วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565

"มหาดไทย - สภาพัฒน์ - สกสว." จับมืองานวิจัยพัฒนาพื้นที่ พลิกโฉมคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2565  นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแนวทางบูรณาการแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) เชิงพื้นที่เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเชิงพื้นที่ โดยมุ่งเน้นนำองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัย และผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการพลิกโฉมประเทศ ในการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด อีกทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน อันจะเป็นทางเลือก และทางรอดสำหรับอนาคต 

“การร่วมมือกันในครั้งนี้กระทรวงมหาดไทยจะประสานพลังกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ สกสว. ในการนำองค์ความรู้ ผลงานวิจัย และผลผลิตที่เป็นนวัตกรรมต่างๆไปสู่การแก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่โดยตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น เช่น การจัดทำแผนงานโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนโดยใช้ต้นแบบจากงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนการแก้โจทย์ที่ซับซ้อนของพื้นที่ในระดับจังหวัด มีการศึกษาปัญหา และหนทางแก้ไขของพื้นที่ และนำมาปรับเป็นแผนโครงการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัด นอกจากนี้จะมีการประสานแผนเชิงภารกิจ และเชิงพื้นที่ในระดับต่างๆให้เชื่อมโยง


โดยเฉพาะการเชื่อมโยงแผนพัฒนาภาคที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.รับผิดชอบ เข้ากับแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดที่เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภูมิภาคของประเทศไทยมีความก้าวหน้า และเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน อันจะเป็นฐานในการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศไทย และเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการพัฒนาพื้นที่ให้สู่การพลิกโฉมประเทศไทยต่อไปในอนาคต” นายสุทธิพงษ์กล่าว


นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ สกสว. ในฐานภาคียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ และพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงแผนระหว่างแผนพัฒนาภาคกับแผนปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากลไก และเครือข่ายบุคลากรของหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนแผนพัฒนาภาคและใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมผลักดันการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเชิงพื้นที่จำเป็นต้องมีการบูรณาการองค์ความรู้ที่หลากหลาย


การแก้โจทย์การพัฒนาที่เชื่อมโยง ซับซ้อนด้วยการวิจัย รวมทั้งมีการใช้ผลผลิตจากนวัตกรรม เช่น การนำผลงานวิจัยด้านนวัตกรรมอาหารและเกษตรแม่นยำไปผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจฐานชีวภาพ อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิต เกิดมูลค่าเพิ่มกับสินค้าเกษตร ทำให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือการนำองค์ความรู้


และเทคโนโลยีชีวภาพด้านสมุนไพรไปผลักดันให้เป็นโครงการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าให้แก่อุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งการร่วมมือนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการพลิกโฉมประเทศไทย


ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยว่า “สกสว.ในฐานะที่เป็นภาคีเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ขึ้นเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานส่งสริมการวิจัย และพัฒนาให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี


เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ก้าวหน้า ผลักดันประเทศไทยให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วโดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นกลไกและพลังสำคัญในการพัฒนา ซึ่ง สกสว. มองว่าการพลิกโฉมประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ถ้าเศรษฐกิจในพื้นที่เติบโต แข็งแรง จะเป็นปัจจัยหนุนเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในที่สุด สกสว.จึงริเริ่มให้มีการศึกษาหาแนวทางในการเชื่อมโยงแผน ววน. กับแผนการพัฒนาพื้นที่ในระดับต่างๆ


ทั้งแผนพัฒนาภาคของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและแผนพัฒนาจังหวัดที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งความเชื่อมโยงนี้เป็นการเชื่อมโยงสาระสำคัญในเชิงเป้าหมาย ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนา และการเชื่อมโยงกลไกการผลักดันและบริหารแผน ตลอดจนการบูรณาการกำลังคน กำลังทรัพยากรที่เกี่ยวข้องให้ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ให้เข้มแข็ง และพลิกโฉมประเทศไทยไปพร้อมกัน”


ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 ถือเป็นการจัดงานครั้งแรกในการขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อระดมความเห็นจากทั้งภาคนโยบายของประเทศ ผู้ทรงคุณวุฒิ ประชาคม ววน. และผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอันจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค อีกทั้งเป็นการเปิดแนวคิดและแรงบันดาลใจให้กับทุกภาคส่วนในการพัฒนาประเทศโดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งนี้ สกสว. มีการจัดสรรงบประมาณตามแผน 3 ก้อนใหญ่ ทั้งการพัฒนาสังคมพื้นที่และคุณภาพชีวิตประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน พัฒนาคนและองค์ความรู้สู่อนาคต ซึ่งผลการดำเนินการที่ผ่านมาทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เกิดผู้ประกอบการ SMEs 500 ราย ใน 48 จังหวัด วิสาหกิจชุมชน นักวิทยาศาสตร์และวิจัยในอุตสาหกรรมและชุมชน 3,200 ราย โดยเราจะดำเนินการขับเคลื่อนภูมิภาคทั่วไทยตลอดปีนี้ด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีแผนกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ


https://www.banmuang.co.th/news/politic/294465

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...