วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

สมาธิสรณะยาม'ยะใส'ติดคุก 'สุภิญญา'เผยชีวิตในห้องขัง



วันที่  22 ก.พ.2562 น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2562 เรื่อง จากใจสู่เรือนจำ ภายหลังเข้าเยี่ยมนายพิภพ ธงไชย และนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 8 เดือนคดียึดทำเนียบรัฐบาลขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ปี2551 ความโดยสรุปว่า 

ในชีวิตคนเราจะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะได้ไปเยี่ยมญาติสนิทมิตรสหายในเรือนจำ ฟังดูเป็นเรื่องน่ากลัว แต่เมื่อชีวิตมาถึงจุดนี้แล้วเรายอมรับความจริงได้ มันก็ไม่ยากจนเกินไป วิกฤตที่เกิดขึ้นทุกครั้งในชีวิตย่อมนำไปสู่โอกาสบางอย่างเสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เข้าใจสัจธรรม เข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น มาพร้อมกับความเข้มแข็งภายนอกและความอ่อนโยนภายใน นั่นคือสิ่งที่เราสัมผัสได้จากการได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่รักอย่างสุริยะใส กตะศิลา (จะขอเรียกว่ายะใสต่อจากนี้) และคุณพิภพ ธงไชย (หรือพี่เปี๊ยกที่เคารพรักของพวกเรา) 

การต้องไปอยู่ในที่ซึ่งไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้อย่างในเรือนจำ ว่าไปก็เป็นเรื่องที่พิเศษมากในยุคนี้ ถือเป็นการดีทอกซ์ ล้างใจตัวเองจากสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหลายด้วย นัยหนึ่งช่วยทำให้เรากลับมามีสมาธิ ได้อยู่อย่างเงียบสงบ ให้เวลากับตัวเองอย่างจริงจังเป็นเวลายาวนาน เสมือนได้ฝึกกรรมฐานรูปแบบหนึ่งถ้าเราตั้งใจ
          
เราเลยถามว่าได้ปฏิบัติธรรมบ้างไหม ยะใสตอบว่าก็ได้นั่งสมาธิสวดมนต์ ตอนเช้าตีห้าทุกวันจะมีทีวีเปิดแนะนำการนั่งสมาธิ เราสาธุด้วย ดีจัง ไว้จะตื่นมานั่งสมาธิตอนตีห้าพร้อมกันบ้างจะได้แผ่มิตรไมตรีแบบเปิดเครื่องส่งเครื่องรับให้ตรงกันพอดี

ยะใสเล่าต่อว่า ชีวิตในเรือนจำก็ไม่ได้ว่างเลยนะ เพราะเราถามว่าได้นอนกลางวันบ้างไหม เค้าตอบทันทีว่าไม่เลย เพราะมีกิจกรรมคุยกับผู้คนตลอดเวลา ไหนจะคุยกับพี่ๆแกนนำ พธม.ด้วยกัน คุยกับผู้คุม และ คุยกับผู้ต้องขังสารพัดหลากหลาย ยิ่งยะใสพอเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว มีหลายคนมาเล่าปัญหาชีวิตให้ฟัง มีมาร้องทุกข์เรื่องคดีความด้วย ยะใสพูดติดตลกว่าจะเปิดห้องรับเรื่องร้องเรียนในเรือนจำแล้ว (ญาติมิตรที่มาเยี่ยมเล่าเสริมภายหลังว่า ยะใสรับเรื่องราวของคนข้างในมาส่งต่อทนายข้างนอกให้ช่วยตามต่อด้วย)
          
สรุปคือ เข้ามาพักกายพักใจในเรือนจำแล้ว ยังทำงานอีก รับฟังปัญหาของคนอื่นมาช่วยเคลื่อนไหวต่อ ซึ่งเป็นนิสัยและบุคลิกของยะใส จนบางครั้งก็คิดว่าเค้าให้เวลากับการเคลียร์ปัญหาในใจของตัวเองน้อยไปหรือเปล่า เพราะใช้สมาธิกับการช่วยคนอื่นแก้ปัญหามาก ไม่ว่าเรื่องนั้นสุดท้ายจะแก้ไขได้หรือไม่ก็ตาม

Cr.ภาพจาก http://www.komchadluek.net/news/scoop/142678

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...