที่โลกยังคงเผชิญกับผลพวงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ในบริบทนี้ หัวข้อหลักของการเฉลิมฉลองจึงมุ่งเน้นไปที่การนำ "พุทธปัญญา" (Paññā) มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมโลก โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน (Sustainable Peace) แนวคิดเรื่องสันติภาพในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงภาวะปลอดสงคราม (Negative Peace) แต่หมายถึงการสร้างโครงสร้างสังคมที่เกื้อกูลและยุติธรรม (Positive Peace) ตามหลักอริยสัจ 4 และมรรคมีองค์ 8
2. วิเคราะห์พุทธปัญญากับการสร้างความร่วมมือ: กรอบแนวคิดและปรัชญา
หัวใจสำคัญของการเฉลิมฉลองครั้งที่ 21 คือการสังเคราะห์หลักธรรมดั้งเดิมเข้ากับวาทกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศสมัยใหม่ โดยมีกรอบแนวคิดหลักดังนี้:
2.1 หลักปฏิจจสมุปบาท (Dependent Origination) กับพหุภาคีนิยม
ในทางปรัชญา การสร้างความร่วมมือเพื่อสันติภาพโลกอย่างยั่งยืนนั้น ตั้งอยู่บนรากฐานของ "กฎอิดัปปัจจยตา" หรือปฏิจจสมุปบาท ซึ่งอธิบายว่าสรรพสิ่งล้วนอิงอาศัยกันเกิดขึ้น ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยว
การตีความเชิงรัฐศาสตร์: แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศว่า ความมั่นคงของรัฐหนึ่งย่อมผูกพันกับความมั่นคงของรัฐอื่นๆ อย่างแยกไม่ออก การแสวงหาความมั่นคงฝ่ายเดียว (Unilateral Security) จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริงทางออนโทโลยี (Ontology) ของพุทธศาสนา
การประยุกต์ใช้: จีนในฐานะเจ้าภาพ พยายามเชื่อมโยงหลักการนี้เข้ากับนโยบายต่างประเทศของตน เพื่อชี้ให้เห็นว่าการร่วมมือกันแก้ปัญหาวิกฤตโลก (Global Crises) เช่น โรคระบาดหรือโลกร้อน คือการปฏิบัติตามกฎแห่งธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงทางเลือกทางการเมือง
2.2 สาราณียธรรม 6: เครื่องมือทางการทูตเพื่อความปรองดอง
พระพรหมบัณฑิต และ ICDV ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ "สาราณียธรรม 6" (States of Conciliation) ในฐานะหลักการพื้นฐานสำหรับการอยู่ร่วมกันของนานาชาติ
| หลักธรรม (Pali) | ความหมาย | การประยุกต์ใช้ในบริบทความร่วมมือโลก (2026) |
| 1. เมตตากายกรรม | การกระทำด้วยเมตตา | การส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมข้ามพรมแดน การสนับสนุนวัคซีนและเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม |
| 2. เมตตาวจีกรรม | การพูดด้วยเมตตา | การเจรจาทางการทูตที่สร้างสรรค์ (Constructive Dialogue) ลดวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) ในสื่อออนไลน์ |
| 3. เมตตามโนกรรม | การคิดด้วยเมตตา | การปรับเปลี่ยนทัศนคติจาก "ศัตรู" เป็น "เพื่อนร่วมทุกข์" ลดอคติทางเชื้อชาติและศาสนา |
| 4. สาธารณโภคี | การแบ่งปันลาภผล | การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยีสีเขียวสู่ประเทศกำลังพัฒนา (สอดคล้องกับ SDG 10) |
| 5. สีลสามัญญตา | ความมีศีลเสมอกัน | การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน |
| 6. ทิฏฐิสามัญญตา | ความเห็นลงรอยกัน | การสร้างฉันทามติ (Consensus) ในเวทีโลก เช่น ข้อตกลงปารีส หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) |
2.3 สังคหวัตถุ 4: ฐานรากแห่งพันธมิตรโลก (Global Partnership)
หลัก "สังคหวัตถุ 4" (Bases of Social Solidarity) ถูกนำมาวิเคราะห์ในฐานะกลไกในการยึดเหนี่ยวประชาคมโลกให้เป็นหนึ่งเดียว
ทาน (Dāna): การให้ ในที่นี้หมายรวมถึง ธรรมทาน (การให้ความรู้/ปัญญา) และ อภัยทาน (การให้อภัยทางประวัติศาสตร์) ซึ่งจำเป็นต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื้อรัง
ปิยวาจา (Piyavācā): การสื่อสารด้วยถ้อยคำที่ไพเราะและเป็นประโยชน์ ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลข่าวสารบิดเบือน (Fake News) สร้างความแตกแยก หลักการนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งใน "ข้อย่อย" ของการสัมมนาเรื่องจริยธรรมสื่อ
อัตถจริยา (Atthacariyā): การประพฤติประโยชน์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดจิตอาสาและการบริการสังคม (Engaged Buddhism) ที่พุทธศาสนาจีนและไทยต่างให้ความสำคัญ
สมานัตตตา (Samānattatā): การวางตนเสมอต้นเสมอปลาย หรือความเสมอภาค การปฏิบัติjต่อนานาประเทศอย่างเท่าเทียม ไม่แบ่งแยกประเทศเล็กหรือใหญ่
3. นโยบาย "ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน" กับยุทธศาสตร์พุทธศาสนาของจีน
การเป็นเจ้าภาพของจีนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างลอยๆ แต่มีความสอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับยุทธศาสตร์ชาติ "ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ" (Community with a Shared Future for Mankind - 人类命运共同体) ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศไว้
3.1 การผสานอัตลักษณ์: พุทธธรรมกับสังคมนิยมอัตลักษณ์จีน
เอกสารทางวิชาการชี้ให้เห็นว่า นักวิชาการจีนพยายามตีความหลักพุทธปรัชญาให้เข้ากันได้กับลัทธิมาร์กซ์และนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์จีน
จิตสำนึกร่วม (Mind-Consciousness): พุทธปรัชญาจีนเน้นเรื่อง "จิต" ที่เชื่อมโยงสรรพสิ่งเป็นหนึ่งเดียว (One Mind) ซึ่งถูกนำมาอธิบายสนับสนุนแนวคิดเรื่องความสามัคคีของมนุษยชาติ โดยข้ามพ้นพรมแดนรัฐชาติ
นิยามใหม่ของความหลุดพ้น: แทนที่จะเน้นความหลุดพ้นส่วนบุคคล (นิพพาน) พุทธศาสนาในบริบทใหม่นี้เน้น "ความหลุดพ้นร่วมกัน" ของสังคม หรือการสร้างดินแดนพุทธเกษตรในโลกมนุษย์ (Pure Land on Earth) ผ่านการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ
3.2 การทูตวัฒนธรรม: ข้อริเริ่มอารยธรรมโลก (Global Civilization Initiative)
ในเวทีวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 จีนจะใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอ "ข้อริเริ่มอารยธรรมโลก" (GCI) ซึ่งเน้นการเคารพความหลากหลายของอารยธรรม
ความย้อนแย้ง: อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งระหว่างภาพลักษณ์ภายนอกที่ส่งเสริมความหลากหลาย กับนโยบายภายในที่เข้มงวดต่อชนกลุ่มน้อยทางศาสนาในทิเบตและซินเจียง
การประชุมที่อู๋ซีจึงเป็นพื้นที่ที่จีนต้องบริหารจัดการภาพลักษณ์อย่างระมัดระวัง เพื่อแสดงให้เห็นถึงเสรีภาพและความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาภายใต้การนำของพรรค
4. กลไกความร่วมมือทางการทูตและบทบาทของคณะสงฆ์ไทย
ความสำเร็จของการจัดงานครั้งที่ 21 ขึ้นอยู่กับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างคณะสงฆ์จีนและคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะบทบาทของสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก (ICDV)
4.1 บทบาทของพระพรหมบัณฑิตและ ICDV
พระพรหมบัณฑิต ในฐานะประธาน ICDV มีบทบาทสำคัญในการเป็น "โซ่ข้อกลาง" เชื่อมโยงนโยบายของรัฐบาลจีนเข้ากับมาตรฐานของสหประชาชาติ
การประชุมเตรียมการ: ในเดือนมกราคม 2569 คณะกรรมการบริหาร ICDV ได้ประชุมร่วมกับพุทธสมาคมจีนเพื่อกำหนดวาระการประชุม
การที่ฝ่ายไทยเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งช่วยสร้างความมั่นใจว่างานนี้จะยังคงรักษาความเป็นกลางและความเป็นสากลไว้ได้ ไม่ถูกครอบงำโดยวาระทางการเมืองเพียงอย่างเดียว การบรรยายทางวิชาการ: พระพรหมบัณฑิตได้เดินสายบรรยายในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ "พุทธปัญญากับการบริหาร" และ "ธรรมสำหรับผู้บริหาร" ทั้งในไทย จีน และฮ่องกง ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานทางปัญญาสำหรับการประชุมใหญ่
4.2 การทูตพระเขี้ยวแก้ว (Tooth Relic Diplomacy)
เหตุการณ์สำคัญที่ปูทางไปสู่งานวิสาขบูชาโลก 2026 คือการอัญเชิญ "พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว)" จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง มาประดิษฐานชั่วคราว ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือนธันวาคม 2567 ถึง กุมภาพันธ์ 2568
นัยทางการทูต: การอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วมายังไทยเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ทศวรรษ เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สะท้อนให้เห็นถึง "การทูตเชิงลึก" ที่ใช้ศรัทธาสูงสุดของประชาชนเป็นเครื่องผูกมัดความสัมพันธ์
ผลลัพธ์: ปรากฏการณ์ที่มีพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลไปสักการะนับล้านคน
เป็นการยืนยันถึงพลัง Soft Power ของพุทธศาสนา และเป็นการส่งสัญญาณถึงประชาคมโลกว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในระดับ "มหามิตร" ทางจิตวิญญาณ ซึ่งจะส่งผลสืบเนื่องไปถึงความร่วมมือในการจัดงานปี 2569
5. สัญญะแห่งสถานที่: วานกง (Lingshan Brahma Palace) และการสื่อสารความหมาย
สถานที่จัดงาน ณ "วานกง" หรือพระราชวังพราหมณ์ (Brahma Palace) ในเมืองอู๋ซี มิได้เป็นเพียงห้องประชุม แต่เป็น "สื่อ" (Medium) ที่ทรงพลังในตัวเอง
5.1 สถาปัตยกรรมแห่งความรุ่งโรจน์
วานกงถูกสร้างขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาล (กว่า 1.6 พันล้านหยวน) โดดเด่นด้วยการใช้หินอ่อน ไม้แกะสลักตงหยาง และศิลปะกระจกหลากสี
ความหมายแฝง: ความอลังการนี้สื่อสารว่า พุทธศาสนาในจีนยุคใหม่คือสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความมั่นคง และความก้าวหน้าทางศิลปวิทยาการ แตกต่างจากภาพจำของความสมถะหรือความยากจน สถาปัตยกรรมนี้ประกาศว่าจีนสามารถผสาน "ทุนนิยม" เข้ากับ "ธรรมนิยม" ได้อย่างกลมกลืน
โถงประชุม (The Tower Hall): ห้องโถงกลางที่มีเพดานสูงประดับด้วยประติมากรรม "เฟยเทียน" (นางฟ้าบิน) และพระพุทธรูปทองคำ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับพิธีการระดับผู้นำประเทศ สร้างบรรยากาศที่ขลังและศักดิ์สิทธิ์ เสมือนการจำลองสวรรค์ชั้นดุสิตหรือพุทธเกษตรลงมาไว้บนดิน
5.2 เทคโนโลยีกับความศรัทธา
การแสดง "กำเนิดพระพุทธเจ้า" (Nine Dragons Bathing Sakyamuni) หน้าพระพุทธรูปใหญ่หลิงซาน ซึ่งใช้น้ำพุดนตรีและกลไกไฮดรอลิก
6. ข้อย่อยและประเด็นการสัมมนาทางวิชาการที่สำคัญ
จากการวิเคราะห์แนวโน้มและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ข้อย่อย (Sub-themes) ในงานเฉลิมฉลองครั้งที่ 21 คาดว่าจะครอบคลุมประเด็นสำคัญ ดังนี้:
6.1 พุทธปัญญากับความยั่งยืนทางนิเวศ (Buddhist Wisdom for Ecological Sustainability)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามร่วมกันของมนุษยชาติ ข้อย่อยนี้จะเน้นการนำหลัก "สันโดษ" และ "การไม่เบียดเบียน" (อหิงสา) มาใช้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
แนวคิด: การสร้าง "นิเวศวิทยาวิถีพุทธ" (Buddhist Ecology) ที่มองว่าธรรมชาติกับมนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกัน การทำลายธรรมชาติคือการทำลายตนเอง
รูปธรรม: การนำเสนอนวัตกรรมวัดสีเขียว (Green Temples) และนโยบาย Carbon Neutrality ของจีนที่สอดคล้องกับหลักพุทธธรรม
6.2 สติในโลกดิจิทัลและสุขภาพจิต (Mindfulness in the Digital Age)
ในยุคที่เทคโนโลยี AI และอัลกอริทึมเข้ามามีบทบาท การรักษาสุขภาวะทางจิต (Mental Well-being) กลายเป็นประเด็นเร่งด่วน
แนวคิด: การประยุกต์ใช้การเจริญสติ (Mindfulness) เพื่อรับมือกับโรคซึมเศร้าและการเสพติดสื่อสังคมออนไลน์
ข้อย่อย: การถกเถียงเรื่อง "จริยธรรม AI" ในมุมมองพุทธศาสนา (Buddhist AI Ethics) ว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถมี "พุทธภาวะ" ได้หรือไม่ และเราจะโปรแกรมความเมตตาให้แก่เทคโนโลยีได้อย่างไร
6.3 การศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองโลก (Education for Global Citizenship)
การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการศึกษา ข้อย่อยนี้จะเน้นบทบาทของมหาวิทยาลัยสงฆ์ในการผลิต "ศากยบุตร" ที่มีความรู้ทางโลกและทางธรรม
โครงการ: การสานต่อโครงการพระไตรปิฎกฉบับภาษาอังกฤษ (English Tipitaka Project) และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทยและจีน เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่
7. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
งานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ 21 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี 2569 จะเป็นมากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ "พุทธปัญญา" ในการเป็นคำตอบสำหรับวิกฤตการณ์โลก
บทสรุปสำคัญ:
การผสานพลัง (Synergy): ความสำเร็จของงานเกิดจากการผสานระหว่าง "อำนาจละมุน" (Soft Power) ของพุทธศาสนาเถรวาท (นำโดยไทย) และ "อำนาจทางทรัพยากร" ของพุทธศาสนามหายาน (นำโดยจีน) ภายใต้ร่มธงของสหประชาชาติ
วาทกรรมใหม่: จีนกำลังสร้างวาทกรรมใหม่ที่ว่า "ความทันสมัยแบบจีน" (Chinese Modernization) และ "พุทธธรรม" สามารถดำเนินไปด้วยกันได้ และเป็นทางเลือกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนที่แตกต่างจากแบบแผนตะวันตก
ความท้าทาย: ความท้าทายสำคัญคือการทำให้หลัก "สาราณียธรรม" และ "สันติภาพ" ที่ถูกพูดถึงในห้องประชุมอันหรูหราที่อู๋ซี สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ความขัดแย้ง และการก้าวข้ามข้อกังขาเรื่องเสรีภาพทางศาสนาไปสู่ความจริงใจในการแก้ปัญหาความทุกข์ของมนุษยชาติ
งานวิสาขบูชาโลก 2026 จึงเป็นบททดสอบสำคัญว่า พุทธปัญญาจะสามารถเปลี่ยนจาก "ปรัชญา" ในคัมภีร์ มาเป็น "ปฏิบัติการ" (Action) เพื่อกอบกู้โลกที่กำลังแตกสลายได้หรือไม่ โดยมี "ความร่วมมือ" เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
ภาคผนวก: ตารางข้อมูลสังเขป
ตารางที่ 1: เปรียบเทียบแนวคิดหลักในการจัดงาน
| มิติการวิเคราะห์ | พุทธศาสนาเถรวาท (ไทย/ICDV) | พุทธศาสนามหายาน (จีน/เจ้าภาพ) | จุดร่วมเพื่อสันติภาพ (2026) |
| เป้าหมายสูงสุด | นิพพาน / การพ้นทุกข์ส่วนตนและผู้อื่น | โพธิสัตว์มรรค / การช่วยเหลือสรรพสัตว์ร่วมกัน | สันติภาพโลกและการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) |
| หลักธรรมเน้นหนัก | อริยสัจ 4, ไตรลักษณ์, สาราณียธรรม | ปรัชญาปารมิตา, สุญญตา, จิตหนึ่งเดียว | เมตตาธรรมค้ำจุนโลก, ชุมชนที่มีอนาคตร่วมกัน |
| รูปแบบกิจกรรม | การเจริญสติ, การฟังธรรม, เวียนเทียน | พิธีกรรมอลังการ, ศิลปวัฒนธรรม, การประชุมใหญ่ | การประชุมวิชาการนานาชาติ, ปฏิญญาอู๋ซี |


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น