วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562
'จุรินทร์'ลุยเจรจาฟื้นตลาดอียู-อาร์เซ็ปเสริมค้าชายแดนฟื้น FTA
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในเวทีเสวนา Bangkok post forum 2019 ว่าการเข้ามาร่วมรัฐบาลนี้เพื่อมาเติมเต็มทางด้านเศรษฐกิจฐานรากเพราะหัวใจสำคัญที่สุดคือและในเชิงประมาณคือเกษตรกร เราต้องมาเติมเต็มรายได้ให้กับเกษตรกรได้ เรื่องแรกการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐานราก คือจะใช้นโยบายประกันรายได้ ผลิตผลเกษตร 5 ตัวคือข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด ส่วนพืชชนิดอื่นนั้นให้ใช้มาตรการที่มีความยืดหยุ่นแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรสามารถยังชีพได้ เรื่องที่สองจะต้องเข้าไปดูแลควบคุมราคาสินค้าหรือการดูแลค่าใช้จ่ายเรื่องค่าของชีพประชาชนรวมทั้งเรื่องคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเช่นเดียวกัน
พร้อมกันนี้เร่งรัดการส่งออก โดยส่งเสริมการค้าชายแดน เพราะอาเซียนเรายังมีศักยภาพสูงในการจะเป็นตลาดของประเทศไทยและอาเซียนอย่างมีศักยภาพโดยเฉพาะตัวเลขจะขึ้นเร็วมากการค้าชายแดนจึงมีความสำคัญไม่ว่าจะเป็นไทย-มาเลย์ ไทย-กัมพูชา ไทย-เมียนม่าและไทย-ลาว หรือแม้กระทั่งไทย-เวียดนาม โดยจะจัดเวทีพบปะระหว่างภาคเอกชนของเรากับชายแดนที่ติดปัญหาอะไรอุปสรรคอะไรสำคัญก็จะหารือกับทุกประเทศที่เป็นคู่ค้าที่บริเวณชายแดน ซึ่งจากที่ได้ไปประชุมอาเซ็ป วันนี้ช่วง 3 วันที่ผ่านมานี้ได้มีโอกาสได้คุยกับรัฐมนตรีพาณิชย์ของทั้ง 4 ประเทศและทุกท่านก็ตอบรับและจะมีการจัดฟอรัมกันที่ชายแดนซึ่งเชื่อมั่นว่าจะมีอนาคตขึ้น
นอกจากเรื่องการส่งออกแล้วเรื่องที่ 4 ที่มีความสำคัญไม่น้อยคือการเจรจาการค้าระหว่างประเทศที่ค้างท่ออยู่หรือยังเดินต่อไม่ได้อันนี้ต้องมาเร่งรัดการเจรจายกตัวอย่างสำคัญที่สุดคือกลุ่มประเทศอาร์เซ็ป (ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP คืออาเซียน 10 ประเทศบวกกับประเทศสมาชิกอีก 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย) การเจรจานี้จะให้จบทันสิ้นปีซึ่งหมายถึงจะให้จบให้ได้ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ถ้าได้ตามเป้าเราจะมีการ ระชุมในเดือนพฤศจิกายนที่กรุงเทพ แล้วหลังจากนั้นในปี 2020 คือปีหน้านั้นจะได้ลงนามข้อตกลงร่วมกัน
หากจบข้อตกลงนี้ได้เท่ากัยอาร์เซ็ป เป็นโอกาสให้ไทยสามารถเพิ่มตลาดที่มีประชากรรวมกันมากถึง 3,500 ล้าน คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรโลกและมีมูลค่า GDP ประมาณ 32.3% ของ GDPโลก สำหรับไทยสินค้าที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ เช่นผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องจักรใอุปกรณ์ไฟฟ้าพลาสติก เคมีภัณฑ์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เส้นวย สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย อาหารและอื่นๆเยอะไปหมด อันนี้คือสิ่งที่จะเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้เราต้องเร่งฟื้น FTA ยุโรปที่เราเดินหน้าต่อไม่ได้ใน5-6 ปีที่ผ่านมาเพราะเราติดปัญหาเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองแต่ถัดจากนี้ไปเรามาจากการเลือกตั้งแล้ว เพราะฉะนั้นเราสามารถนับหนึ่งเอฟทีเอไทยกับสหภาพยุโรปได้และก็พร้อมเชื่อว่าทางยุโรปเขาก็พร้อมจะเจรจา และตนได้ให้นโยบายที่กระทรวงพาณิชย์แล้วว่าขอให้เริ่มต้นตระเตรียมในการจะนับหนึ่งกันอีกครั้งหนึ่งเราจะทำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งหมดคือ 4 เรื่องสำคัญ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เปิดวิสัยทัศน์ "Thailand Vision 2035" ถอดรหัสยุทธศาสตร์ "ยศชนัน" ชูสร้างรายได้สูงด้วยตำแหน่งสูงสุด
การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังถูกจับตามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย ท่ามกลางบริบทวิกฤตซ้อนวิกฤต หรือที่นักวิชาการเรียก...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
พระครูภาวนาภารัติ หรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก มีชื่อและสกุลนามเดิมว่า "ทิม งามศรี" เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๔๒๒ ที่บ้า...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น