วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2562

"จุรินทร์"หนุนพังงา"เมืองสีเขียว น่าอยู่ มีอู่นอน"




"จุรินทร์"หนุนพังงาเมืองสีเขียวเมืองน่าอยู่ ย้ำเป้าชาวพังงาต้องมีบ้าน พร้อมหนุนโครงการบ้านมั่นคงร่วมกันทั้งประเทศ 

วันที่ 14 ต.ค.2562 เวลา 15.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ เลขานุการรมว.พาณิชย์  และ สส.พังงา นางกันตวรรณ  ตันเถียร  นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์  เดินทางเข้าร่วมงานสมัชชาพังงาแห่งความสุข ครั้งที่ 7 ภายใต้ชื่องาน  “ก้าวข้ามขีดจำกัด  จากผังยุทธศาสตร์การพัฒนา สู่พังงาแห่งความสุข”  ที่ศูนย์ศึกษาวิจัยศิลปกรรมวัฒนธรรมและประเพณีแห่งอันดามัน จังหวัดพังงา Andaman Center บ้านท่าด่าน เกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา





นายจุรินทร์ กล่าวถึง ปัญหาที่อยู่อาศัยว่าในฐานะรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และประธานกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ (กอช.) ตามนโยบายนั้นรัฐบาลจะสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคง เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย โดยเบื้องต้นรัฐจะให้การสนับสนุน 30-40% ในเรื่องของงบประมาณก่อสร้างบ้านและตั้งเป้าว่ามี พ.ศ.2579 จะต้องมีบ้านมั่นคง 1.2 ล้านหลัง นอกจากนั้นยังมีงบสำหรับกู้เพื่อซ่อมแซมบ้าน ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ดังนั้นบ้านมั่นคงที่อยู่ในจังหวัดพังงา ตนรับปากว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ รวมทั้งกองทุนเงินกู้ในการซ่อมแซมบ้านของประชาชนด้วย 

นายจุรินทร์ กล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า วันนี้ขอชื่นชมชาวพังงาที่รวมตัวกันเป็นสมัชชา เพื่อจะรักษาพังงาให้เป็นเมืองน่าอยู่ เมืองแห่งความสุข เมื่อปีพ.ศ.2529 ตนเคยพูดไว้ว่าการพัฒนาพังงาต้องไม่ไปทิศทางเดียวกับภูเก็ตวันนั้นมีหลายคนตกใจ วันนี้ตนเชื่อว่าคนพังงาหลายคนเข้าใจแล้วว่าการพัฒนาพังงาที่ยั่งยืนไม่ใช่การพัฒนาด้านวัตถุ เพราะยิ่งพัฒนาความเจริญด้านวัตถุเท่าไหร่ก็เท่ากับเดินห่างจากความสุขที่แท้จริงเท่านั้น  ดังนั้นการพัฒนาพังงาจึงคือการพัฒนาที่ยั่งยืน คือการรักษาพังงาให้เป็นเมืองสีเขียวอนุรักษ์วัฒนธรรม เอกลักษณ์ความเป็นพังงารักษาสิ่งแวดล้อม เชิงนิเวศน์ เชิงอนุรักษ์ เชิงเกษตร จนพังงานวันนี้เป็นจุดเด่นแห่งอันดามัน ซึ่งเท่ากับเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนปัญหาราคาสินค้าเกษตรว่าวันนี้พืชเกษตรหลักทั้งปาล์มน้ำมันและยางพารา ในพื้นที่ซึ่งราคาตกต่ำมาหลายปี เป็นปัญหาทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะไทย แต่วันนี้รัฐบาลจึงมีนโยบายประกันรายได้ เพื่อช่วยชาวสวนยาง และปาล์ม เมื่อนโยบายประกันรายได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เกษตรกรก็จะมีรายได้ 2 ทาง 1. จากการขายสินค้าเกษตร 2. ได้เงิน “ส่วนต่าง” ของราคาจากนโยบายประกันรายได้ โดยปาล์มน้ำมันได้มีการจ่ายเงินส่วนต่างแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ในส่วนของยางพารานั้น ตนจะนำเข้าที่ประชมครม.วันพรุ่งนี้

นอกจากนี้ นายจุรินทร์ ยังฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดด้วยเพราะปัญหายาเสพติดถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันจัดการให้สิ้นซาก โดยทางการต้องจริงจังในการจัดการอย่างเด็ดขาด ถ้าเราไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้ การพัฒนาทุกอย่างก็เดินไปถึงเป้าหมายอย่างลำบาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“คณะสงฆ์ไทย” จุดเปลี่ยนแก้วิกฤต PM 2.5–ไฟป่า พลิกสู่ ‘นิเวศวิทยาเชิงพุทธ’ บูรณาการชุมชน-เศรษฐกิจฐานราก

ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และไฟป่า โดยเฉพาะพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือที่สถานการณ์ทวีความรุนแรงต่อเนื่...