เพลง : อตีตานาคตปัจจุปันนสูตรปัจจุบันแห่งสันติ
[Verse 1]
เมื่อวานผ่านไป ดั่งสายลมไกล
ความสุข ความเศร้า ไม่ย้อนคืนมา
พรุ่งนี้ยังเป็นเพียงเงาของเวลา
ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นเช่นไร
รูปที่เคยงาม ย่อมโรยรา
เวทนาผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
สัญญาเปลี่ยนตามกาลเวลา
สังขารและวิญญาณ...ล้วนไม่เที่ยง
[Pre-Chorus]
พระพุทธองค์ตรัสสอนเรา
อดีตก็แปรเปลี่ยน
อนาคตก็ไม่แน่นอน
จงตื่นรู้...
ในปัจจุบัน
[Chorus]
วันนี้...
คือเวลาของสติ
วันนี้...
คือโอกาสของเมตตา
ปล่อยอดีต
ไม่หวาดอนาคต
ก้าวเดินด้วยปัญญา
เมื่อใจสงบ
โลกก็สงบ
สันติภาพจะผลิบาน
ในปัจจุบัน...ของหัวใจ
[Verse 2]
ไม่มีสิ่งใดเป็นของเรา
ไม่มีตัวตนที่คงอยู่
ทุกชีวิตต่างเรียนรู้
ตามเหตุปัจจัยที่หมุนเวียน
เมื่อไม่ยึดในอดีต
เมื่อไม่หลงในอนาคต
ทุกลมหายใจแห่งปัจจุบัน
คือการเริ่มต้นของสันติ
[Bridge]
ความแค้นจากวันวาน
อย่าให้เป็นไฟของวันนี้
ความกลัววันพรุ่งนี้
อย่าให้บดบังแสงแห่งปัญญา
เราสร้างโลกใหม่
ได้ในทุกลมหายใจ
ที่เต็มไปด้วย
สติและเมตตา
[Rap (ร่วมสมัย)]
อย่าปล่อยอดีตมาล่ามใจ
อย่าปล่อยอนาคตมาทำให้หวั่นไหว
สิ่งที่เราทำได้ คือวันนี้ใช่ไหม
สร้างสันติจากใจ แล้วส่งต่อไป
จากบ้านสู่เมือง จากเมืองสู่โลก
จากความเข้าใจ สู่ความสามัคคี
เมื่อทุกคนเลือกเมตตาแทนความโกรธ
โลกทั้งใบก็จะเปลี่ยนวิถี
[Final Chorus]
อดีต...
คือบทเรียน
อนาคต...
คือความหวัง
ปัจจุบัน...
คือการลงมือทำ
ด้วยหัวใจที่ตื่นรู้
อนิจจัง...
สอนให้ไม่ประมาท
ทุกขัง...
สอนให้เข้าใจชีวิต
อนัตตา...
สอนให้ลดอัตตา
แล้วสันติภาพโลก
จะเริ่มต้น...
ตรงนี้
เดี๋ยวนี้
ที่หัวใจของเรา
[Outro (คอรัส)]
ปล่อยอดีต...
ไม่หวั่นอนาคต...
อยู่กับปัจจุบัน...
ด้วยสติ...
ด้วยเมตตา...
ด้วยปัญญา...
โลกสงบ...
เมื่อใจสงบ...
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๙. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตรที่ ๑ ว่าด้วยความเป็นอนิจจังแห่งขันธ์ ๕ ในสามกาล [๓๖] พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปที่เป็นอดีต อนาคต ไม่เที่ยง จักกล่าวถึงรูปที่เป็นปัจจุบันไปไยเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ แล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีความอาลัยในรูปที่เป็นอดีต ไม่เพลิดเพลินรูปที่เป็นอนาคต ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับรูปที่เป็นปัจจุบัน. เวทนาที่ เป็นอดีต เวทนาที่เป็นอนาคต ไม่เที่ยง ฯลฯ สัญญาที่เป็นอดีต สัญญาที่เป็นอนาคตไม่เที่ยง ฯลฯ สังขารที่เป็นอดีต สังขารที่เป็นอนาคตไม่เที่ยง ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีต วิญญาณที่เป็นอนาคต ไม่เที่ยง จักกล่าวถึงวิญญาณที่เป็นปัจจุบันไปไยเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีความอาลัยในวิญญาณที่เป็นอดีต ไม่เพลิดเพลินวิญญาณที่เป็น อนาคต ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับวิญญาณที่เป็น ปัจจุบัน.
๑๐. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตรที่ ๒ ว่าด้วยความเป็นทุกข์แห่งขันธ์ ๕ ในสามกาล [๓๗] พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปที่เป็นอดีต รูปที่เป็น อนาคตเป็นทุกข์ จักกล่าวถึงรูปที่เป็นปัจจุบันไปไยเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ แล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีความอาลัยในรูปที่เป็นอดีต ไม่เพลิดเพลินรูปที่เป็นอนาคต ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับรูปที่เป็นปัจจุบัน. เวทนาที่เป็น อดีต เวทนาที่เป็นอนาคต เป็นทุกข์ ฯลฯ สัญญาที่เป็นอดีต สัญญาที่เป็นอนาคต เป็นทุกข์ ฯลฯ สังขารที่เป็นอดีต สังขารที่เป็นอนาคต เป็นทุกข์ ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีต วิญญาณที่เป็น อนาคต เป็นทุกข์ จักกล่าวถึงวิญญาณที่เป็นปัจจุบันไปไยเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้- *สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีความอาลัยในวิญญาณที่เป็นอดีต ไม่เพลิดเพลินวิญญาณ ที่เป็นอนาคต ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับวิญญาณ ที่เป็นปัจจุบัน.
๑๑. อตีตานาคตปัจจุปันนสูตรที่ ๓ ว่าด้วยความเป็นอนัตตาแห่งขันธ์ ๕ ในสามกาล [๓๘] พระนครสาวัตถี. ณ ที่นั้นแล ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปที่เป็นอดีต รูปที่เป็น อนาคต เป็นอนัตตา จักกล่าวถึงรูปที่เป็นปัจจุบันไปไยเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ แล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีความอาลัยในรูปที่เป็นอดีต ไม่เพลิดเพลินในรูปที่เป็นอนาคต ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อความดับรูปที่เป็นปัจจุบัน. เวทนาที่ เป็นอดีต เวทนาที่เป็นอนาคต เป็นอนัตตา ฯลฯ สัญญาที่เป็นอดีต สัญญาที่เป็นอนาคต เป็น อนัตตา ฯลฯ สังขารที่เป็นอดีต สังขารที่เป็นอนาคต เป็นอนัตตา ฯลฯ วิญญาณที่เป็นอดีต วิญญาณที่เป็นอนาคต เป็นอนัตตา จักกล่าวถึงวิญญาณที่เป็นปัจจุบันไปไยเล่า? ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเป็นผู้ไม่มีความอาลัยในวิญญาณที่เป็นอดีต ไม่ เพลิดเพลินวิญญาณที่เป็นอนาคต ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อ ความดับวิญญาณที่เป็นปัจจุบัน.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น