เพลง : ติสสสูตรดับไฟด้วยใจ
[Verse 1]
คำพูดหนึ่ง อาจทำให้ใจสั่นไหว
เหมือนสายลมพัดไฟให้ลุกโชน
แต่หากใจ ยังตั้งมั่นด้วยเหตุผล
เปลวเพลิงนั้น จะมอดลงในไม่นาน
ทุกความโกรธ เริ่มต้นจากบาดแผล
ทุกความแพ้ เริ่มจากใจไม่ยอมฟัง
หากเปิดใจ ด้วยเมตตาและความหวัง
โลกจะยัง มีทางเดินร่วมกัน
[Pre-Chorus]
หยุดตอบโต้ ด้วยความโกรธเกรี้ยว
หยุดเติมเชื้อ ให้ไฟแห่งความแค้น
เพียงให้อภัย และเข้าใจแทน
สันติจะผลิบานในหัวใจ
[Chorus]
ดับไฟด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยไฟ
เปลี่ยนความโกรธ ให้กลายเป็นเมตตา
จับมือกัน ก้าวข้ามความบาดหมางที่ผ่านมา
สร้างโลกใหม่ ด้วยหัวใจที่ให้อภัย
ไม่ถือตัว ไม่เหยียดหยามผู้ใด
ไม่ปล่อยใจ ให้ความแค้นครอบงำ
เมื่อความรัก เดินนำทุกการกระทำ
โลกทั้งโลก จะงดงามด้วยสันติ
[Verse 2]
คนทุกคน ต่างเคยพลาดพลั้งมา
ต่างมีน้ำตา และวันที่อ่อนล้า
อย่าให้ถ้อยคำ กลายเป็นกำแพงหนา
แต่ให้วาจา เป็นสะพานเชื่อมหัวใจ
ฟังกันก่อน ตัดสินกันทีหลัง
มองกันด้วย ความเข้าใจมากกว่าเดิม
เมื่อทุกใจ เลือกให้อภัยเพิ่มเติม
ความขัดแย้ง จะค่อยเลือนหายไป
[Bridge]
ดับสงคราม ที่ใจของเรา
ดับความเศร้า ด้วยการให้อภัย
ดับอัตตา ที่แบ่งแยกผู้คนไว้
แล้วสันติจะเริ่มต้นจากภายใน
จากครอบครัว สู่ชุมชนและโลกกว้าง
จากหนึ่งใจ สู่ผู้คนทุกแห่งหน
เมื่อทุกชาติ เลือกเมตตาเหนือความโกรธทน
โลกทั้งปวง จะเป็นหนึ่งเดียวกัน
[Final Chorus]
ดับไฟด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยกำลัง
ให้ความหวัง แทนเสียงแห่งอาวุธ
ใช้ความจริง ควบคู่เมตตาอันบริสุทธิ์
ให้มนุษย์ อยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ
แม้โลกจะต่าง ภาษาและศรัทธา
แต่หัวใจ ปรารถนาความสงบไม่ต่างกัน
เมื่อทุกคน เลือกไม่โกรธต่อกัน
สันติภาพนิรันดร์...จะเกิดขึ้นบนโลกนี้
[Outro]
ความไม่โกรธ คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
การให้อภัย คือพลังที่เปลี่ยนโลก
ให้เมตตา...ดับทุกเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชัง
ให้สันติภาพ...ส่องสว่างในหัวใจทุกคน
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
๙. ติสสสูตร
[๗๑๓] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านพระติสสะผู้เป็นโอรส พระเจ้าอาของพระผู้มีพระภาค เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไป เฝ้าแล้ว ถวายอภิวาทแล้ว นั่งเป็นทุกข์เสียใจหลั่งน้ำตาอยู่ ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่ง ฯ [๗๑๔] ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามท่านพระติสสะว่า ดูกรติสสะ ไฉนหนอ เธอจึงมานั่งเป็นทุกข์เสียใจหลั่งน้ำตาอยู่ ฯ ท่านพระติสสะกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุทั้งหลายกลุ้มรุม เสียดแทงข้าพระองค์ด้วยวาจาดุจประฏัก ฯ พ. จริงอย่างนั้น ติสสะ เธอว่าเขาข้างเดียว แต่เธอไม่อดทนต่อ ถ้อยคำ ข้อที่เธอว่าเขาข้างเดียว ไม่อดทนต่อถ้อยคำนั้น ไม่สมควรแก่เธอผู้เป็น กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา แต่ข้อที่เธอว่าเขาด้วย อดทนต่อถ้อยคำ ได้ด้วย นั่นแล สมควรแก่เธอผู้เป็นกุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา ฯ [๗๑๕] พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้ แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า เธอโกรธทำไมหนอ เธออย่าโกรธ ติสสะ ความไม่โกรธ เป็นความประเสริฐของเธอ แท้จริง บุคคลย่อมประพฤติ พรหมจรรย์ เพื่อกำจัดความโกรธ ความถือตัว และความ ลบหลู่คุณท่าน ดังนี้ ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น