เพลง: มหาสีหนาทสูตรสิงห์ใหญ่ในดวงใจ [ท่อนนำ]
ยินเสียงสิงห์คำรามกลางพนา แผ่ไปไกลกว่าฟ้าและดิน
เสียงนั้นคือธรรมจักรกลิ้งไปไม่สิ้น
ดับความกลัว ดับความหลง ดับความถวิล
[ท่อน A ชัยชนะของพระตถาคต]
ตถาคตชนะโดยธรรม มิใช่ด้วยศัสตรา
ชนะมารโดยเพ่งรู้เหตุปัจจัย ชนะใจด้วยอุเบกขา
โลกธาตุหวั่นไหวเมื่อพระสุรเสียงประกาศสัจจะ
ผู้แสวงหาที่พึ่งได้พบฝั่งนิพพานา
[พรีฮุก 1]
ไม่อวดฤทธิ์ ไม่อวดตน อวดแต่ธรรมชอบ
แสดงธรรมตามกาล ไม่ล้น–ไม่ขาด–ไม่ขอบ
ผู้มีหูรับฟังย่อมเห็นหนทางกลาง
หยุดการยึดทั้งสองข้างด้วยปัญญาสว่าง
[ฮุก]
นี่คือสีหนาทของพระพุทธองค์
ก้องในใจผู้ไม่ประมาท ไม่หลง
เมื่อเห็นทุกข์ รู้เหตุ ดับเหตุ เดินทาง
มรรคแปดเป็นสะพานข้ามฝั่งสว่าง
[ท่อน B ธรรมจักรและทางสายกลาง]
ไม่หลงสุขสุดโต่ง ไม่หลงทรมานตน
มัชฌิมาปฏิปทาเปิดหนทางคน
สัมมาทิฏฐิเป็นดวงดาวนำฝัน
สัมมาวาจา การงาน ชีพ และเพียรไม่หวั่น
[พรีฮุก 2]
ตั้งสติไว้กับกายและใจ
สมาธิแน่วแน่ พิจารณาไตรลักษณ์ไม่คลาย
เมื่ออวิชชาระบอบคลาย
ตัณหาดับไป เห็นธรรมทั้งหลายตามจริง
[ฮุก]
นี่คือสีหนาทของพระพุทธองค์
ก้องในใจผู้ไม่ประมาท ไม่หลง
เมื่อเห็นทุกข์ รู้เหตุ ดับเหตุ เดินทาง
มรรคแปดเป็นสะพานข้ามฝั่งสว่าง
[ท่อน C การประกาศที่ไม่หวั่นไหว]
ไม่หวั่นโลกธรรม แปดลมพัดก็สงบ
ไม่ติดสรรเสริญ นินทา สุข ทุกข์ ประจบ
ผู้เดินตามรอยนั้น ไม่ต้องข่มใคร
เพียงข่มกิเลสในใจด้วยปัญญาอันใส
[ท่อน D เมตตาเป็นท่วงทำนอง]
แผ่เมตตาไกลเหมือนคลื่นสีหนาท
กรุณาโอบโลกทั้งภพชาติ
มุทิตาเมื่อเห็นใครพ้นทุกข์
อุเบกขาเมื่อต้องวางลงสิ่งที่ยึดตรึงผูก
[บริดจ์]
เมื่อพระสุรเสียงเอ่ยสัจจะ โลกทั้งปวงเงียบงัน
ไม่มีคำถามค้างคาในคืนและวัน
เหลือเพียงหน้าที่เดียวคือเดินตามรอยนั้น
ฝึกจิตให้ผ่องใสด้วยสติ–สมาธิ–ปัญญาอันมั่น
[ฮุกสุดท้าย]
นี่คือสีหนาทของพระพุทธองค์
ให้ใจเราก้องด้วยธรรมไม่ลืมหลง
เมื่อเห็นทุกข์ รู้เหตุ ดับเหตุ เดินทาง
ถึงฝั่งเย็นด้วยมรรคแปดเรืองรอง
[ปิดเพลง]
สิงห์ใหญ่ในดวงใจ มิใช่เสียงข่มใครทั้งนั้น
คือเสียงเชิญชวนให้เบากว่าคืนวัน
วางอวิชชา วางตัณหา วางอัตตาอันคับขัน
แล้วพบความเงียบที่กว้างกว่าป่าทั้งผืน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น