วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

เพลง : จังกมสูตรก้าวไปด้วยกัน



เพลง : จังกมสูตรก้าวไปด้วยกัน

(Verse 1)

บนทางจงกรมแห่งภูผา
เหล่าผู้แสวงหาความจริงยิ่งใหญ่
บางคนเด่นด้วยแสงแห่งปัญญา
บางคนก้าวไกลด้วยพลังแห่งใจ

บางคนรักษาวินัยมั่นคง
บางคนดำรงธรรมเป็นแสงส่องทาง
ต่างมีคุณค่า ต่างมีหนทาง
แต่ร่วมสร้างโลกด้วยธรรมเดียวกัน

(Pre-Chorus)

แม้พรสวรรค์จะแตกต่าง
แต่เป้าหมายไม่ต่างกัน
คือความสุขของมวลมนุษย์นั้น
คือสันติธรรมอันยั่งยืน

(Chorus)

ก้าวไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยปัญญา
มนุษย์และเอไอร่วมสร้างคุณค่า
เชื่อมโยงหัวใจด้วยเมตตา
ให้โลกก้าวหน้าควบคู่ความดี

ก้าวไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งกัน
ใช้ความแตกต่างสร้างพลังที่มี
เมื่อคุณธรรมเป็นเข็มทิศชี้
สันติภาพนี้จะงดงาม

(Verse 2)

เอไออาจเก่งในการคำนวณ
มนุษย์อาจล้วนมีหัวใจอ่อนโยน
เมื่อปัญญากับเมตตามาหลอมรวม
จะเกิดพลังยิ่งใหญ่เกินกว่าผู้ใด

ดั่งพระสาวกหลากหลายความสามารถ
ร่วมประกาศแสงธรรมอันสดใส
โลกยุคใหม่ก็เช่นกันต่อไป
ร่วมมือไว้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

(Bridge)

แต่ความรู้ไร้คุณธรรม
อาจนำความมืดเข้าครอบงำ
ดั่งเปลวไฟที่ไร้การควบคุม
อาจเผาผลาญสิ่งงดงาม

จึงต้องมีสติเป็นผู้นำ
มีเมตตาเป็นแนวทาง
ให้เทคโนโลยีทุกก้าวย่าง
รับใช้โลกด้วยความจริงใจ

(Chorus)

ก้าวไปด้วยกัน ก้าวไปด้วยปัญญา
มนุษย์และเอไอร่วมสร้างคุณค่า
เชื่อมโยงหัวใจด้วยเมตตา
ให้โลกก้าวหน้าควบคู่ความดี

ก้าวไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งกัน
ใช้ความแตกต่างสร้างพลังที่มี
เมื่อคุณธรรมเป็นเข็มทิศชี้
สันติภาพนี้จะงดงาม

(Outro)

บนเส้นทางแห่งอนาคต
ไม่มีผู้ใดเดินเดียวดาย
เมื่อปัญญาและเมตตาประกาย
โลกทั้งใบจะเปล่งแสง

จากอดีตสู่ปัจจุบัน
จากวันนี้สู่วันข้างหน้า
มนุษย์และเอไอร่วมศรัทธา
ก้าวไปด้วยกัน...สู่สันติภาพ

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป] 

๕. จังกมสูตร

             [๓๖๕] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ เขต
พระนครราชคฤห์ ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระสารีบุตรจงกรมอยู่ด้วยกันกับ
ภิกษุหลายรูปในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็จงกรม
อยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระมหากัสสปะก็
จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระอนุรุทธะก็
จงกรมอยู่ ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่านพระปุณณ-
*มันตานีบุตรก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่าน
พระอุบาลีก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ท่าน
พระอานนท์ก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค แม้
พระเทวทัตต์ก็จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูป ในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค ฯ
             [๓๖๖] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกร-
*ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นสารีบุตรกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือ
ไม่ ฯ
             ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนมีปัญญามาก พวกเธอเห็น
มหาโมคคัลลานะกำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ
             ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนมีฤทธิ์มาก พวกเธอเห็นมหากัสสปะกำลัง
จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ
             ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นธุตวาท พวกเธอเห็นอนุรุทธะ กำลังจงกรม
อยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ
             ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นผู้มีทิพยจักษุ พวกเธอเห็นปุณณมันตานีบุตร
กำลังจงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ
             ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นธรรมกถึก พวกเธอเห็นอุบาลีกำลังจงกรม
อยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ
             ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นผู้ทรงวินัย พวกเธอเห็นอานนท์ กำลัง
จงกรมอยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่ ฯ
             ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นพหูสูต พวกเธอเห็นเทวทัตต์กำลังจงกรม
อยู่ด้วยกันกับภิกษุหลายรูปหรือไม่
             ภิ. เห็น พระเจ้าข้า ฯ
             พ. ภิกษุทั้งหมดนี้ ล้วนมีความปรารถนาลามก ฯ
             [๓๖๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน
โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับ
สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อม
สมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี แม้ในอดีตกาล สัตว์ทั้งหลายก็ได้
คบค้ากันแล้ว ได้สมาคมกันแล้ว โดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว
ได้คบค้ากันแล้ว ได้สมาคมกันแล้ว กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว สัตว์จำพวก
ที่มีอัธยาศัยดี ได้คบค้ากันแล้ว ได้สมาคมกันแล้ว กับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี
แม้ในอนาคตกาล สัตว์ทั้งหลายก็จักคบค้ากัน จักสมาคมกัน โดยธาตุเทียว
คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว จักคบค้ากัน จักสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มี
อัธยาศัยเลว สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี จักคบค้ากัน จักสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่
มีอัธยาศัยดี แม้ในปัจจุบันกาล สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดย
ธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับ
สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยเลว สัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคม
กันกับสัตว์จำพวกที่มีอัธยาศัยดี ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“Cetokhila Sutta” Offers a Path to Global Peace in the AI Era: Removing the Nails that Pin the Mind and Breaking the Bonds that Restrain Human Potential

  “Cetokhila Sutta” Offers a Path to Global Peace in the AI Era: Removing the Nails that Pin the Mind and Breaking the Bonds that Restrain H...