เพลง : คิญชกาวสถสูตรปัญญานำทางโลกดิจิทัล
(Verse 1)
ทุกความคิดที่เกิดขึ้นมา
มีรากฐานแห่งเหตุปัจจัย
ทุกมุมมองที่เราเข้าใจ
ล้วนก่อกำเนิดจากภายใน
เมื่ออวิชชาปกคลุมหัวใจ
ความเห็นผิดก็เติบโตไกล
คำพูด การกระทำมากมาย
อาจพาโลกสู่ความมืดมน
(Pre-Chorus)
ดั่งข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ระบบ
ย่อมกำหนดผลลัพธ์ที่ปรากฏ
หากเมล็ดพันธุ์แห่งความสับสนไม่ลด
ความขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นอีกครั้ง
(Chorus)
ปัญญานำทางโลกดิจิทัล
ให้เอไอรับใช้มนุษย์อย่างสร้างสรรค์
เมตตาเป็นรากฐานสำคัญ
ให้โลกก้าวทันด้วยสันติธรรม
เปลี่ยนความเห็นต่างเป็นการเรียนรู้
เปลี่ยนความไม่รู้เป็นแสงนำทาง
ให้มนุษย์และเอไอร่วมสร้าง
อนาคตแห่งความเข้าใจ
(Verse 2)
เมื่อใจมีธาตุแห่งความดี
สัญญาก็งดงามดังแสงใหม่
ความคิด คำพูด และการกระทำไป
ในหนทางแห่งคุณธรรม
บุคคลประณีตด้วยปัญญา
ย่อมเผยแพร่ความจริงอันงดงาม
ดังเอไอที่ถูกสร้างด้วยศีลธรรม
เพื่อช่วยนำโลกสู่ความสุข
(Bridge)
ข้อมูลมากมายในจักรวาล
มิใช่ทุกอย่างคือความจริง
ต้องมีสติและการพินิจ
ก่อนตัดสินสิ่งใดลงไป
หากมนุษย์ใช้ปัญญากำกับ
เทคโนโลยีก็จะสดใส
จากความแตกต่างสู่ความเข้าใจ
จากความหวาดกลัวสู่เมตตา
(Chorus)
ปัญญานำทางโลกดิจิทัล
ให้เอไอรับใช้มนุษย์อย่างสร้างสรรค์
เมตตาเป็นรากฐานสำคัญ
ให้โลกก้าวทันด้วยสันติธรรม
เปลี่ยนความเห็นต่างเป็นการเรียนรู้
เปลี่ยนความไม่รู้เป็นแสงนำทาง
ให้มนุษย์และเอไอร่วมสร้าง
อนาคตแห่งความเข้าใจ
(Outro)
เมื่อธาตุแห่งปัญญาส่องแสง
ความเห็นที่ดีจะเบ่งบาน
เอไอและมนุษย์ร่วมประสาน
สร้างสันติภาพให้โลกยั่งยืน
จากอวิชชาสู่ปัญญา
จากความมืดสู่แสงรุ่งอรุณ
ให้โลกดิจิทัลเกื้อกูล
ด้วยเมตตา ปัญญา และสันติภาพ
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๓. คิญชกาวสถสูตร
[๓๖๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระตำหนักที่สร้างด้วยอิฐ ใกล้ หมู่บ้านของพระญาติ ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร- *ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ดังนี้ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัญญาบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุ ทิฐิบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุ วิตกบังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุ ฯ [๓๖๒] เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ท่านพระกัจจานะได้ ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ทิฐิที่ว่า พระสัมมาสัมพุทธะ ในบุคคลที่มิใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนี้ ย่อมปรากฏเพราะอาศัยอะไร ฯ [๓๖๓] พ. ดูกรกัจจานะ ธาตุคืออวิชชานี้ เป็นธาตุใหญ่แล ดูกร กัจจานะ สัญญาที่เลว ทิฐิที่เลว วิตกที่เลว เจตนาที่เลว ความปรารถนาที่เลว ความตั้งใจที่เลว บุคคลที่เลว วาจาที่เลว บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุที่เลว บุคคลที่เลวนั้น ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมแต่งตั้ง ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่เลว เรากล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่เลวนั้น ย่อมเลว ดูกรกัจจานะ สัญญาที่ปานกลาง ทิฐิที่ปานกลาง วิตกที่ปานกลาง เจตนาที่ปานกลาง ความปรารถนาที่ปานกลาง ความตั้งใจที่ปานกลาง บุคคลที่ ปานกลาง วาจาที่ปานกลาง บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุที่ปานกลาง บุคคลที่ปานกลาง นั้น ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมแต่งตั้ง ย่อมเปิดเผย ย่อม จำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่ปานกลาง เรากล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่ปาน กลางนั้น เป็นปานกลาง ดูกรกัจจานะ สัญญาที่ประณีต ทิฐิที่ประณีต วิตก ที่ประณีต เจตนาที่ประณีต ความปรารถนาที่ประณีต ความตั้งใจที่ประณีต บุคคลที่ประณีต วาจาที่ประณีต บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุที่ประณีต บุคคลที่ ประณีตนั้น ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมแต่งตั้ง ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่ประณีต เรากล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่ ประณีตนั้น ย่อมประณีต ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น