วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563

โลกวิกฤติพิษโควิด-19! วิจัย"สันติศึกษา มจร" พบกระบวนการพระสงฆ์ใช้สื่อออนไลน์สร้างสติสู้ภัย




วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ช่วงที่โลกประสบปัญหาไรวัสโควิด-19 ระบาดอยู่ขณะนี้ การสื่อสารออนไลน์นั้นถือว่ามีความจำเป็นในหลายมติทั้งการสื่อสาร การบริหารจัดการ การศึกษารวมถึงธุรกิจ  เนื่องจากประชาชนเสี่ยงต่อการติดเชื้อหากเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ  พร้อมกันขวัญกำลังใจถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญในการต่อสู้กับภัยในครั้งนี้ นอกจากภาครัฐแล้วพระสงฆ์ก็ถือว่ามีหน้าที่ตรงนี้ 

จากผลการวิจัยดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเรื่อง "กระบวนการสื่อสารออนไลน์เพื่อส่งเสริมสันติภาพของพระสงฆ์ผ่านเฟซบุ๊กโดยพุทธสันติวิธี" ที่ผ่านการอนุมัติจากบัณฑิตวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่า การสื่อสารออนไลน์ของพระสงฆ์ยังมีปัญหาขัดหลักวาจาสุภาษิต  ทั้งนี้เนื่องจากพระสงฆ์ไทยยังมีทัศนคติที่ขาดสติเป็นฐานไร้เมตตา ขาดปัญญาโยนิโสมนสิการวิเคราะห์ข้อมูลและผู้รับสารแล้วประกอบสารแล้วสื่อออกไปให้เหมาะสมกับกาลเวลา   มีองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักการวิธีการสื่อสารน้อย ขาดทักษะประกอบสาร  รวมถึงขาดเครือข่ายหรือทำงานเป็นทีม

ผลงานวิจัยดังกล่าวได้นำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับการสื่อสารออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อส่งเสริมสันติภาพของพระสงฆ์ไทย เช่นหลักวาจาสุภาษิตซึ่งเป็นหลักพุทธสันติวิธีในการสื่อสาร บูรณาการกับทฤษฎีการสื่อสารพื้นฐานเช่น SMCR และ 1W1H ทฤษฎีการสื่อสารเพื่อสันติภาพและทฤษฎีการสื่อสารเพื่อสันติ พร้อมเสนอพระสงฆ์ที่ต้นแบบหรือไอดอลการสื่อสารออนไลน์ของพระสงฆ์เพื่อส่งเสริมสันติภาพผ่านเฟซบุ๊ก 4  ด้าน มีพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคมเป็นต้น พร้อมนำเสนอกระบวนการสื่อสารออนไลน์เพื่อส่งเสริมสันติภาพของพระสงฆ์ไทยผ่านเฟซบุ๊กโดยพุทธสันติวิธีที่ประกอบด้วย 

ขั้นตอนที่ 1 ผู้ส่งสาร (S) คือพระสงฆ์ ต้องมีคุณสมบัติคือ สติ  เมตตากรุณาต่อคนอื่น โยนิโสมนสิการ มีขันติเคารพความเห็นต่าง ขั้นตอนที่ 2 ผู้ส่งสาร (S)  ประเมินวิเคราะห์ผู้รับสาร (R) ว่ามีความต้องการอะไร ขาดอะไร ต้องการเติมเต็มสิ่งใด  ขั้นตอนที่ 3  ผู้ส่งสาร(S) ประกอบสาร (M) ดูเนื้อสารใหัมีองค์ประกอบตามหลักวาจาสุภาษิตคือ จริง ไพเราะ เหมาะกาล ประสานผลประโยชน์หรือไม่  ขั้นตอนที่ 4   ผู้ส่งสาร (S) ออกแบบเนื้อหา เรียบเรียงให้สั้น กระชับ มีน้ำหนักเหมาะกับการเป็นสื่อสารสันติภาพ ขั้นตอนที่ ๕ ผู้ส่งสาร (S) ตัดสินใจส่งสาร(M) โดยดูว่าควรจะผ่านช่องทางใด (C) สารเช่นนี้ควรผ่านเฟซบุ๊ก สารแบบนี้ควรผ่านยูทูป หรืออื่นๆ 

ทั้งนี้ต้องตรวจสอบกับตัวเองตลอดเวลาว่าขั้นต่างๆนั้นมีสติอยู่หรือไม่ มีอคติหรือไม่ มี่ความรักเมตตาหรือไม่ จะเป็นวงจรอยู่เช่นนี้ และมีการทวนกลับจากผู้รับสารไปสู่ผู้ส่งสารเป็นการสื่อสารสอง ถึงจะทำให้พระสงฆ์ส่งสารสื่อสติสุขต่อสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงไวรัสโควิด-19ระบาดอยู่ขณะนี้สากล

ทั้งนี้ “พระสงฆ์ไทยยุคเอไอต้องสติมั่นคงดำรงมั่น
จิตใจนั้นเปรี่ยมรักเมตตาอารีย์สมาน
สติปัญญาแหลมคมดุจทองคำทนทาน
มั่นวิเคราะห์ประกอบสารสมบูรณ์ดี


ทั้งความจริง ไพเราะ ประสานประโยชน์
จะปราโมทย์ดุจดังมธุรสวาจาสมานฉันท์
ก่อนจะส่งเฟซบุ๊กเวลาความต้องการตรงกัน
ผู้รับสารมีสติรู้เท่าทันย่อมสร้างสันติสุขหรรษาแก่สังคมระดับสากลได้ชั่วกัลป์เอย! 

ดังนั้นจากผลการวิจัยครั้งนี้จะทำพระสงฆ์ไทยมีทัศนคติบวก มีมีองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักการ วิธีการ และกระบวนการ  มีทักษะและมีแนวทางสร้างเครือข่ายทำงานเป็นทีมในการสื่อสารออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อส่งเสริมสันติภาพมากขึ้น และประชาชนและคณะสงฆ์ได้ประโยชน์มีสติตื่นรู้สู้ภัยในครั้งนี้

CR.https://www.banmuang.co.th/news/education/184569

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...