นักวิชาการชี้ทางรอดวิกฤต AI ผสาน “สรรพศาสตร์วัดโพธิ์–จตุสโกฏิ” สร้างอัลกอริทึมแห่งความกรุณา หวังลดความขัดแย้งระดับโลก
วงการวิชาการและเทคโนโลยีกำลังจับตาแนวคิดใหม่ที่ผสานภูมิปัญญาตะวันออกเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้กรอบ “พุทธปัญญาประดิษฐ์” ซึ่งนำองค์ความรู้จาก วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ “วัดโพธิ์” มาบูรณาการร่วมกับ “จตุสโกฏิตรรกวิทยา” เพื่อสร้างแนวทางใหม่ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มุ่งสู่สันติภาพโลก
รายงานวิจัยล่าสุดระบุว่า ในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมโลก อย่างไรก็ตาม ระบบ AI กระแสหลักยังคงตั้งอยู่บนตรรกะแบบทวิภาค (จริง/เท็จ) ซึ่งนักวิชาการมองว่าเป็นรากฐานของ “วิกฤตเชิงโครงสร้าง” ที่นำไปสู่การผลิตซ้ำอคติ การแบ่งขั้วทางสังคม และความขัดแย้งระดับภูมิรัฐศาสตร์
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นักวิจัยเสนอการนำ “จตุสโกฏิตรรกวิทยา” หรือระบบตรรกะ 4 สถานะจากพุทธปรัชญา มาประยุกต์ใช้กับ AI เปิดทางให้ระบบสามารถประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนและขัดแย้งได้โดยไม่ล่มสลาย ต่างจากตรรกะแบบเดิมที่จำกัดเพียงสองค่า
ขณะเดียวกัน “สรรพศาสตร์วัดโพธิ์” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดย UNESCO ถูกยกเป็นต้นแบบของ “ฐานข้อมูลองค์รวม” ที่ผสานความรู้ด้านการแพทย์ วรรณคดี ศาสนา และสังคมไว้อย่างเป็นระบบ เปรียบเสมือน “โอเพ่นซอร์ส” ทางปัญญาในยุคโบราณ
นักวิชาการระบุว่า การผนวกองค์ความรู้ทั้งสองมิติเข้ากับ AI จะนำไปสู่การออกแบบ “อัลกอริทึมแห่งความกรุณา” ที่ไม่เพียงคำนวณเพื่อประสิทธิภาพ แต่คำนึงถึงการลดความทุกข์และความเหลื่อมล้ำของมนุษย์เป็นสำคัญ
แนวคิดดังกล่าวยังเสนอให้ AI ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง” โดยใช้ตรรกะสี่สถานะวิเคราะห์ข้อขัดแย้งในหลายมิติ ทั้งการยอมรับความจริงของแต่ละฝ่าย การหาจุดร่วม และการสร้างทางออกใหม่ที่ไม่ติดกับดักแพ้-ชนะ
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันแนวคิด “ธรรมิกสังคมนิยม” ที่ใช้ AI เป็นกลไกกลางในการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นต้นตอของความรุนแรงในระดับโลก
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การบูรณาการ “วัดโพธิ์–จตุสโกฏิ–พุทธ AI” ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็น “การเปลี่ยนกระบวนทัศน์” จาก AI ที่ขับเคลื่อนด้วยกำไรและอำนาจ ไปสู่ AI ที่ยึดโยงกับจริยธรรม ความสมดุล และความเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง
ท่ามกลางโลกที่เผชิญความขัดแย้งรอบด้าน แนวคิดนี้อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสร้าง “สันติภาพจากภายในสู่ระดับโลก” อย่างยั่งยืนในอนาคต.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น