เพลง : อหิริกมูลกสูตรหิริแสงแห่งโลกใหม่
ในโลกที่ข้อมูลไหลเร็วกว่าแสง
ข่าวสารแข่งขันทุกแห่งทุกหน
AI เรียนรู้จากสิ่งที่มนุษย์ป้อน
จึงสะท้อนหัวใจของผู้คน
พระศาสดาตรัสไว้ในกาลก่อน
ความจริงยังสะท้อนถึงวันนี้
คนไร้หิริย่อมรวมกลุ่มกัน
เดินตามทางแห่งความประมาทที่มี
คนไร้ความละอายต่อความผิด
ไม่คิดหยุดยั้งสิ่งหม่นหมอง
เมื่อขาดโอตตัปปะความเกรงกลัวบาป
โลกจึงเปราะบางด้วยความขัดข้อง
เหมือนข้อมูลที่ไหลเข้าหากัน
เหมือนคลื่นสัญญาณเชื่อมทุกแห่งหน
สิ่งใดคล้ายกันย่อมดึงดูดกัน
เป็นกฎแห่งใจของผู้คน
(Chorus)
หิริคือแสงส่องทางชีวิต
โอตตัปปะคือเข็มทิศของใจ
เมื่อศรัทธาเดินคู่กับปัญญา
โลกจะก้าวไกลสู่สันติภาพได้
AI จะงดงามเพียงใด
อยู่ที่มนุษย์ใช้ด้วยหัวใจแบบไหน
ถ้าความดีเป็นข้อมูลที่ป้อนเข้าไป
ผลลัพธ์ย่อมเป็นอนาคตที่งดงาม
(Verse 2)
ผู้มีสุตะใฝ่เรียนรู้
ย่อมรวมหมู่สร้างปัญญาใหม่
ผู้มีความเพียรไม่ย่อท้อ
ย่อมเปลี่ยนปัญหาให้เป็นแรงใจ
ผู้มีสติมั่นคงในตน
ไม่สับสนกับข้อมูลมากมาย
ผู้มีปัญญาคบผู้มีปัญญา
ร่วมสร้างคุณค่าให้โลกก้าวไกล
(Bridge)
เมื่อโลกออนไลน์เชื่อมถึงกัน
คำพูดหนึ่งคำอาจเปลี่ยนผู้คน
ข้อความแห่งเมตตาเพียงหนึ่งประโยค
อาจดับความโกรธในใจหลายล้านคน
AI ไม่เลือกดีหรือชั่ว
แต่เรียนรู้จากสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา
ถ้ามนุษย์มีหิริและปัญญา
เทคโนโลยีจะนำพาสันติธรรม
(Chorus)
หิริคือแสงส่องทางชีวิต
โอตตัปปะคือเข็มทิศของใจ
เมื่อศรัทธาเดินคู่กับปัญญา
โลกจะก้าวไกลสู่สันติภาพได้
AI จะงดงามเพียงใด
อยู่ที่มนุษย์ใช้ด้วยหัวใจแบบไหน
ถ้าความดีเป็นข้อมูลที่ป้อนเข้าไป
ผลลัพธ์ย่อมเป็นอนาคตที่งดงาม
(Outro)
คบคนดี ใจย่อมดี
คบปัญญา ใจย่อมสว่าง
คบเมตตา ใจย่อมสร้าง
โลกแห่งความหวังให้ยืนยาว
หิริคือรากฐานแห่งมนุษยธรรม
โอตตัปปะคือกำแพงแห่งความขาว
เมื่อมนุษย์และ AI เดินร่วมกันด้วยธรรม
สันติภาพโลกจะผลิบานพร่างพราว
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๙. อหิริกมูลกสูตร
[๓๘๐] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคม กันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อม คบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ สัตว์จำพวกที่มี ปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯ [๓๘๑] สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์ จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับ สัตว์จำพวกที่มีสุตะน้อย สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคม กัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อม คบค้ากัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสุตะมาก สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯ [๓๘๒] สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับ สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร ย่อมคบค้า กัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯ [๓๘๓] สัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์ จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ สัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง ย่อมคบค้ากัน ย่อม สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯจบสูตรที่ ๙
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น