วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เพลง : อาณิสูตรอย่าให้เหลือเพียงลิ่ม


[Verse 1]

กาลครั้งหนึ่งเสียงกลองดัง
ก้องสะท้อนพลังแห่งธรรม
อานกะเคยเป็นดั่งคำ
ที่นำผู้คนพ้นความมืดมน

เมื่อกาลเวลาพัดผ่าน
ลิ่มใหม่ตอกแทนทุกหน
ไม้เดิมเลือนหายปะปน
เหลือเพียงเปลือกแห่งความจำ

[Pre-Chorus]

ถ้อยคำงดงามอาจจับใจ
แต่ความจริงอยู่ลึกกว่านั้น
หากหลงเพียงเสียงแห่งถ้อยคำ
โลกจะลืมแก่นแห่งสัจธรรม

[Chorus]

อย่าให้เหลือเพียงลิ่ม
จนลืมเสียงเดิมแห่งความจริง
จงฟังธรรมด้วยหัวใจที่นิ่ง
ด้วยปัญญาที่ไม่เอนเอียง

เมื่อโลกเรียนรู้ความว่าง
ปล่อยวางอัตตาและความขัดแย้ง
สันติภาพจะส่องแสง
จากใจทุกแห่ง...สู่โลกทั้งใบ

[Verse 2]

มิใช่เพียงถ้อยร้อยกรอง
ที่งดงามดั่งแสงอำไพ
แต่คือธรรมที่เปลี่ยนหัวใจ
ให้เมตตาเหนือความแบ่งแยก

เมื่อเราเปิดใจรับฟัง
ด้วยสติทุกย่างทุกก้าว
ความเกลียดชังค่อยแผ่วเบา
เหลือเพียงความเข้าใจต่อกัน

[Bridge]

สุญญตาไม่ใช่ความว่างเปล่า
แต่คือการปล่อยวางตัวเรา
เมื่อไม่มี "ฉัน" และ "เขา"
สงครามก็หมดความหมาย

โลกุตตระคือหนทาง
เหนือความโลภและความหวาดไหว
ฟังธรรมด้วยปัญญาภายใน
สันติภาพเริ่มได้...ที่ใจคน

[Final Chorus]

อย่าให้เหลือเพียงลิ่ม
รักษาแก่นธรรมให้ยั่งยืน
ฟังด้วยศรัทธาและความตื่น
เรียนรู้ทุกคืนทุกวัน

เมื่อทุกชนร่วมรักษา
คำสอนแห่งองค์พระศาสดา
โลกจะงดงามดั่งพฤกษา
ผลิดอกเมตตา...ทั่วหล้าโลก

[Outro]

เสียงกลองธรรมยังไม่ดับ
หากเรารับฟังด้วยหัวใจ
สันติภาพจะเริ่มต้นใหม่
จากธรรมแท้...ที่ไม่สูญหาย

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป] 

๗. อาณิสูตร

             [๖๗๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่า
ทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมา
โครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก
มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ จักไม่ปรารถนาฟัง
จักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษา
แต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มี
อักษรอันวิจิตร มีพยัญชนะอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต อยู่ จัก
ปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญ
ธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ
             [๖๗๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้ว
อันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธาน
ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขา
กล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบ
ด้วยสุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่ง
จิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Song: The Silence That Heals the World Inspired by the Mahāsuññata Sutta

[Verse 1] When the noise surrounds our hearts, And fear divides the human race, There is a path beyond the storm, A silent light, a peaceful...