วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Song: Let Power Bow to Dharma Inspired by The Issara Sutta


[Verse 1]

Power may rule the world we know,
Yet wisdom shows the way to go.
When power serves a selfish mind,
Peace and harmony are left behind.

[Verse 2]

Anger is rust upon the blade,
Slowly destroying what we made.
One angry word can wound the heart,
But mindful wisdom can make a new start.

[Chorus]

Let power bow to Dharma,
Let anger fade away.
Bring compassion to the world,
And peace into each day.

Do not bring harm, do not bring war,
Let kindness open every door.
Those who bring wisdom, love, and peace,
Are welcomed by the wise,
And help the world find peace.

[Verse 3]

The thief who takes brings fear and pain,
Leaving sorrow in his wake again.
But one who walks the path of peace
Brings wisdom, love, and suffering's release.

[Chorus]

Let power bow to Dharma,
Let anger fade away.
Bring compassion to the world,
And peace into each day.

Do not bring harm, do not bring war,
Let kindness open every door.
Those who bring wisdom, love, and peace,
Are welcomed by the wise,
And help the world find peace.

[Bridge]

Power without wisdom can become a chain,
Anger without mindfulness can multiply pain.
But when the heart awakens to what is true,
Peace begins with me and you.

[Final Chorus]

Let power bow to Dharma,
Let wisdom lead the way.
Let compassion fill the world,
With peace from day to day.

Release the anger, release the fear,
Let loving-kindness draw us near.
May every heart awaken and see—
The path to peace begins within me.

The Issara Sutta: Power, Anger, Thieves, and the Welcome of the Noble

Issara Sutta, Discourse No. 7
The Sutta Piṭaka, Saṃyutta Nikāya, Sagāthāvagga

The deity asked the Blessed One:

“What is supreme in the world?
What is the highest among possessions?
What is like rust upon a weapon in the world?
What is a nuisance in the world?
Who is one that takes things away and is restrained?
Who is one that takes things away and yet becomes beloved?
And who is one that comes often, whom the wise gladly welcome?”

The Blessed One answered:

“Power is supreme in the world.
A woman is the highest among possessions.
Anger is like rust upon a weapon in the world.
Thieves are a nuisance in the world.
A thief who takes things away is restrained,
but a monk who takes things away becomes beloved.
When a monk comes often,
the wise gladly welcome him.”

The Meaning of the Teaching

The teaching begins with the statement that power is supreme in the world. This can be understood as a recognition of the influence that power has over worldly affairs. Yet power itself does not guarantee goodness. Power becomes beneficial when it is guided by wisdom, responsibility, and moral conduct.

The Buddha also compares anger to rust on a weapon. Just as rust gradually destroys a weapon, anger can gradually destroy the mind, relationships, and social harmony. Anger clouds judgment and may lead people to words and actions that create suffering.

The contrast between a thief and a monk is also significant. A thief takes things away and causes harm, so people restrain him. A monk, however, may be understood as one who brings the teachings of virtue, wisdom, compassion, and peace. Therefore, the wise gladly welcome his presence.

The Issara Sutta can thus be applied to contemporary life as a reminder that power should be guided by wisdom, anger should be restrained by mindfulness, and our presence in society should bring benefit rather than harm.

Its central message can be summarized as:

Use power with wisdom.
Overcome anger with mindfulness.
Bring peace and goodness into the world.


3. เพลงภาษาไทย

ชื่อเพลง: “อำนาจอยู่ใต้ธรรม”

แนวเพลง: เพลงธรรมะร่วมสมัย / เพื่อสันติภาพ

ท่อนที่ 1

อำนาจยิ่งใหญ่ในโลกกว้าง
แต่หนทางต้องมีธรรมค้ำจุน
หากใช้อำนาจด้วยใจว้าวุ่น
ความทุกข์ย่อมเพิ่มพูนในหัวใจ

ท่อนที่ 2

ความโกรธเปรียบดังสนิมศัสตรา
ค่อยกัดกร่อนชีวาให้หมองไหม้
คำพูดหนึ่งคำอาจทำร้ายใจ
สติเท่านั้นพาให้พ้นภัย

ท่อนฮุก

วางความโกรธลง แล้วตรงสู่ธรรม
ใช้อำนาจด้วยใจที่งดงาม
อย่าสร้างความทุกข์ อย่าสร้างสงคราม
จงนำความดีงาม สู่โลกด้วยใจ

ผู้ใดนำทุกข์ ย่อมไม่มีใครต้อนรับ
ผู้ใดนำธรรม ย่อมมีคนยินดี
ดุจสมณะผู้เปี่ยมด้วยความปรานี
บัณฑิตย่อมยินดี ต้อนรับด้วยหัวใจ

ท่อนที่ 3

โจรนำความเดือดร้อนมาสู่โลก
สร้างความเศร้าโศกให้ผู้คนหวั่นไหว
แต่ผู้ประพฤติธรรม นำแสงแห่งใจ
นำเมตตาอภัย ให้โลกงดงาม

ท่อนฮุก

วางความโกรธลง แล้วตรงสู่ธรรม
ใช้อำนาจด้วยใจที่งดงาม
อย่าสร้างความทุกข์ อย่าสร้างสงคราม
จงนำความดีงาม สู่โลกด้วยใจ

ท่อนจบ

อำนาจจะยิ่งใหญ่เพียงใด
หากไร้ธรรมก็อาจทำร้ายโลก
ดับความโกรธ ดับความเศร้าโศก
ให้สันติภาพปรากฏ...ในหัวใจ

อิสสรสูตร ชี้ “อำนาจ” เป็นใหญ่ในโลก แต่ “ความโกรธ” คือสนิมของศัสตรา เปิดมุมธรรมสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

กรุงเทพฯ — หลักธรรมจาก อิสสรสูตรที่ ๗ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นำเสนอข้อคิดสำคัญเกี่ยวกับอำนาจ ความโกรธ โจร และสมณะ ผ่านบทสนทนาระหว่างเทวดากับพระผู้มีพระภาค โดยเป็นหลักธรรมที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างน่าสนใจ

ในพระสูตร เทวดาทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงสิ่งที่เป็นใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งที่สูงสุดในบรรดาภัณฑะทั้งหลาย สิ่งที่เปรียบเสมือนสนิมของศัสตรา และสิ่งที่เป็นเสนียดในโลก รวมถึงถามว่า ผู้ใดนำสิ่งของไปแล้วถูกห้าม แต่ผู้ใดนำไปกลับเป็นที่รัก และผู้ใดมาเยี่ยมเยือนบ่อยครั้งแล้วบัณฑิตยินดีต้อนรับ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบโดยสรุปว่า “อำนาจเป็นใหญ่ในโลก หญิงเป็นสูงสุดแห่งภัณฑะทั้งหลาย ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก พวกโจรเป็นเสนียดในโลก โจรนำของไปอยู่ย่อมถูกห้าม แต่สมณะนำไปกลับเป็นที่รัก สมณะมาหาบ่อย ๆ บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับ”

อำนาจต้องมาพร้อมธรรม

ประเด็นแรกของอิสสรสูตรคือคำว่า “อำนาจเป็นใหญ่ในโลก” สะท้อนความจริงของโลกสมมติว่า ผู้มีอำนาจย่อมสามารถกำหนดทิศทางหรือส่งผลต่อผู้คนและสังคมได้ แต่อำนาจเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่ความดีเสมอไป

ในมุมมองทางธรรม อำนาจจึงควรได้รับการกำกับด้วย สติ ปัญญา และความรับผิดชอบ เพราะหากใช้อำนาจโดยปราศจากธรรม อำนาจอาจกลายเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้ง ตรงกันข้าม หากใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อำนาจก็สามารถกลายเป็นพลังในการสร้างความสงบและความเป็นธรรมให้แก่สังคม

ความโกรธคือ “สนิม” ที่กัดกร่อนจิตใจ

คำตอบที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือ “ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก” เปรียบความโกรธเสมือนสนิมที่กัดกร่อนศัสตราให้ผุพัง ฉันใด ความโกรธก็สามารถกัดกร่อนจิตใจและความสัมพันธ์ของมนุษย์ฉันนั้น

เมื่อความโกรธเกิดขึ้น สติและเหตุผลมักลดลง การตัดสินใจอาจเป็นไปด้วยอารมณ์ และนำไปสู่คำพูดหรือการกระทำที่สร้างความเสียหาย ดังนั้น การรู้เท่าทันความโกรธและไม่ปล่อยให้อารมณ์เข้าครอบงำ จึงเป็นแนวทางสำคัญของการรักษาสันติภาพทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และสังคม

โจรนำความเดือดร้อนมา แต่สมณะนำธรรมะมา

พระสูตรยังเปรียบเทียบ โจรกับสมณะ อย่างชัดเจนว่า โจรนำของไปย่อมถูกห้าม เพราะการกระทำนั้นสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น ขณะที่สมณะนำไปกลับเป็นที่รัก เพราะสิ่งที่สมณะนำมาคือธรรมะ ความสงบ ความเมตตา และปัญญา

สาระสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงสถานะของบุคคล แต่อยู่ที่ สิ่งที่บุคคลนำเข้าสู่สังคม หากนำความโลภ ความโกรธ ความรุนแรง และการเอารัดเอาเปรียบเข้ามา ย่อมก่อให้เกิดความเดือดร้อน แต่หากนำความเมตตา สติ ปัญญา และธรรมะเข้ามา ย่อมเป็นที่ต้อนรับของผู้มีปัญญา

ธรรมะกับสังคมแห่งสันติภาพ

อิสสรสูตรจึงสามารถอ่านได้ในมิติของการสร้างสังคมสันติภาพว่า อำนาจควรอยู่ภายใต้ธรรม ความโกรธควรได้รับการดับด้วยสติ และการดำรงชีวิตควรมุ่งสร้างประโยชน์มากกว่าสร้างความเดือดร้อน

หลักธรรมดังกล่าวยังสะท้อนว่า บุคคลที่สังคมควรต้อนรับไม่ใช่ผู้ที่นำความหวาดกลัวหรือความเสียหายเข้ามา แต่คือผู้ที่นำความรู้ ความเมตตา ความสงบ และปัญญามาแบ่งปันแก่ผู้อื่น

ในยุคที่สังคมเผชิญความขัดแย้งจากอำนาจ ผลประโยชน์ และอารมณ์ความรู้สึก อิสสรสูตรจึงเป็นอีกหนึ่งหลักธรรมที่เตือนให้มนุษย์ย้อนกลับมาพิจารณาตนเองว่า เรากำลังใช้อำนาจเพื่อสร้างหรือทำลาย เรากำลังปล่อยให้ความโกรธกัดกร่อนจิตใจหรือไม่ และสิ่งที่เรานำเข้าสู่สังคมเป็นสิ่งที่ผู้มีปัญญายินดีต้อนรับหรือไม่

ท้ายที่สุด ธรรมะของอิสสรสูตรชี้ให้เห็นว่า แม้อำนาจจะเป็นใหญ่ในโลก แต่ คุณค่าของมนุษย์อยู่ที่การใช้อำนาจอย่างมีธรรม และการเอาชนะความโกรธด้วยสติและปัญญา เพราะสังคมที่ผู้คนต่างนำสันติ ความเมตตา และธรรมะมาสู่กัน ย่อมมีโอกาสก้าวพ้นความขัดแย้งและมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืน

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]

อิสสรสูตรที่ ๗
[๒๑๑] เทวดาทูลถามว่า อะไรหนอเป็นใหญ่ในโลก อะไรหนอเป็นสูงสุดแห่งภัณฑะ ทั้งหลาย อะไรหนอเป็นดังสนิมศัสตราในโลก อะไรหนอ เป็นเสนียดในโลก ใครหนอนำของไปอยู่ย่อมถูกห้าม แต่ ใครนำไปกลับเป็นที่รัก ใครหนอมาหาบ่อยๆ บัณฑิตย่อม ยินดีต้อนรับ ฯ [๒๑๒] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า อำนาจเป็นใหญ่ในโลก หญิงเป็นสูงสุดแห่งภัณฑะทั้งหลาย ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก พวกโจรเป็นเสนียด ในโลก โจรนำของไปอยู่ย่อมถูกห้าม แต่สมณะนำไปกลับ เป็นที่รัก สมณะมาหาบ่อยๆ บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับ ฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Song: Do Not Abandon Yourself, Do Not Release Harmful Words Inspired by The Kāma Sutta

[Verse 1] Do not abandon the path of good, Hold on to virtue as you should. When life is difficult and the road is long, Keep your heart in ...