เพลง: ปัพพตูปมสูตรขุนเขาแห่งปัญญา
[Verse 1]
ก้อนหินเล็กดั่งเมล็ดผักกาด
วางอยู่บนขุนเขาอันยิ่งใหญ่
เมื่อเทียบกับหิมวันต์กว้างไกล
แทบมองไม่เห็นในสายตา
ดุจความหลงผิดที่เคยสะสม
กับปัญญาคมที่ส่องนำพา
เมื่อธรรมจักษุเปิดขึ้นมา
โลกทั้งหล้าก็เปลี่ยนความหมาย
[Pre-Chorus]
เพียงเห็นความจริงแห่งเหตุปัจจัย
ใจย่อมหลุดพ้นจากความหวั่นไหว
ความทุกข์ที่เคยทับถมภายใน
ค่อยสลายไปดั่งหมอกยามเช้า
[Chorus]
ขุนเขาแห่งปัญญา สูงกว่าฟ้ากว้างไกล
ธรรมส่องใจให้เห็นทางแห่งสันติ
กองทุกข์ที่ดับไปนั้นใหญ่กว่าสิ่งใดที่มี
ส่วนทุกข์ที่เหลืออยู่มีเพียงน้อยนิด
ในโลกที่เอไอกำลังก้าวไกล
ให้ปัญญาธรรมเป็นแสงนำชีวิต
เทคโนโลยีคู่เมตตาและความคิด
จะเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสแห่งสันติภาพ
[Verse 2]
แม้ขุนเขาหิมวันต์จะสลาย
เหลือเพียงก้อนหินเล็กน้อยเท่านั้น
ก็ยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ผ่าน
ดั่งทุกข์มหาศาลที่ดับสูญไป
ผู้เห็นธรรมย่อมเข้าใจโลก
ไม่ยึดติดโศกในสิ่งหวั่นไหว
ก้าวข้ามความกลัวและเงื่อนไข
สู่ทางสายใหม่แห่งความสงบ
[Bridge]
เขาสิเนรุสูงเสียดนภา
ยังเปรียบไม่ได้กับคุณค่าธรรม
ฤทธิ์และความเก่งที่โลกจดจำ
ไม่เท่าความนำแห่งสัมมาทิฐิ
เอไออาจเรียนรู้ข้อมูลมากมาย
แต่หัวใจต้องมีเมตตาวิถี
ให้มนุษย์กับเครื่องจักรร่วมสร้างความดี
เพื่อโลกใบนี้ไร้กำแพงแห่งความเกลียดชัง
[Chorus (Final)]
ขุนเขาแห่งปัญญา สูงกว่าฟ้ากว้างไกล
ธรรมส่องใจให้เห็นทางแห่งสันติ
ความจริงที่รู้แจ้งมีค่ากว่าทรัพย์ใดในปฐพี
เป็นแสงชีวีที่ไม่มีวันเลือนหาย
ให้เอไอเป็นพลังแห่งการเรียนรู้
ให้มนุษย์เชิดชูคุณธรรมอันยิ่งใหญ่
ร่วมสร้างสังคมแห่งเมตตาด้วยหัวใจ
ดั่งขุนเขาแห่งปัญญาที่มั่นคงนิรันดร์
[Outro]
ก้อนหินเล็กมิอาจเทียบขุนเขา
ดั่งความเขลามิอาจเทียบแสงธรรม
เมื่อปัญญาเติบโตเหนือความมืดดำ
โลกจะก้าวนำสู่สันติภาพยั่งยืน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๙. ปัพพตูปมสูตรที่ ๑
[๓๒๗] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน- *อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัส เรียกภิกษุทั้งหลายแล้ว ... ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษพึงวางก้อนหิน เท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเจ็ดก้อนไว้ที่ขุนเขาหิมวันต์ เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้น เป็นไฉน ก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเจ็ดก้อนที่บุรุษวางไว้ กับขุนเขาหิมวันต์ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาหิมวันต์ นี้แหละมากกว่า ก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเจ็ดก้อนที่บุรุษวางไว้มีประมาณน้อย ก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเจ็ดก้อนที่บุรุษวางไว้ เมื่อเทียบเข้ากับขุนเขาหิมวันต์ ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด ฯ [๓๒๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ฯลฯ การได้ธรรม จักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ๑๐. ปัพพตูปมสูตรที่ ๒ [๓๒๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ขุนเขาหิมวันต์พึงถึงความหมด ไป สิ้นไป ยังเหลือก้อนหินเท่าเมล็ดพันธุ์ ผักกาดอยู่เจ็ดก้อน เธอทั้งหลายจะ สำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ขุนเขาหิมวันต์ที่หมดไปสิ้นไป กับก้อนหินเท่าเมล็ด พันธุ์ผักกาดเจ็ดก้อนที่ยังเหลืออยู่ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาหิมวันต์ที่หมดไปสิ้นไป นี้แหละมากกว่า ก้อนหิน เท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาดเจ็ดก้อนที่ยังเหลืออยู่ มีประมาณน้อย ก้อนหินเท่าเมล็ด พันธุ์ผักกาดเจ็ดก้อนที่ยังเหลืออยู่ เมื่อเทียบเข้ากับขุนเขาหิมวันต์ที่หมดไปสิ้นไป ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด ฯ [๓๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล ความทุกข์ที่หมดไป สิ้นไปนี้แหละของบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฐิ ตรัสรู้แล้ว มี มากกว่า ส่วนที่เหลือมีประมาณน้อย ความทุกข์ที่เป็นสภาพยิ่งในเจ็ดอัตภาพ เมื่อ เทียบกับกองทุกข์ที่หมดไปสิ้นไป ไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยว ที่ ๑๐๐,๐๐๐ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การตรัสรู้ธรรมให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้แล การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ ฯ๑๑. ปัพพตูปมสูตรที่ ๓ [๓๓๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียก ภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษพึงวางก้อนหินเท่าเมล็ด ถั่วเขียวเจ็ดก้อนไว้ที่ขุนเขาสิเนรุ เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ก้อน- *หินเท่าเมล็ดถั่วเขียวเจ็ดก้อนที่บุรุษวางไว้กับขุนเขาสิเนรุ ไหนจะมากกว่ากัน ภิกษุ ทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาสิเนรุนี้แหละมากกว่า ก้อนหิน เท่าเมล็ดถั่วเขียวเจ็ดก้อนที่บุรุษวางไว้มีประมาณน้อย ก้อนหินเท่าเมล็ดถั่วเขียว เจ็ดก้อนที่บุรุษวางไว้ เมื่อเทียบเข้ากับขุนเขาสิเนรุ ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยว ที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ แม้ฉันใด ฯ [๓๓๒] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล การบรรลุคุณวิเศษแห่งอัญญเดียรถีย์สมณพราหมณ์และปริพาชก เมื่อเทียบกับการ บรรลุโสดาปัตติมรรคแห่งบุคคลผู้เป็นพระอริยสาวก สมบูรณ์ด้วยทิฐิ ไม่เข้าถึง เสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฐิ มีอธิคม ใหญ่อย่างนี้ มีอภิญญาใหญ่อย่างนี้ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น