วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562

"ณัฐพล"ยืดอกรับ! จัดงบฯ ศธ.ไม่เหมาะสม เหตุเพิ่งรับตำแหน่ง



วันที่ 18 ต.ค.2562 นายณัฐพล ทีปสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ได้ลุกชี้แจงต่อการอภิปรายการจัดสรรงบประมาณของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในงบประมาณกระทรวงศึกษาการว่า ช่วง3 เดือนที่ตนมารับหน้าที่ ตนทราบถึงปัญหางบประมาณที่อาจจะไม่เหมาะสม แต่ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่สั้น และอาจจะยังไม่เข้าใจระบบงบประมาณของกระทรวงศึกษาอย่างแท้จริง  ส่วนเรื่องโครงการต่างๆเกี่ยวกับดิจิตอลที่อาจจะใช้งบประมาณจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับฝึกอบรม การสัมมนา หากติดตามข่าวจะเห็นว่าตนได้ลดงบส่วนนี้ไปแล้ว และกำชับผู้บริหารกระทรวง ทุกหน่วยงานว่าให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 

"ผมยอมรับว่าหากเปลี่ยนแปลงโครงการที่อยู่ในงบประมาณปี 63 อาจจะมีผลกระทบทำให้ต้องคืนงบประมาณเข้ากระทรวงการคลัง แต่ถ้าไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความเหมาะสม ผมกำชับผู้บริหารของกระทรวงว่าเราจะไม่ใช้" 

ส่วนปัญหาเรื่องอาหารกลางวัน เราไม่ได้มีการเพิ่มค่าอาหารกลางวันเป็นเวลา 5 ปี อยู่ที่ 20 บาท และขณะนี้มีการวิเคราะห์แล้วว่า เราควรเพิ่มงบประมาณอาหารกลางวันเท่าไหร่ ที่มีการเสนอมา30 บาทนั้นตนไม่สามารถให้ครอบคุมเท่ากันทั้งประเทศได้ เพราะเราไม่สามารถตัดเสื้อโหลอีกต่อไป  โรงเรียนที่มีขนาดเล็กอาจมีความต้องการงบประมาณอาหารกลางวันมากกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ฉะนั้นการทำงานของกระทรวงต้องวิเคราะห์ถึงความจำเป็นและเหมาะสมโดยจะมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณ

สำหรับเรื่องงบประมาณที่สมาชิกเห็นว่ามีความจำเป็นต้องเพิ่มเติมนั้น ตนยอมรับว่ามีความจำเป็น โดยสมาชิกมีการพูดถึงตัวเลข 4.4 หมื่นล้านจากทีดีอาร์ไอ เป็นตัวเลขที่ไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับงบประมาณของกระทรวงศึกษาและ คุณภาพที่ได้รับ แต่ตนไม่สามารถขอตอนนี้ได้ เพราะในกระทรวงศึกษาเองยังมีความซับซ้อนในเรื่องของงบประมาณอยู่  เราต้องบริหารจัดการในส่วนของกระทรวงเอง โดยมั่นใจก่อนว่าสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  หลังจากนั้นการจัดงบประมาณปี 64 ตนมั่นใจว่าเราจะสามารถทำงบประมาณที่เหมาะสมกับการพัฒนาบุคคลากรของประเทศ ทั้งครู และนักเรียนได้ 

"อนาคตใหม่"แนะเจียดงบกลาง 3 หมื่นล้านยกระดับการศึกษา 
          

ทั้งนี้น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้อภิรายว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณ 368,660 ล้านบาท แต่ไม่ได้สะท้อนการลงทุนด้านการศึกษา เพราะงบประมาณด้านศึกษาเป็นเพียง 6% เท่านั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ที่ดูแลการศึกษาภาคบังคับในโรงเรียนภาครัฐ มีงบจำนวนมาก แต่เป็นงบประมาณสำหรับบุคลากร แต่งบที่สร้างการเรียนรู้ให้เด็กมีน้อยเกินไป ส่วนโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี มีงบประมาณ 35ล้านบาท แต่เป็นงบที่เน้นเรื่องค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ค่าเช่าที่พัก ไม่ใช่กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตร ขอยกตัวอย่างโรงเรียนบ้านกล้วยจอหอ จ.นครราชสีมา มีนักเรียน 134 คน ได้รับค่าบริหารจัดการ 292,521 บาท เปิดเรียน 8 เดือน ได้รับค่าบริหารจัดการเดือนละ 36,565 บาท และได้รับเงินค่าซ่อมบำรุง20,000บาท การได้รับงบประมาณเช่นนี้ ทำให้ครูไทยต้องทำทุกอย่างในโรงเรียน งานอื่นๆเบียดบังงานครูไปหมดแล้ว
          

การจะทำให้การศึกษาไทยวิ่งทันคุณภาพควรที่เป็นคือ ควรเจียดงบกลาง 3หมื่นล้านบาท มาให้โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง10,000 แห่ง ควรได้รับงบประมาณเพิ่มโรงเรียนละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้ควรเพิ่มงบลงทุนให้อาชีวะอีก 1หมื่นล้านบาท เพื่อใช้จ่ายการฝึกฝนทักษะ เมื่อเราไม่ได้ช่วยให้เด็กมีทักษะ เท่ากับว่า จะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีความรับผิดชอบ แต่กลับสร้างภาระให้เด็กในอนาคตตามภาวะสังคมผู้สูงอายุ จึงขอแสดงความรับผิดชอบด้วยการไม่เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ดร.มหานิยมร่วมสืบสาน บุญเบิกฟ้าเดือน 3 วัดสุทธานิวาสสกลนคร ย้ำไม่ทิ้งรากเหง้าอีสาน

ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคโอกาสใหม่ พร้อมครอบครัวและทีมงาน ร่วมงานประเพณีบุญเดือน 3 หรือบุญเบิกฟ้า ณ วัดสุทธานิวาส บ้านแ...