ເນື້ອເພງ : ດຣສົມພົງສ໌
ທຳນອງ - ຮ້ອງໂດຍ : suno
(Verse 1)
เป็นผู้ขอ ไม่เพียงเพราะมือยื่นรับมา
ไม่ใช่เพียงพรากบุญบาปออกไป
แต่ละทิ้งกิเลส ด้วยจิตอันสงบใจ
เส้นทางพรหมจรรย์ ก้าวไปไม่เบียดเบียนใคร
(Chorus)
เดินทางด้วยจิตสงบเงียบแท้
ไม่แสวงบุญบาปใดเป็นกุศล
ชีวิตเป็นผู้ขอที่งามด้วยใจ
ถึงสันติสุขโดยไม่ยึดมั่น
(Verse 2)
ภายในใจ พิจารณาอย่างรอบคอบ
ถึงเหตุถึงผล จิตใจไม่คลอนแคลน
ยึดมั่นในความดี ปราศจากโทษโทษภัย
ด้วยทางแห่งภิกษุที่แท้ อิสระยิ่งใหญ่
(Chorus)
เดินทางด้วยจิตสงบเงียบแท้
ไม่แสวงบุญบาปใดเป็นกุศล
ชีวิตเป็นผู้ขอที่งามด้วยใจ
ถึงสันติสุขโดยไม่ยึดมั่น
(Bridge)
เป็นผู้ขอทางจิต ที่แกร่งและสงบ
ปล่อยวางจากกิเลส ให้จิตใจได้พัก
ละทิ้งทุกสิ่ง เริ่มชีวิตด้วยความมั่นใจ
ก้าวไปกับทางอันใส
(Outro)
ด้วยใจที่ตั้งมั่นไม่คลอนแคลน
เดินไปในทางแห่งภิกษุ
สาระสำคัญของภิกขกสูตร
ภิกขกสูตรที่ 10 ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 15 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 7 สังยุตตนิกาย สคาถวรรค มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทสนทนาระหว่างพระพุทธเจ้ากับพราหมณ์ชื่อ “ภิกขกพราหมณ์” ซึ่งมาทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ทั้งตนและพระพุทธเจ้าต่างก็เป็น “ผู้ขอ” เหมือนกัน จึงเกิดคำถามว่า การเป็นผู้ขอของทั้งสองฝ่ายนี้มีความแตกต่างกันหรือไม่
พระพุทธเจ้าตรัสอธิบายว่า การเป็นภิกษุ (ผู้ขอ) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขอทานเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องเป็นผู้ที่สามารถละทิ้งทั้งบุญและบาป มีการพิจารณา และดำเนินชีวิตในพรหมจรรย์ (วิถีชีวิตที่มีความบริสุทธิ์และอิสระจากกิเลส) ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงการละเว้นจากความดีและความชั่วจนถึงจิตที่บริสุทธิ์ จึงจะเรียกได้ว่าเป็น “ภิกษุ” ที่แท้จริง ภายหลังพราหมณ์ได้ซาบซึ้งในธรรมะและขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ
หลักธรรมในภิกขกสูตรที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
การมีจิตใจที่เป็นอิสระจากการยึดมั่นถือมั่น: หลักการละทิ้งทั้งบุญและบาปในภิกขกสูตรสะท้อนถึงการมีจิตที่ไม่ยึดติดทั้งความดีและความชั่ว ในชีวิตประจำวัน เราสามารถนำหลักนี้มาใช้เพื่อสร้างจิตใจที่ไม่เคร่งครัดจนเป็นภาระและความทุกข์ การใช้ชีวิตด้วยความตั้งมั่น มีสติปัญญา และไม่คาดหวังผลลัพธ์จนเกินไป จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลายทางจิตใจ
การใช้ชีวิตที่ปราศจากการเบียดเบียนและกิเลส: การประพฤติพรหมจรรย์ในภิกขกสูตรสะท้อนถึงการละกิเลสและความเบียดเบียนต่อผู้อื่น เราควรฝึกฝนให้จิตใจมีความสงบ ไม่สร้างความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่น เป็นการดำเนินชีวิตที่มีความบริสุทธิ์และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
การพิจารณาและใคร่ครวญในตนเอง: การมีชีวิตที่อยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาความเป็นจริงในภิกขกสูตรสะท้อนถึงการพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ การฝึกพิจารณาและไตร่ตรองถึงการกระทำของตนเองในชีวิตประจำวันจะช่วยให้เรามองเห็นและเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง นำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาตนเอง
การยึดมั่นในศีลธรรม: การดำรงตนด้วยศีลธรรมที่ดีงาม ช่วยให้จิตใจและชีวิตเกิดความมั่นคงและสงบสุข นำหลักคำสอนนี้มาใช้ในการทำความดีที่สอดคล้องกับศีลธรรม จะช่วยสร้างความสุขให้กับตนเองและผู้อื่น
https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=5894

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น