วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Song: Close the Six Gates, Open the Way of Dhamma Inspired by The Nacīrati Sutta



[Verse 1]

The body fades with passing time,
The nights and days move on.
Our youth will never turn again,
Each moment quickly gone.

Desire can lead the mind astray,
And greed can veil the heart.
Let wisdom see attachment clearly,
And let the craving depart.

[Chorus]
Close the gate of laziness,
Close the gate of heedlessness.
Close the gate of weak endeavor,
Walk the path of mindfulness.

Close the gate of lack of restraint,
Do not let the mind fall away.
Close the gate of endless sleeping,
Leave all excuses far away.

[Verse 2]
The holy life can cleanse the heart,
Though it is not made of water.
Through discipline and patient effort,
The mind becomes much brighter.

Six openings weaken the mind,
Six paths can lead astray.
Abandon them with steady effort,
And choose the Dhamma way.

[Chorus]
Close the gate of laziness,
Close the gate of heedlessness.
Close the gate of weak endeavor,
Walk the path of mindfulness.

Close the gate of lack of restraint,
Do not let the mind fall away.
Close the gate of endless sleeping,
Leave all excuses far away.

[Ending]
The days move on and do not return,
So use each moment well.
Close the six gates of the wandering mind,
Let wisdom and peace dwell.

Walk with effort, walk with care,
Let mindfulness remain.
Close the six gates, open the Dhamma,
And free the heart from pain.

เพลง: นชีรติสูตรปิดหกช่องเปิดทางธรรม

[บทที่ 1]

กายย่อมเสื่อมไป ตามกาลเวลา
คืนวันเคลื่อนมา ไม่ย้อนกลับคืน
วัยล่วงผ่านไป ทุกค่ำทุกคืน
อย่าปล่อยวันคืน ให้ผ่านเปล่าดาย

ราคะคือทาง ที่พาจิตหลง
ความโลภมัวหมอง ครอบครองหัวใจ
รู้ทันความอยาก ปล่อยวางออกไป
เดินบนทางใหม่ ด้วยธรรมและปัญญา

ท่อนฮุก
ปิดช่องความเกียจคร้าน
ปิดความประมาทในใจ
ปิดความไม่หมั่นทั้งหลาย
ให้เพียรเดินไปบนทางธรรม

ปิดช่องไม่สำรวม
อย่าปล่อยใจให้ถลำ
ปิดช่องหลับและอ้างเลศ
เปิดดวงใจสู่ความดี

บทที่ 2
ตบะและพรหมจรรย์ ชำระจิตใจ
มิใช่น้ำใด แต่ล้างมลทิน
เพียรฝึกตนเอง ให้ใจรู้สิ้น
ความหลงทั้งสิ้น ด้วยสติปัญญา

หกช่องทางนั้น จงละให้หมด
อย่าให้ความโลภ เข้ามาครอบงำ
ทุกคืนทุกวัน จงสร้างความดี
ให้ชีวิตนี้ มีธรรมเป็นทาง

ท่อนฮุก
ปิดช่องความเกียจคร้าน
ปิดความประมาทในใจ
ปิดความไม่หมั่นทั้งหลาย
ให้เพียรเดินไปบนทางธรรม

ปิดช่องไม่สำรวม
อย่าปล่อยใจให้ถลำ
ปิดช่องหลับและอ้างเลศ
เปิดดวงใจสู่ความดี

ท่อนจบ
คืนวันผ่านไป ไม่หวนกลับมา
จงใช้เวลา สร้างธรรมในใจ
ปิดช่องทั้งหก ด้วยเพียรยิ่งใหญ่
ให้จิตตั้งมั่น...บนทางแห่งธรรม


Buddhist Song in English

Title: “Close the Six Gates, Open the Way of Dhamma”

Verse 1
The body fades with passing time,
The nights and days move on.
Our youth will never turn again,
Each moment quickly gone.

Desire can lead the mind astray,
And greed can veil the heart.
Let wisdom see attachment clearly,
And let the craving depart.

Chorus
Close the gate of laziness,
Close the gate of heedlessness.
Close the gate of weak endeavor,
Walk the path of mindfulness.

Close the gate of lack of restraint,
Do not let the mind fall away.
Close the gate of endless sleeping,
Leave all excuses far away.

Verse 2
The holy life can cleanse the heart,
Though it is not made of water.
Through discipline and patient effort,
The mind becomes much brighter.

Six openings weaken the mind,
Six paths can lead astray.
Abandon them with steady effort,
And choose the Dhamma way.

Chorus
Close the gate of laziness,
Close the gate of heedlessness.
Close the gate of weak endeavor,
Walk the path of mindfulness.

Close the gate of lack of restraint,
Do not let the mind fall away.
Close the gate of endless sleeping,
Leave all excuses far away.

Ending
The days move on and do not return,
So use each moment well.
Close the six gates of the wandering mind,
Let wisdom and peace dwell.

Walk with effort, walk with care,
Let mindfulness remain.
Close the six gates, open the Dhamma,
And free the heart from pain.

“นชีรติสูตร” ชี้ 6 ช่องทางที่ทำให้จิตไม่ตั้งมั่น แนะเว้นความเกียจคร้าน–ประมาท สู่ความบริสุทธิ์แห่งพรหมจรรย์

พระไตรปิฎกเล่มที่ 15 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 7 สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นชีรติสูตรที่ 6

หลักธรรมจาก นชีรติสูตร นำเสนอข้อธรรมสำคัญเกี่ยวกับความเสื่อมของชีวิต ทางผิด อันตรายของธรรม และปัจจัยที่ทำให้จิตไม่ตั้งมั่น โดยมีเทวดาทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงธรรมที่ควรทำความเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติธรรม

ในพระสูตร เทวดาทูลถามพระพุทธเจ้าว่า อะไรย่อมทรุดโทรม อะไรไม่ทรุดโทรม อะไรเรียกว่าทางผิด อะไรเป็นอันตรายแห่งธรรม อะไรสิ้นไปตามคืนและวัน อะไรเป็นมลทินของพรหมจรรย์ รวมถึงสิ่งใดแม้ไม่ใช่น้ำแต่สามารถชำระล้างได้ และในโลกมีช่องทางกี่ประการที่ทำให้จิตไม่สามารถตั้งมั่นได้

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบโดยจำแนกธรรมอย่างกระชับว่า รูปของสัตว์ทั้งหลายย่อมทรุดโทรม แต่นามและโคตรไม่ทรุดโทรม ราคะคือทางผิด ความโลภเป็นอันตรายแห่งธรรม วัยย่อมสิ้นไปตามคืนและวัน ส่วนประเด็นเรื่องมลทินของพรหมจรรย์ พระสูตรกล่าวถึง “หญิง” ในบริบทของการกล่าวถึงสิ่งที่ทำให้ผู้ประพฤติพรหมจรรย์เกิดความข้องเกี่ยว ขณะที่ ตบะและพรหมจรรย์ แม้ไม่ใช่น้ำ แต่เป็นเครื่องชำระล้าง อันหมายถึงการฝึกฝนและชำระจิตให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมอง

สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของนชีรติสูตร คือการชี้ให้เห็น “ช่อง 6 ช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้” ได้แก่

  1. ความเกียจคร้าน — ไม่มีกำลังใจลงมือทำสิ่งที่ควรทำ
  2. ความประมาท — ขาดความระมัดระวังในการดำเนินชีวิต
  3. ความไม่หมั่น — ไม่เพียรพยายามอย่างต่อเนื่อง
  4. ความไม่สำรวม — ไม่ควบคุมกาย วาจา และใจ
  5. ความมักหลับ — ปล่อยให้ความง่วงและความเฉื่อยชาครอบงำ
  6. ความอ้างเลศไม่ทำงาน — ใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงหน้าที่และความเพียร

พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้ เว้นช่องทั้ง 6 ประการโดยประการทั้งปวง เพราะทั้งหกประการเป็นอุปสรรคต่อความตั้งมั่นของจิต และทำให้การพัฒนาตนเองไม่ก้าวหน้า

แก่นธรรมสู่การดำเนินชีวิต

เมื่อพิจารณาในมุมการดำเนินชีวิต นชีรติสูตรสะท้อนให้เห็นว่า ความเสื่อมมิได้เกิดขึ้นเฉพาะกับร่างกาย แต่ยังเกิดขึ้นจากพฤติกรรมและสภาพจิตที่ขาดการฝึกฝน ร่างกายย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ขณะที่จิตสามารถพัฒนาให้มีความเพียร มีสติ และมีความสำรวมได้

“ราคะ” ถูกชี้ว่าเป็นทางผิด เพราะนำจิตไปสู่ความยึดติด ส่วน “ความโลภ” เป็นอันตรายต่อธรรม เพราะทำให้ความต้องการครอบงำจิต จนละเลยคุณธรรมและความถูกต้อง

ขณะเดียวกัน พระสูตรเตือนให้ตระหนักว่า วัยกำลังสิ้นไปทุกคืนทุกวัน เวลาจึงเป็นทรัพยากรที่ไม่อาจเรียกคืนได้ การปล่อยชีวิตให้ผ่านไปด้วยความเกียจคร้าน ความประมาท และการอ้างเหตุผลเพื่อไม่ลงมือทำ ย่อมเป็นการเปิดทางให้จิตเสื่อมจากความเพียร

ดังนั้น นชีรติสูตรจึงมิใช่เพียงคำสอนสำหรับนักบวชเท่านั้น แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะการสร้างวินัย การรู้จักประมาณตน การมีสติ และการลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

บทสรุปของนชีรติสูตรจึงอยู่ที่การรู้เท่าทันความเสื่อมและปิดช่องทางแห่งความเสื่อมของจิต เมื่อรู้จักเว้นความเกียจคร้าน ความประมาท ความไม่หมั่น ความไม่สำรวม ความมักหลับ และการอ้างเลศไม่ทำงาน ก็ย่อมเป็นการเปิดพื้นที่ให้ความเพียร สติ และธรรมะเข้ามาตั้งมั่นในจิตมากยิ่งขึ้น




[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]

นชีรติสูตรที่ ๖
[๒๐๙] เทวดาทูลถามว่า อะไรหนอย่อมทรุดโทรม อะไรไม่ทรุดโทรม อะไรหนอ ท่านเรียกว่าทางผิด อะไรหนอเป็นอันตรายแห่งธรรม อะไร หนอสิ้นไปตามคืนและวัน อะไรหนอเป็นมลทินของ พรหมจรรย์ อะไรไม่ใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง ในโลก มีช่องกี่ช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้ ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระผู้- มีพระภาค ไฉนข้าพระองค์จะรู้ความข้อนั้นได้ ฯ [๒๑๐] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า รูปของสัตว์ทั้งหลายย่อมทรุดโทรม นามและโคตรย่อมไม่ ทรุดโทรม ราคะท่านเรียกว่าทางผิด ความโลภเป็นอันตราย ของธรรม วัยสิ้นไปตามคืนและวัน หญิงเป็นมลทินของ พรหมจรรย์ หมู่สัตว์นี้ย่อมข้องอยู่ในหญิงนี้ ตบะและ พรหมจรรย์ทั้งสองนั้น มิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง ในโลก มีช่องอยู่ ๖ ช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้ คือความเกียจคร้าน ๑ ความ ประมาท ๑ ความไม่หมั่น ๑ ความไม่สำรวม ๑ ความมัก หลับ ๑ ความอ้างเลศไม่ทำงาน ๑ พึงเว้นช่องทั้ง ๖ เหล่านั้น เสียโดยประการทั้งปวงเถิด ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Song: Do Not Abandon Yourself, Do Not Release Harmful Words Inspired by The Kāma Sutta

[Verse 1] Do not abandon the path of good, Hold on to virtue as you should. When life is difficult and the road is long, Keep your heart in ...