เพลง: อานันทสูตรนิโรธ...แสงแห่งสันติภาพ
(Intro)
เงียบ...
ดั่งสายลมยามรุ่งอรุณ
ไม่มีเสียงแห่งความโกรธ
ไม่มีเงาแห่งความกลัว
เหลือเพียง...
ความสงบในหัวใจ
นั่นคือ...
แสงแห่งนิโรธ
(Verse 1)
ทุกสิ่งเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ทุกสิ่งแปรไป ตามกาลเวลา
รูปที่เห็น งดงามเพียงชั่วคราว
เวทนาก็ผ่าน ดุจเมฆบนฟ้า
สัญญาความจำ เปลี่ยนทุกนาที
สังขารปรุงแต่ง ไม่เคยหยุดนิ่ง
วิญญาณรับรู้ แล้วก็ดับไป
ทุกสิ่งล้วนเดิน ตามธรรมแห่งเหตุ
(Pre-Chorus)
สิ่งใดเกิด...
สิ่งนั้นย่อมดับ
สิ่งใดปรุงแต่ง...
สิ่งนั้นย่อมคลาย
เมื่อเข้าใจ
ไม่ฝืนความจริง
หัวใจก็พบ...
ความสงบภายใน
(Chorus)
นิโรธ คือแสงแห่งใจ
ที่ดับไฟแห่งความยึดมั่น
นิโรธ คือทางแห่งธรรม
ที่นำโลกพ้นความวุ่นวาย
เมื่อปล่อยวาง
ความโลภ ความโกรธ ความหลง
เมตตาจะเบ่งบาน
สันติภาพจะผลิดอก
ในหัวใจของทุกคน
(Verse 2)
โลกเหนื่อยล้า
เพราะการแย่งชิง
โลกบอบช้ำ
เพราะการแบ่งแยก
ผู้คนมากมาย
ต่างค้นหาความสุข
แต่ลืมค้นหา
ความสงบในใจ
หากเราเรียนรู้
ที่จะปล่อยวาง
แทนการครอบครอง
เรียนรู้
ที่จะให้อภัย
แทนการแก้แค้น
โลกใบนี้
จะเปลี่ยนไป
(Bridge)
ความดับ...
มิใช่ความสูญเสีย
แต่คือ
การดับแห่งความหลง
ดับความโลภ
ที่เผาใจ
ดับความโกรธ
ที่เผาโลก
ดับอัตตา
ที่แบ่งผู้คน
เหลือเพียง
ความรักอันไม่มีเงื่อนไข
(Grand Chorus)
เมื่อใจสงบ
ครอบครัวก็สงบ
เมื่อครอบครัวสงบ
สังคมก็สงบ
เมื่อสังคมสงบ
โลกก็สงบ
นิโรธ...
มิใช่เพียงคำสอน
แต่นำทาง
ให้มนุษยชาติ
ก้าวสู่
สันติภาพนิรันดร์
(Choir)
สิ่งที่เกิด
ย่อมดับ
สิ่งที่ดับ
ย่อมสอน
ให้ใจ
ปล่อยวาง
ให้โลก
ปลอดภัย
ให้มนุษย์
รักกัน
(Final Chorus)
ปล่อยวาง...
มิใช่การยอมแพ้
แต่คือชัยชนะ
เหนืออัตตา
นิโรธ...
มิใช่ความว่างเปล่า
แต่คือ
ความเต็มเปี่ยมแห่งปัญญา
จากใจหนึ่งดวง
สู่ใจอีกล้านดวง
รวมเป็น
แสงแห่งเมตตา
ส่องโลก
ให้พ้นสงคราม
และงดงาม
ด้วยสันติภาพ
(Outro)
เมื่อรูปดับ...
เรารู้จักความจริง
เมื่อเวทนาดับ...
เรารู้จักความสงบ
เมื่อสัญญาดับ...
เรารู้จักการให้อภัย
เมื่อสังขารดับ...
เรารู้จักอิสรภาพ
เมื่อวิญญาณดับ...
เรารู้จักธรรม
และเมื่อ...
ความโลภ
ความโกรธ
ความหลง
ดับลง
โลกทั้งใบ...
ก็สว่างไสว
ด้วย...
สันติภาพ
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๑๐. อานันทสูตร ว่าด้วยความดับแห่งขันธ์ ๕ [๔๘] พระนครสาวัตถี. ฯลฯ ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความดับเรียกว่านิโรธ ความดับแห่งธรรมเหล่าไหนแล เรียกว่า นิโรธ. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ รูปแลเป็นของไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัย ปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งรูปนั้น เรียกว่านิโรธ. เวทนาไม่เที่ยง ฯลฯ สัญญาไม่ เที่ยง ฯลฯ สังขารไม่เที่ยง ฯลฯ วิญญาณไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่งอาศัยปัจจัยเกิดขึ้นมี ความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับ ไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งวิญญาณนั้น เรียกว่านิโรธ. ดูกรอานนท์ ความดับแห่งธรรม เหล่านี้แล เรียกว่านิโรธ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น