Song: Faith Lights the Way to Peace Inspired by the Saddhā Sutta
[Verse 1]
Faith is the light that guides our way,
Giving hope with every day.
Though we differ in race and name,
Love can unite us all the same.
[Pre-Chorus]
Let go of anger, leave pride behind,
Walk with wisdom, calm your mind.
Mindfulness will light the road,
Sharing every joyful load.
[Chorus]
Faith lights the way to lasting peace,
Where fear and hatred finally cease.
Hand in hand we rise as one,
Shining brighter than the sun.
Guard your heart with mindful care,
Choose compassion everywhere.
Truth and kindness lead us through,
Building hope for me and you.
[Verse 2]
Do not chase the fleeting prize,
True wealth lives in wisdom's light.
Every step with virtue grows,
Toward the peace the whole world knows.
[Bridge]
Faith and mindfulness combined,
Bring compassion to mankind.
Leaving anger far behind,
Peace is what our hearts will find.
[Final Chorus]
Faith lights the way forevermore,
Opening every peaceful door.
Truth and love will always shine,
Making all the world align.
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
สัทธาสูตรที่ ๖ [๑๑๒] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ พระวิหารเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วง ไปแล้ว พวกเทวดาสตุลลปกายิกามากด้วยกัน มีวรรณงาม ยังพระวิหารเชตวัน ทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาท พระผู้มีพระภาคแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [๑๑๓] เทวดาตนหนึ่ง ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าว คาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า ศรัทธาเป็นเพื่อนสองของคน หากว่าความเป็นผู้ไม่มีศรัทธา ไม่ตั้งอยู่ แต่นั้นบริวารยศและเกียรติยศย่อมมีแก่เขานั้น อนึ่ง เขานั้นละทิ้งสรีระแล้วก็ไปสู่สวรรค์ บุคคลพึงละความ โกรธเสีย พึงทิ้งมานะเสีย พึงล่วงสังโยชน์ทั้งปวงเสีย กิเลสเป็นเครื่องเกี่ยวข้อง ย่อมไม่เกาะเกี่ยวบุคคลนั้น ผู้ไม่ เกี่ยวข้องในนามรูป ผู้ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องกังวล ฯ [๑๑๔] (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า) พวกชนพาลผู้มีปัญญาทราม ย่อมตามประกอบความประมาท ส่วนนักปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาท เหมือนบุคคล รักษาทรัพย์อันประเสริฐ บุคคลอย่าตามประกอบความประมาท และอย่าตามประกอบความสนิทสนมด้วยอำนาจความยินดีทาง กาม เพราะว่าบุคคลไม่ประมาทแล้วเพ่งพินิจอยู่ ย่อม บรรลุบรมสุข ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น