พรรคโอกาสใหม่ ชู “เต่างอยโมเดล” ดันท่องเที่ยวศรัทธาสีเขียว หนุน ดร.นิยม เวชกามาสู้ศึกเลือกตั้ง
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี พ.ศ. 2569 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย ท่ามกลางบริบทสังคมผู้สูงอายุ ภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน และวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการจัดตั้งรัฐบาล
ในจังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอเต่างอย กำลังถูกจับตามองในฐานะ “พื้นที่เศรษฐกิจใหม่” จากการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เศรษฐกิจมูเตลู” พรรคโอกาสใหม่จึงหยิบยกพื้นที่นี้เป็นกรณีศึกษาสำคัญในการประยุกต์นโยบายระดับชาติเข้ากับบริบทท้องถิ่น ผ่านผู้สมัครอย่าง ดร.นิยม เวชกามา หรือ “ดร.มหานิยม” ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 เบอร์ 6 อดีต ส.ส. ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสังกัดพรรคโอกาสใหม่
พรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ วางตำแหน่งตนเองเป็นพรรคทางเลือกใหม่ ชูนโยบายหลัก “Green No Grey” หรือเศรษฐกิจสีเขียวที่โปร่งใส ปราศจากธุรกิจสีเทา โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม หนี้สิน และความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง เมื่อนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่เต่างอย นโยบายดังกล่าวถูกแปลความผ่านทุนทางวัฒนธรรมและศรัทธาท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
การวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ชี้ว่า นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคสามารถต่อยอดเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม เช่น การผลักดันให้วัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์รอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล และการจัดการพื้นที่ตามแนวคิด “คนอยู่กับป่า” เพื่อสร้างรายได้ควบคู่การอนุรักษ์
ขณะเดียวกัน นโยบายเศรษฐกิจอย่างการแช่แข็งหนี้ 3 ปี และการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ถูกมองว่าจะช่วยปลดล็อกศักยภาพเกษตรกรในเต่างอย ให้สามารถต่อยอดสู่อาชีพเสริม เช่น โฮมสเตย์ OTOP ผ้าย้อมคราม และธุรกิจบริการนักท่องเที่ยวศรัทธา ส่วนสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุและการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ก็สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ
จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ตัวผู้สมัคร ดร.นิยม เวชกามา ซึ่งมีภาพลักษณ์ “ผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา” และมีเครือข่ายวัดและผู้นำชุมชนเป็นฐานสนับสนุนหลัก ทำให้ยุทธศาสตร์หาเสียงของเขาใช้แนวคิด “ศรัทธานำการเมือง” เชื่อมโยงนโยบายสมัยใหม่เข้ากับภาษาและพิธีกรรมทางศาสนาที่ชาวบ้านคุ้นเคย
กรณีศึกษาที่ถูกหยิบยกคือการลงพื้นที่วัดอ่างคำรัตนะโชติ อำเภอเต่างอย เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งไม่ใช่เพียงการหาเสียงทั่วไป แต่เป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ทั้งการเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นแลนด์มาร์คใหม่ พิธีกรรมเสริมขวัญกำลังใจ และการใช้เรื่องเล่าทางศรัทธาเพื่อสร้างความมั่นใจในหมู่ผู้สนับสนุน
นักวิชาการด้านการเมืองประเมินว่า แนวคิด “เต่างอยโมเดล” หรือการพัฒนา “ระเบียงเศรษฐกิจศรัทธาสีเขียว” เป็นตัวอย่างของการเมืองแบบผสมผสาน ที่นำเอานโยบายมหภาคด้านเศรษฐกิจสีเขียว มาหลอมรวมกับวัฒนธรรมความเชื่อท้องถิ่นอย่างแยบยล หากสามารถผลักดันได้จริง ไม่เพียงเพิ่มโอกาสคว้าเก้าอี้ ส.ส. ในเขตเลือกตั้งที่ 2 เท่านั้น แต่ยังอาจยกระดับอำเภอเต่างอยให้เป็นต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่ยั่งยืนของจังหวัดสกลนคร และของประเทศในระยะยาวอีกด้วย
วิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ต่อนโยบายหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป ปี พ.ศ. 2569 ของพรรคโอกาสใหม่: พลวัตการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรมและศรัทธา (Eco-Faith Tourism) ในพื้นที่อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร กรณีศึกษา ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2
1. บทนำ: ภูมิทัศน์ทางการเมืองและบริบทการเลือกตั้งปี 2569
1.1 ความนำและนัยสำคัญของปัญหา
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไปในปี พ.ศ. 2569 นับเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Super-Aged Society) ภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก และวิกฤตการณ์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรมและวิถีชีวิตในระดับฐานราก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนที่นั่ง ส.ส. มากที่สุดและเป็นพื้นที่ตัดสินชี้ขาดในการจัดตั้งรัฐบาลมาโดยตลอด
ในบริบทของจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่เข้มข้นและเป็นศูนย์กลางของ "แอ่งสกลนคร" (Sakon Nakhon Basin) การแข่งขันทางการเมืองในปีนี้มีความซับซ้อนและแหลมคมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอเต่างอย พื้นที่ที่มิได้เป็นเพียงเขตเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ได้แปรสภาพเป็น "พื้นที่เศรษฐกิจใหม่" (New Economic Space) ผ่านปรากฏการณ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาหรือ "มูเตลู" (Mutelu Economy) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์และนโยบายของ "พรรคโอกาสใหม่" (New Opportunity Party) ภายใต้การนำของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ซึ่งได้วางตำแหน่งทางการเมือง (Political Positioning) ในฐานะพรรคทางเลือกใหม่ที่ชูธงนโยบาย "Green No Grey" หรือเศรษฐกิจสีเขียวที่ปราศจากการทุจริตและธุรกิจสีเทา
1.2 วัตถุประสงค์การศึกษา
เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างนโยบายของพรรคโอกาสใหม่ในการเลือกตั้งปี 2569 และความสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาของจังหวัดสกลนคร
เพื่อประเมินยุทธศาสตร์การรณรงค์หาเสียงของ ดร.นิยม เวชกามา ในเขตเลือกตั้งที่ 2 โดยเฉพาะการใช้ทุนทางสังคมและวัฒนธรรมความเชื่อ
เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนานโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเต่างอย โดยบูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Faith-based Tourism)
2. กรอบแนวคิดทฤษฎี: การตลาดทางการเมืองและการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา
2.1 พลวัตการตลาดทางการเมืองในยุคดิจิทัล (Political Marketing in the Digital Age)
การเลือกตั้งปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการตลาดทางการเมืองที่เปลี่ยนจากการเน้นนโยบายประชานิยมแบบเหวี่ยงแห (Blanket Populism) มาสู่การตลาดแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Micro-targeting) และการสร้างแบรนด์บุคคล (Personal Branding) ที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น พรรคโอกาสใหม่พยายามสร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้บริหารมืออาชีพ (Technocrat) ผ่านตัวนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ที่มีประสบการณ์ในระบบราชการระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ในบริบทท้องถิ่นอย่างสกลนคร "ตัวบุคคล" ยังคงมีอิทธิพลสูงกว่า "พรรค" ดร.นิยม เวชกามา จึงทำหน้าที่เป็น "ตัวกลางทางยุทธศาสตร์" (Strategic Intermediary) ที่นำสารของพรรคมาแปลความหมายให้เข้ากับวิถีชาวบ้าน ผ่านภาษาและสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่คุ้นเคย เช่น การทำบุญ การดูดวง และพิธีกรรมทางศาสนา
2.2 เศรษฐกิจฐานศรัทธา (Faith-based Economy) และ Soft Power
แนวคิดเรื่อง "Soft Power" ของไทยมักถูกตีความในมิติของอาหาร ภาพยนตร์ และแฟชั่น แต่ในความเป็นจริง "ความเชื่อและศรัทธา" (Faith and Beliefs) ถือเป็น Soft Power ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในสังคมไทย หรือที่เรียกว่า "Mutelu"
3. วิเคราะห์นโยบายพรรคโอกาสใหม่: จาก "Green No Grey" สู่ "เต่างอยโมเดล"
พรรคโอกาสใหม่ได้ประกาศชุดนโยบายหลักในการสู้ศึกเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งมีความโดดเด่นและแตกต่างจากพรรคการเมืองดั้งเดิม การวิเคราะห์นโยบายเหล่านี้ในบริบทของการประยุกต์ใช้ในพื้นที่อำเภอเต่างอย แสดงให้เห็นถึงโอกาสและความท้าทายดังนี้:
3.1 นโยบายสิ่งแวดล้อมและพลังงาน (Green Policy)
นโยบายเรือธงของพรรคคือ "Green No Grey" ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวที่โปร่งใส การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
การประยุกต์ใช้ในเต่างอย: พื้นที่อำเภอเต่างอยตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติภูผายล ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง นโยบายนี้สามารถแปลงเป็นการปฏิบัติได้โดยการส่งเสริมให้วัดและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ลานพญาเต่างอย และวัดอ่างคำรัตนะโชติ ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและสร้างภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การส่งเสริม "เกษตรอินทรีย์" ในพื้นที่รอบอุทยานฯ เพื่อลดการใช้สารเคมี ยังสอดคล้องกับนโยบาย "คนอยู่กับป่า" ของพรรค
ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินทำกินได้อย่างยั่งยืน
3.2 นโยบายเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาหนี้สิน
พรรคเสนอมาตรการ "แช่แข็งหนี้ 3 ปี" และการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร
นัยต่อเศรษฐกิจฐานราก: เกษตรกรในเต่างอยส่วนใหญ่ปลูกพืชไร่และทำนา ซึ่งมีความเสี่ยงต่อราคาผลผลิตตกต่ำ การพักชำระหนี้จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำเงินทุนไปลงทุนในอาชีพเสริม เช่น การผลิตสินค้า OTOP (ผ้าย้อมคราม) หรือการทำโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว การที่ ดร.นิยม ชูนโยบาย "เปลี่ยนที่ดินให้กู้ได้จริง" และเร่งออกเอกสารสิทธิ์รอบหนองหาร
จะช่วยปลดล็อกสินทรัพย์ที่ตายตัว (Dead Assets) ให้กลายเป็นทุนหมุนเวียน
3.3 นโยบายสวัสดิการสังคม
นโยบาย "เกิดปุ๊บดูแลปั๊บ" "เรียนฟรีถึงปริญญาตรี" และ "รักษาฟรีทุกที่"
บริบทท้องถิ่น: การเข้าถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลอย่างตำบลนาตาล หรือพื้นที่รอยต่ออุทยานฯ ยังมีความยากลำบาก นโยบายนี้หากทำได้จริง จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับฐานเสียงหลักของ ดร.นิยม
4. วิเคราะห์ผู้สมัคร: ดร.นิยม เวชกามา และยุทธศาสตร์ "ศรัทธานำการเมือง"
4.1 เส้นทางการเมืองและการสร้างอัตลักษณ์ (Identity Construction)
ดร.นิยม เวชกามา มิใช่นักการเมืองหน้าใหม่ แต่เป็นบุคคลที่มีรากฐานทางการเมืองแน่นหนาในจังหวัดสกลนคร การย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสู่พรรคโอกาสใหม่ ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญ
การวางตำแหน่งเช่นนี้ทำให้ ดร.นิยม มีเครือข่ายหัวคะแนนธรรมชาติ (Organic Canvassers) ที่ทรงพลังที่สุดในสังคมไทย นั่นคือ "วัด" และ "ผู้นำชุมชน" การสื่อสารทางการเมืองของท่านจึงมักใช้ภาษาและพิธีกรรมทางศาสนาเป็นสื่อกลาง ซึ่งเข้าถึงใจชาวบ้านได้ลึกซึ้งกว่านโยบายที่เป็นนามธรรม
4.2 ยุทธศาสตร์โค้งสุดท้าย: การลงพื้นที่เชิงสัญลักษณ์
ในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งปี 2569 ยุทธศาสตร์ของ ดร.นิยม มุ่งเน้นไปที่การตอกย้ำความเชื่อมั่นและการแสดงออกถึงพลังศรัทธา กิจกรรมการลงพื้นที่มิใช่เพียงการแจกใบปลิว แต่เป็นการประกอบสร้างพิธีกรรม (Ritual Construction) เพื่อสร้างความศักดิ์สิทธิ์และความชอบธรรมทางการเมือง ดังจะเห็นได้จากกรณีศึกษาการลงพื้นที่วัดอ่างคำรัตนะโชติ
5. กรณีศึกษาเชิงลึก: ปฏิบัติการ "มูเตลู" ณ วัดอ่างคำรัตนะโชติ อำเภอเต่างอย
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ดร.นิยม เวชกามา พร้อมทีมงานได้เดินทางไปยัง วัดอ่างคำรัตนะโชติ บ้านนาอ่าง ตำบลนาตาล อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เหตุการณ์นี้มิใช่การลงพื้นที่หาเสียงทั่วไป แต่เปี่ยมไปด้วยนัยยะทางยุทธศาสตร์และการสื่อสารทางการเมืองที่แยบยล ดังรายละเอียดการวิเคราะห์ต่อไปนี้:
5.1 การเลือกพื้นที่ยุทธศาสตร์ (Strategic Location Selection)
วัดอ่างคำรัตนะโชติ ตั้งอยู่ในบ้านนาอ่าง ตำบลนาตาล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะทางกายภาพโดดเด่นและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่
กายภาพ: รายงานระบุว่าวัดมี "ลานหินขนาดใหญ่" ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยพระอาจารย์สำเร็จ สุวโจ เจ้าอาวาส ได้เปรียบเปรยว่า "ใหญ่ขนาดเฮลิคอปเตอร์ลงจอดได้กว่า 20 ลำ" [ข้อมูลจากคำถามผู้ใช้] คำกล่าวนี้นอกจากจะสะท้อนความกว้างใหญ่แล้ว ยังสื่อถึงศักยภาพในการรองรับกิจกรรมมวลชนขนาดใหญ่ หรือแม้แต่การพัฒนาเป็นศูนย์กลางการกู้ภัยทางอากาศในอนาคต (ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายจัดการภัยพิบัติของพรรค)
ความศักดิ์สิทธิ์: การมีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก รูปปั้นพระฤาษี พระสังกัจจายน์ พระสีวลี และรูปปั้นบูรพาจารย์สายวัดป่า (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต, หลวงปู่ฝั้น อาจารโร, หลวงปู่เทพโลกอุดร) ประดิษฐานอยู่ [ข้อมูลจากคำถามผู้ใช้] เป็นการรวมศูนย์สัญลักษณ์แห่ง "โชคลาภ" (พระสังกัจจายน์, พระสีวลี) และ "บารมีธรรม" (สายหลวงปู่มั่น) ไว้ในที่เดียว นี่คือ "One-Stop Service" ทางจิตวิญญาณที่ดึงดูดฐานเสียงชาวพุทธได้อย่างชะงัด
5.2 พิธีกรรมและการสร้างขวัญกำลังใจ (Ritual and Morale Boosting)
การปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ดร.นิยม กับ พระอาจารย์สำเร็จ สุวโจ เต็มไปด้วยสัญญะทางการเมือง:
การสนทนาธรรม: พระอาจารย์เน้นย้ำเรื่อง "ความรู้คุณ การทำสมาธิ และการใส่บาตร" เป็นการรับรองคุณธรรม (Endorsement) ของผู้สมัครในทางอ้อม ว่าเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี เหมาะสมแก่การเป็นตัวแทน
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์: การทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมและผูกข้อมือด้วยสายสิญจ์ คือการสร้างเกราะป้องกันทางจิตวิญญาณ (Spiritual Armor) ให้กับผู้สมัครและทีมงาน ซึ่งมีความสำคัญมากในเชิงจิตวิทยาสำหรับการต่อสู้ในศึกเลือกตั้งที่ดุเดือด
วัตถุมงคล: การมอบ "เหรียญสตางค์รู" เพื่อป้องกันภูตผีและสิ่งอัปมงคล เป็นกุศโลบายที่เชื่อมโยงกับความเชื่อพื้นบ้าน สะท้อนว่า ดร.นิยม ได้รับการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่
5.3 โหราศาสตร์กับการตลาดการเมือง (Astrology and Political Marketing)
ไฮไลท์สำคัญของเหตุการณ์นี้คือการ "แต่งขันธ์ห้าดูดวง" ก่อนเดินทางกลับ
ตัวเลข 75 และความหมาย: ผลการทำนายตกที่เลข 75 หรือ "ตกฉัตรเงินฉัตรทอง" ซึ่งถูกตีความหมายถึง "เกียรติยศ ชื่อเสียง และความมั่งคั่ง" [ข้อมูลจากคำถามผู้ใช้]
การวิเคราะห์: ในทางการสื่อสารทางการเมือง การเปิดเผยคำทำนายในลักษณะนี้คือการทำ "Self-Fulfilling Prophecy" (คำทำนายที่ทำให้เป็นจริง) การกระจายข่าวสารว่า "พระอาจารย์ทักว่าดวงดี จะได้เป็นผู้แทน" จะสร้างกระแสความมั่นใจให้กับหัวคะแนนและผู้สนับสนุนที่ยังลังเล (Swing Voters) ว่าเลือกคนนี้แล้ว "ไม่เสียของ" หรือเลือกคนที่มี "ดวงผู้ชนะ" (Bandwagon Effect) นี่คือจิตวิทยาหมู่ที่ทรงพลังอย่างยิ่งในสังคมชนบทอีสาน
6. การประยุกต์ใช้นโยบายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเต่างอย
จากการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่และนโยบายพรรคโอกาสใหม่ สามารถสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาอำเภอเต่างอย ดังนี้:
6.1 ยุทธศาสตร์ "ระเบียงเศรษฐกิจศรัทธาสีเขียว" (Green Faith Economic Corridor)
บูรณาการนโยบาย "Green No Grey" เข้ากับการท่องเที่ยวสายมู
แนวคิด: พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 จุดหลัก: พญาเต่างอย - วัดศิริมังคละ - วัดอ่างคำรัตนะโชติ (บ้านนาอ่าง)
การจัดการโครงสร้างพื้นฐาน: ปรับปรุงถนนเชื่อมต่อระหว่างจุดท่องเที่ยวเหล่านี้ให้ได้มาตรฐาน และส่งเสริมการใช้ "รถรางไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์" (Solar Tram) ในการรับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างจุด เพื่อลดมลพิษและแก้ปัญหาการจราจรแออัดในช่วงเทศกาล สอดคล้องกับนโยบายพลังงานสะอาดของพรรค
Landmark ใหม่: ผลักดันให้ วัดอ่างคำรัตนะโชติ เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ (The New Destination) โดยใช้จุดขายเรื่อง "ลานหินมหัศจรรย์" และความศักดิ์สิทธิ์ของบูรพาจารย์ เพื่อกระจายความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวจากลานพญาเต่างอย ขยายระยะเวลาการพำนัก (Length of Stay) ของนักท่องเที่ยวในพื้นที่
6.2 การยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ด้วยนวัตกรรมและเรื่องราว
บ้านนาอ่างและชุมชนใกล้เคียงมีชื่อเสียงด้านการทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ
การประยุกต์ใช้นโยบาย: ใช้นโยบายสนับสนุน SMEs และการเข้าถึงแหล่งทุนของพรรค
เพื่อยกระดับกลุ่มทอผ้าบ้านนาอ่าง Storytelling: สร้างแบรนด์ "ผ้ามงคลเต่างอย" โดยนำผ้าฝ้ายย้อมครามไปผ่านพิธีพุทธาภิเษกหรือขอบารมีจากพระเกจิในพื้นที่ (เช่น พระอาจารย์สำเร็จ) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางจิตใจ (Value Creation) เปลี่ยนจากสินค้าหัตถกรรมธรรมดาเป็น "วัตถุมงคลที่สวมใส่ได้" (Wearable Amulet) ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสายมู
6.3 การจัดการพื้นที่และสิทธิที่ดิน
ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่คาบเกี่ยวกับเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นประเด็นเรื้อรัง
การประยุกต์ใช้นโยบาย: ดร.นิยม สามารถใช้นโยบาย "คนอยู่กับป่า" ของพรรคโอกาสใหม่
ในการผลักดันการรับรองสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ในรูปแบบ "ป่าชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว" (Community Forestry for Tourism) โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกคำน้ำสร้างและอ่างเก็บน้ำห้วยหวด ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านสามารถเปิดร้านค้าหรือบริการท่องเที่ยวได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดส่วย (Grey Area) และสร้างรายได้ที่มั่นคง
7. บทวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบและประเมินผลกระทบ
7.1 เปรียบเทียบกับคู่แข่งในเขตเลือกตั้ง
ในขณะที่พรรคอื่นอาจเน้นนโยบายประชานิยมแจกเงินระยะสั้น (เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต หรือสวัสดิการผู้สูงอายุแบบให้เปล่า)
ความแตกต่าง: การเน้น "โอกาส" ในการสร้างรายได้ (ผ่านการพักหนี้ + ส่งเสริมท่องเที่ยว + แก้ปัญหาที่ดิน) เป็นการสอนให้จับปลามากกว่าการให้ปลา ซึ่งดึงดูดกลุ่มคนวัยทำงานและผู้นำชุมชน
จุดแข็งของ ดร.นิยม: การมีภาพลักษณ์เป็น "ลูกหลานชาวบ้าน" ที่เข้าถึงง่ายและมีความศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ทำให้ท่านมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งที่อาจเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่แต่ขาดฐานทางวัฒนธรรม หรือนักการเมืองเก่าที่ไม่มีผลงานเชิงประจักษ์ด้านศาสนา
7.2 ตารางวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis) ของ ดร.นิยม และนโยบายท่องเที่ยวเต่างอย
| ปัจจัยภายใน (Strengths & Weaknesses) | ปัจจัยภายนอก (Opportunities & Threats) |
จุดแข็ง (S): - แบรนด์บุคคล "ดร.มหานิยม" แข็งแกร่งในกลุ่มชาวพุทธ - นโยบาย Green No Grey ทันสมัยและตอบโจทย์โลก - มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง (พญาเต่างอย, วัดอ่างคำฯ) - การสนับสนุนจากผู้นำจิตวิญญาณในพื้นที่ | โอกาส (O): - กระแสการท่องเที่ยวสายมู (Mutelu) เติบโตต่อเนื่อง - เทรนด์การท่องเที่ยวเมืองรองและการกระจายรายได้ - ความต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของคนเบื่อพรรคใหญ่ - การขยายตัวของสื่อออนไลน์ช่วยโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวใหม่ |
จุดอ่อน (W): - การย้ายพรรคใหม่อาจสร้างความสับสนให้ฐานเสียงเดิม - งบประมาณพรรคอาจน้อยกว่าพรรคแกนนำรัฐบาลเดิม - โครงสร้างพื้นฐานสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ (เช่น บ้านนาอ่าง) ยังต้องปรับปรุง | อุปสรรค (T): - การแข่งขันซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่รุนแรงในโค้งสุดท้าย - กฎระเบียบเข้มงวดของอุทยานฯ อาจจำกัดการพัฒนาบางพื้นที่ - ปัญหาหนี้สินครัวเรือนอาจทำให้กำลังซื้อของคนในพื้นที่ลดลง |
8. บทสรุปและข้อเสนอแนะ
การวิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ของพรรคโอกาสใหม่ ผ่านกรณีศึกษาของ ดร.นิยม เวชกามา ในอำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ชี้ให้เห็นถึงโมเดลการเมืองแบบผสมผสาน (Hybrid Politics) ที่น่าสนใจที่สุดโมเดลหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการผนึกรวมระหว่าง "นโยบายระดับมหภาคที่ก้าวหน้า" (Progressive Macro Policy) เข้ากับ "วิถีวัฒนธรรมความเชื่อท้องถิ่น" (Local Faith Culture)
เหตุการณ์การลงพื้นที่วัดอ่างคำรัตนะโชติ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการนำยุทธศาสตร์นี้มาปฏิบัติจริง ดร.นิยม ไม่เพียงแต่ไปขอพร แต่ไปเพื่อ "ปักหมุด" (Pinning) พื้นที่เศรษฐกิจใหม่ให้กับชุมชน โดยใช้ทุนทางสังคมของตนเองและนโยบายพรรคเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน
ข้อเสนอแนะเพื่อชัยชนะและการพัฒนาที่ยั่งยืน:
ชู "เต่างอยโมเดล" เป็นวาระจังหวัด: ดร.นิยม ควรประกาศให้การพัฒนาเต่างอยเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาสีเขียว (Green Faith Tourism) ของจังหวัดสกลนคร เพื่อดึงดูดงบประมาณและการสนับสนุนในระดับชาติ
แคมเปญ "เที่ยวแก้จน พ้นหนี้ด้วยศรัทธา": สื่อสารนโยบายพักหนี้ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ชี้ให้เห็นว่าเมื่อหมดหนี้ (ด้วยนโยบายพรรค) และมีรายได้เสริม (จากนักท่องเที่ยวสายมู) ชีวิตจะเปลี่ยนไปอย่างไร
Digital Engagement: นำเรื่องราวคำทำนาย "ฉัตรเงินฉัตรทอง" และความศักดิ์สิทธิ์ของวัดอ่างคำรัตนะโชติ ไปขยายผลในสื่อโซเชียลมีเดีย (TikTok, Facebook) เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่น สร้างกระแส Viral ในช่วงโค้งสุดท้าย
สานต่อพันธกิจทางศาสนา: ยืนยันบทบาทในการผลักดัน พ.ร.บ. อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และการแก้ปัญหาที่ดินวัด ซึ่งเป็นจุดขายหลักที่ไม่สามารถทิ้งได้
หาก ดร.นิยม และพรรคโอกาสใหม่ สามารถดำเนินยุทธศาสตร์ตามแนวทางนี้ได้อย่างครบถ้วน การคว้าเก้าอี้ ส.ส. สกลนคร เขต 2 และการพลิกโฉมอำเภอเต่างอยสู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก ก็มิใช่เรื่องไกลเกินฝัน แต่เป็น "โอกาสใหม่" ที่จับต้องได้อย่างแท้จริง



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น