วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562
มองไม่เห็นความฝัน! "ธนาธร"ชำแหละงบฯปี 63 ไม่สามารถแก้ปัญหาสำคัญของประเทศได้
วันที่ 15 ต.ค.2562 ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกิจกรรมเวทีสภาที่ 3 ซึ่งมีการเสวนาในหัวข้อ "งบประมาณพัฒนาประเทศ ได้จริงหรือ?" โดยตอนหนึ่ง นายธนาธร กล่าวว่า งบประมาณคือตัวแทนความฝัน การจัดการงบประมาณเพื่อทำให้ความฝันเป็นจริง เวลาพูดถึงยุทธศาสตร์ พูดถึงการจัดสรรงบประมาณ การจัดสรรทรัพยากร
"อยากรู้ว่ากลยุทธ์องค์กรอยู่ที่ไหนให้ดูว่าทรัพยากรถูกจัดสรรอย่างไร งบประมาณ คนที่ดีที่สุดอยู่ตรงไหน แต่ถ้าลองเอางบประมาณรายจ่ายปี 2563 ออกมาดู แล้วถามว่า ความฝันรัฐบาลชุดนี้คืออะไร เราพบว่าไม่มี ไม่เห็นเลย ไร้ทิศทาง ดังนั้น ถ้าให้พรรคอนาคตใหม่จัดสรรงบ 3.2 ล้านล้านนี้ กรอบคิดเราอยู่ในหลักคิด 4 ข้อ ที่จะระบุต่อไป โดยงบดำเนินการลดลง เพิ่มงบลงทุนมากขึ้น ส่วนกลางตัดสินใจน้อยลง ส่วนท้องถิ่นมีอำนาจมากขึ้น เมกะโปรเจคต้องเอื้อกลุ่มทุนให้น้อยลงและคิดการลงทุนเพื่อคนทุกคน ขณะที่สวัสดิการเบี้ยหัวแตกต้องมารวมกันแล้วเริ่มสร้างสวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับทุกคน" นายธนาธร กล่าว
นายธนาธร กล่าวว่า ทั้งนี้จากการเดินทางไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ มีเสียงสะท้อนเรื่องปัญหาเศรษฐกิจเยอะมาก เช่นเมื่อเช้าไปช่วยหาเสียงที่ จ.นครปฐม หลายครอบครัวเดินมาจับมือร้องไห้ บอกให้ช่วยหน่อย ชีวิตไปต่อไม่ไหวแล้ว ซึ่งถ้าจะดูเรื่องนี้ ต้องตั้งต้นที่ว่า ปัญหาประเทศไทย งบประมาณปี 2563 แก้ได้หรือไม่ เพราะถ้าดูปัจจุบัน จีดีพีที่รัฐบาลพูดตลอดว่าจะเกิน 3 % แน่ๆ แต่ตอนนี้ไตรมาส 2 อยู่ที่เพียง 2.3 % เท่านั้น, การใช้กำลังการผลิตที่ลดลง ซึ่งหมายความว่าการลงทุนภาคเอกชนจะไม่เกิดเพิ่มขึ้นเลย, จำนวนคนตกงานถ้าเทียบกับปี 2552 ซึ่งเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จากช่วงเดือนมกราคม ถึง มิถุนายน ของปีนี้มีการเลิกจ้างมากกว่าตอนนั้นแล้ว, หรือวิกฤตน้ำท่วมที่ซ้ำเติม ต้นทุนที่เกษตรกรลงไปหายหมด ความหนักหนาสาหัสของน้ำท่วมยิ่งกดทับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และยิ่งหากมาดูประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐ ถือว่าน้อยและไม่มีประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ
นายธนาธร กล่าวต่อว่า เราต้องเอาปัญหาต่างๆ มาวาง และโจทย์ต้องแก้ใหม่ ซึ่งปัญหา 5 เรื่องสำคัญที่ใหญ่มากสำหรับสังคมไทย คือ 1.ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ 2.ปัญหาระบบราชการรวมศูนย์อยู่ส่วนกลาง 3.ปัญหาเศรษฐกิจซบเซา 4.ปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน และ 5.ปัญหาประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของภาครัฐ เหล่านี้ต้องเอามาเป็นตัวตั้ง และถามว่างบประมาณในปี 2563 นั้น จะแก้ปัญหา 5 เรื่องนี้ได้หรือไม่ ซึ่งหลังจากที่ตนได้ใช้เวลาไม่ต่ำว่า 30 ชั่วโมงศึกษา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 แล้ว กล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าไม่ตอบโจทย์ ซึ่งถ้าจะตอบโจทย์ ตนเสนอว่าฐานคิดใหม่ในการพัฒนาหรือใช้งบประมาณ ต้องตั้งอยู่บน 4 หลัก คือ 1.ลดงบดำเนินการลง 2.เพิ่มงบลงทุน 3.เปลี่ยนการตัดสินใจให้ท้องถิ่น และ 4.สร้างสวัสดิการและความมั่นคงชีวิตให้ประชาชน เป็นสวัสดิการถ้วนหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร ยังได้ยกตัวอย่างที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการใช้งบประมาณปี 2563 อาทิ แผนบูรณาการซึ่งมีหลายด้าน เฉพาะด้านการจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อม ขยะมูลฝอย เพียงอย่างเดียว งบประมาณที่ 416 ล้านบาท แต่ถูกใช้ลงทุนจริงๆ เพียง 111 ล้านบาท หรือเพียง 26 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่เหลือเป็นเป็นงบดำเนินการ งบรายจ่ายอื่นๆ, การจัดสรรด้านรายได้ซึ่ง เอื้อระบบอุปถัมภ์ เช่นงบอุดหนุนหัวคิวผู้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งสามารถยิงตรงโดยไม่ต้องผ่านกลไกขั้นตอนต่างๆ ใช้ช่วยเหลือผู้พิการได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย , งบประมาณโครงการที่ไม่เหมาะสม เช่น หน่วยงานหนึ่งจัดโรดโชว์ 2 ครั้ง ใช้เงิน 410 ล้านบาท แต่ตัวชี้วัดโครงการนี้ บอกว่า เพื่อเป้าหมายเกิดอุตสาหกรรม เกิดการลงทุน 300 ล้าน ซึ่งเป็นการลงทุนที่ขาดทุน แทนที่จะใช้เงินจำนวนนี้ไปลงทุนได้เลยตรงๆ
"เรายังมีปัญหาเรื่องจัดการความเหลื่อมล้ำ ยกตัวอย่าง ในประเทศไทยมีพื้นที่น้ำแล้งและน้ำท่วมซ้ำซากเต็มไปหมด มีปริมาณน้ำฝนปีละ 780,000 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปริมาณการใช้น้ำในประเทศ 150,000 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่กักเก็บได้ 100,000 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้น มี 50,000 ล้าน ลบ.ม.ที่ยังขาดอยู่ ซึ่งจากงบประมาณปี 2563 นี้ใช้เงิน 60,000 ล้าน ทำให้กักเก็บน้ำได้เพิ่ม 350 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้น ถ้าลงทุนด้วยประสิทธิภาพนี้ อัตรานี้จะต้องใช้เวลา 140 ปี จัดการน้ำได้ครบ หรือเรื่องจำนวนแพทย์ต่อประชากร 1,000 คน โดยของไทยอยู่ที่ 0.5 ต่อประชากร 1 พันคน สิงคโปร์ 1.9 คนต่อ และด้วยอัตราแพทย์ตามแผนปี 2563 เพิ่ม 2,700 คนต่อปี ถ้าตามนี้ เราจะใช้เวลาอีก 20 ปี จึงจะมีอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากรเท่ากับสิงคโปร์ และอาจอีก 40 ปี จึงจะมีอัตราส่วนหมอต่อประชากรเท่ากับประเทศอย่างสวิชเซอร์แลนด์หรือเยอรมัน ปัญหานี้ จะเห็นว่างบประมาณไม่ได้ใช้เพื่อคนส่วนใหญ่ แต่เพื่อโอบอุ้มระบบราชการที่ใหญ่เทอะทะและไม่ตอบสนองประชาชน แสดงออกมารูปแบบโครงการ งบดำเนินการต่างๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไร และเกิดความสูญเสียงบประมาณมหาศาล" นายธนาธร กล่าว
นายธนาธร กล่าวอีกว่า กรอบในการจัดทำงบประมาณต้องเปลี่ยน ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นแล้วยิงงบตรงให้เกิดสวัสดิการ หนึ่งในสิ่งที่ตนคิดว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดการใช้งบประมาณในลักษณะนี้ได้ ก็คือการลงทุนมนสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงระบบคมนาคมขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ สร้างซัพพลายเชน อุตสาหกรรมใหม่ จ้างงานให้เกิดขึ้น ซึ่งจะตอบโจทย์ชีวิตและกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อมๆกันได้ นี่คือความหมายของการลงทุนเพื่อทุกคน แต่จากงบปี 63 เราไม่เห็นถึงความฝัน เพราะไม่เชื่อมั่นในประชาชน หน่วยงานรัฐออกแบบงบประมาณให้ทั้งหมด ประชาชนแทบจะไม่มีสิทธิในการกำหนดงบประมาณ รัฐราชการคิดว่าตัวเองเป็นคุณพ่อรู้ดี รู้ดีกว่าประชาชน และที่สำคัญมันไม่มีนโยบายพรรคการเมืองอยู่ในงบประมาณนี้เลย เพราะฉะนั้น พรรคใดที่คิดงบประมาณขึ้นมา ก็คือพรรคราชการนั่นเอง
"นี่คือเรื่องอำนาจของประชาชนที่ไม่มี เพราะอยู่ที่รัฐราชการเป็นใหญ่ เพราะพรรคการเมืองอ่อนแอ เป็นความจงใจของฝ่ายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้งบประมาณอยู่ที่เขา เราเข้าไปแตะงบประมาณไม่ได้ ถ้าพรรคการเมืองเข้มแข็ง นิติบัญญัติเข้มแข็ง นโยบายงบประมาณจะนำไปตอบสนองกับความต้องการของประชาชนได้ ดังนั้น ให้ผมสรุป มันคืองบประมาณที่ไม่มีความฝัน ไม่เชื่อมั่นในประชาชน บทบาทพรรคการเมืองอ่อนแอ กองทัพเข้มแข็ง เพราะประชาธิปไตยของเราอ่อนแอ” นายธนาธร กล่าว
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไทยเปิดเกม “อธิปไตย AI” เสนอดัน ThaiLLM สู่ “มหาเอไอพลัส” พลิกบทบาทจากผู้ใช้สู่ผู้กำหนดเทคโนโลยีโลก
รัฐบาลไทยผนึกกำลังภาควิชาการ–เอกชน เปิดตัวโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับชาติ “ThaiLLM” เสนอแนวคิด “มหาเอไอพลัส” ผสานพุทธปัญญา สร้างเทคโนโลยีที่เข...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
อาสาฬหบูชาวันพระพุทธเจ้าเสนอผลงานวิจัยแก้ปัญความขัดแย้ง ชู"อริยสัจโมเดล"พุทธสันติวิธีสร้างสันติภาพโลก สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญ...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น