เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ภายใต้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้เห็นชอบโครงการของกรมควบคุมมลพิษในการติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำและเซ็นเซอร์ตรวจวัดมลพิษในแม่น้ำกก จำนวน 7 สถานี แม้งบประมาณจะถูกปรับลดลงราว 5% แต่ยังสามารถดำเนินโครงการได้ตามแผน
โครงการดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางน้ำและการปนเปื้อนโลหะหนักในลุ่มแม่น้ำกก ซึ่งประชาชนในจังหวัดเชียงรายติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ การใช้น้ำ การเกษตร และระบบนิเวศในพื้นที่
มณีรัฐกล่าวว่า การเห็นชอบโครงการครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับระบบเฝ้าระวังคุณภาพน้ำของประเทศ พร้อมชื่นชมกรมควบคุมมลพิษที่ชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น และข้อมูลทางวิชาการต่อคณะกรรมาธิการ จนทำให้ที่ประชุมเห็นความสำคัญของการเร่งดำเนินโครงการ
ตามแผน ระบบตรวจวัดทั้ง 7 สถานีจะเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ AI Dashboard และฐานข้อมูลกลางของภาครัฐ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์กลาง เปิดให้หน่วยงานรัฐ นักวิชาการ และประชาชนติดตามสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง
เซ็นเซอร์จะสามารถตรวจวัดโลหะหนักหลายชนิด รวมถึงสารหนู ปรอท ตะกั่ว และแคดเมียม ตลอดจนค่าคุณภาพน้ำสำคัญ เช่น ค่า pH ความขุ่น ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ และค่าการนำไฟฟ้า หากพบค่าที่เกินมาตรฐาน ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินมาตรการลดผลกระทบ
มณีรัฐกล่าวว่า ข้อมูลจากระบบตรวจวัดจะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับใช้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การติดตามสถานการณ์มลพิษ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง
เธอกล่าวว่า ข้อมูลที่จัดเก็บอย่างต่อเนื่องยังสามารถใช้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายยังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมหลายด้าน ทั้งฝุ่น PM2.5 มลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง รวมถึงน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำ จึงเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินโครงการและเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้ระบบตรวจวัดทั้ง 7 สถานีสามารถเปิดใช้งานได้โดยเร็ว
“ดิฉันเห็นว่า การมีข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นปัจจุบัน เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การกำหนดมาตรการรับมือ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษ พร้อมทั้งเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือในการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง จะนำไปสู่การคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว“

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น