[Verse 1]
แสงอรุณส่องเชตวัน
พระสุชาตก้าวด้วยศรัทธา
พระพุทธองค์ทอดพระเนตรมา
เห็นคุณค่าที่อยู่ในใจ
มิใช่เพียงรูปงามภายนอก
แต่งดงามด้วยธรรมภายใน
ซื่อตรง บริสุทธิ์ สดใส
หลุดพ้นจากความยึดมั่นทั้งปวง
[Pre-Chorus]
ใจที่ไม่หลงในอัตตา
ใจที่ไม่เบียดเบียนผู้ใด
คือความงามที่โลกเฝ้าตามหา
คือแสงศรัทธาแห่งมนุษยธรรม
[Chorus]
งามด้วยใจ...งามทั้งโลก
ให้ความรักเชื่อมโยงทุกหัวใจ
งามด้วยธรรม...งามจากข้างใน
โลกก็สดใสด้วยเมตตา
ปล่อยวาง...ความโลภและโกรธ
ละความหลงที่แบ่งแยกกัน
เมื่อทุกชีวิตเห็นคุณค่าซึ่งกัน
สันติภาพจะผลิบานทั่วโลก
[Verse 2]
ผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
คือผู้ชนะใจของตนเอง
ดับไฟแห่งความโกรธเกลียดข่มเหง
ด้วยปัญญาและความอ่อนโยน
ไม่มีศัตรูในหัวใจ
ไม่มีผู้ใดต้องพ่ายแพ้
เมื่อความเมตตาเข้ามาแทน
โลกก็เปลี่ยนเป็นบ้านของทุกคน
[Bridge]
ต่างศาสนา...แต่มีหัวใจเดียวกัน
ต่างภาษา...แต่มีความฝันเดียวกัน
ต่างเชื้อชาติ...แต่มีคุณค่าเท่ากัน
ใต้ฟ้าผืนเดียวกันทั้งโลก
ให้ความซื่อตรงเป็นรากฐาน
ให้ศีลและธรรมเป็นแสงนำทาง
ให้ปัญญาเปิดประตูทุกด้าน
สู่สันติภาพอันยั่งยืน
[Chorus (ซ้ำ)]
งามด้วยใจ...งามทั้งโลก
ให้ความรักเชื่อมโยงทุกหัวใจ
งามด้วยธรรม...งามจากข้างใน
โลกก็สดใสด้วยเมตตา
ปล่อยวาง...ความโลภและโกรธ
ละความหลงที่แบ่งแยกกัน
เมื่อทุกชีวิตเห็นคุณค่าซึ่งกัน
สันติภาพจะผลิบานทั่วโลก
[Outro]
ความงามไม่อยู่ที่ใบหน้า
แต่อยู่ในเมตตาที่แบ่งปัน
ความยิ่งใหญ่ไม่อยู่ที่อำนาจ
แต่อยู่ในใจที่ไม่ยึดมั่น
จากใจหนึ่งดวง...สู่ใจนับล้าน
จากเมตตา...สู่โลกทั้งใบ
งามด้วยธรรม...งามด้วยหัวใจ
คือหนทางแห่งสันติภาพนิรันดร์
[(ท่อนจบ)]
"เมื่อใจงาม โลกก็งาม เมื่อธรรมงอกงาม สันติภาพก็เบ่งบาน"
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๕. สุชาตสูตร
[๗๐๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ- *บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระสุชาตไปเฝ้าพระผู้มี- *พระภาคถึงที่ประทับ ฯ [๗๐๑] พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นพระสุชาตมาแต่ที่ไกลเทียว แล้วตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรนี้ย่อมงามด้วยสมบัติสอง อย่าง คือมีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส ประกอบด้วยผิวพรรณอันงามยิ่งนัก และ กระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวช เป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึง อยู่ ฯ [๗๐๒] พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า ภิกษุนี้ย่อมงามด้วยใจอันซื่อตรงหนอ เป็นผู้หลุดพ้น เป็นผู้ พราก เป็นผู้ดับ เพราะไม่ถือมั่น ชำนะมารพร้อมทั้งพาหนะ ได้แล้ว ย่อมทรงไว้ซึ่งอัตภาพมีในที่สุด ดังนี้ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น