วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สวช.แจ้งข่าวดีการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไทยก้าวหน้าไปมาก


วันที่ 14 ส.ค.2563 น.พ.นคร  เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (สวช.) เปิดเผยในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 8 ปีการก่อตั้งสถาบันวัคซีนแห่งชาติเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมาถึงความก้าวหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทยว่า สถาบันวัคซีนแห่งชาติร่วมกับเครือข่ายด้านวัคซีนได้จัดทำพิมพ์เขียว (Blueprint) เพื่อการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชนคนไทย โดยคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบข้อเสนอโครงการภายใต้แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุขตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 วงเงิน 2,999.30 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 


ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า แผนงานงบประมาณข้างต้นครอบคลุมกิจกรรม 3 แนวทางที่ทำไปพร้อมกัน คือ 1.สนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนให้กับนักวิจัยไทยภายในประเทศ 2.การทำความร่วมมือกับต่างประเทศ และ 3.การจัดซื้อจัดหาวัคซีนจากต่างประเทศ  นอกจากนี้ยังมีแนวทางการพัฒนาบุคลากรรองรับการวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศด้วย ทางด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 นั้น สถาบันฯ ได้ทำควบคู่กันคือได้ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อเตรียมแนวทางให้สามารถขึ้นทะเบียนวัคซีนเพื่อผลิตและจำหน่ายได้ในเวลาที่ทันต่อสถานการณ์


น.พ.นคร กล่าวต่อว่า การเจรจาเพื่อร่วมทำการทดสอบวัคซีนในมนุษย์และรับถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้น สถาบันวัคซีนฯ อยู่ระหว่างทำข้อตกลงและแสวงหาแนวทางความร่วมมือกับประเทศชั้นนำในการพัฒนาวัคซีน ในส่วนการวิจัยพัฒนาต้นแบบในประเทศก็มีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยสถาบันวัคซีนฯ ร่วมกับหน่วยงานให้ทุนทั้งในและต่างประเทศมีการสนับสนุนต้นแบบวัคซีน จำนวนทั้งสิ้น 6 แพลตฟอร์ม คือ ดีเอ็นเอ เอ็มอาร์เอ็นเอ ซับยูนิตโปรตีน วัคซีนเชื้อตาย ไวรัลเวคเตอร์ และอนุภาคเสมือนไวรัส 


"วันนี้เรามีวัคซีนต้นแบบที่ผ่านการทดสอบในลิงจำนวน 1 ชนิด คือ ชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) โดยศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผ่านการทดสอบในหนูแล้ว 3 ชนิด คือ 1. ชนิดดีเอ็นเอ (DNA) โดยบริษัทไบโอเนทเอเชีย จำกัด 2. ชนิดดีเอ็นเอ (DNA) โดยศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ  และ 3. ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากพืช โดยบริษัทใบยา ไฟโต ฟาร์ม จำกัด นอกจากต้นแบบข้างต้น ประเทศไทยยังมีการวิจัยพัฒนาวัคซีนต้นแบบที่อยู่ในระหว่างห้องปฏิบัติการอีกหลายชนิด ได้แก่ ชนิดซับยูนิต (subunit) ชนิดอนุภาคเสมือน (VLPs) ชนิดเชื้อตาย (Inactivated) และชนิดไวรัลเวคเตอร์ (Viral vector)" นพ. นคร กล่าวและว่า


ปัจจุบันวัคซีนต้นแบบทั่วโลกที่อยู่ในขั้นตอนการวิจัยพัฒนาในสัตว์ทดลองและมนุษย์มีจำนวนกว่า 165 ชนิด จำแนกเป็น 2 กลุ่ม ตามความก้าวหน้าของการวิจัยพัฒนา คือ 1.วัคซีนต้นแบบที่อยู่ในระหว่างการทดสอบในมนุษย์ (Clinical) จำนวน 26 ชนิด และ 2. วัคซีนต้นแบบที่อยู่ในระหว่างการทดสอบในสัตว์ (Pre-Clinical) จำนวน 139 ชนิด ส่วนในประเทศไทยมีผู้วิจัยวัคซีนต้นแบบรวม 6 หน่วยงานซึ่งมีทั้งรัฐและเอกชน ทั้งนี้การวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีความก้าวหน้าทั้งในระดับโลก และในประเทศ และคาดการณ์ว่าภายในกลางปีหน้า  ประชากรจะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 นับเป็นความท้าทายความสามารถของนักวิจัยทั่วโลก แต่ทุกคนต้องไม่ลืมการปฏิบัติตัว “การ์ดอย่าตก” ภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...