วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562
น้อยคนจะรู้! พระวิจัยพบหมู่บ้านรักษาศีล 5 มีดี 5 ด้าน 3 มิติ งดเหล้า ยาเสพติดลด
น้อยคนจะรู้! พระวิจัยพบหมู่บ้านรักษาศีล 5 มีดี 5 ด้าน 3 มิติ งดเหล้า ยาเสพติดลด สุดยอดส่งเสริมประชาชนยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแบบพึ่งตนเอง
วันที่ 3 ส.ค. 2562 พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ,รศ.ดร., รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี (วัดไร่ขิง จ.นครปฐม) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า อาตมาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 แต่เห็นข่าวจากเว็ปไซต์หนึ่งกล่าวถึงโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในเชิงตำหนิ ซึ่งอาตมาคิดว่า ผู้ขับเคลื่อนโครงการเขาพร้อมรับคำติและคำชมทุกฝ่ายอยู่แล้ว จึงอาสาเข้ามาทำงานขับเคลื่อนโครงการ
อาตมาได้เข้าไปสัมผัสโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ในฐานะนักวิจัยที่รับทุนจาก สกว. ไปทำวิจัยเรื่องนี้ ก่อนวิจัยก็คิดคล้ายๆ หลายคนที่มองโครงการนี้แบบ Bird Eye View มองว่าโครงการทำไมไปเน้นสำรวจเชิงปริมาณว่ามีชาวพุทธนับถือศีล 5 เท่าใด จะเป็นประโยชน์ทำให้คนปฏิบัติตามศีล 5 ได้อย่างไร แต่เมื่อได้ลงไปคลุกคลีในพื้นที่วิจัย กลับพบว่า ก่อนและหลังการมีโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ชาวบ้านมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป (แม้จะเป็นพื้นที่เดียวที่เป็นเลือกเป็นพื้นที่วิจัย)
ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างจากเสี้ยวเล็กๆที่ผมพบและนำเสนอในงานวิจัย 1. เพื่อจะสมาทานศีลข้อที่ 1 ชาวบ้านคนนึงที่เคยขายปืนยิงนกที่มากินพืชผลทางการเกษตร กลับเปลี่ยนอาชีพถอดไกปืนที่ฆ่านกแล้วทำเป็นสินค้า OTOP 2. ศีลข้อที่ 3 ทำให้ข้อมูลวัยรุ่นท้องแบบไม่พร้อมมีสถิติเป็นศูนย์ จากที่เคยมีสถิติไม่น้อยกว่า 5 คนต่อปี ข้อมูลจาก รพสต. 3. เพื่อสมาทานศีลข้อที่ 5 ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพค้าขายทำ MOU กับวัดและ อบต.จะไม่ขายเหล้าในวันโกนกับวันพระ
เหล่านี้คือผลพวงจากการมีโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 อาตมาจึงคิดว่า ใครจะคิดอย่างไรก็ตาม แต่การที่คณะกรรมการศีล 5 โดยการนำของพระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี และพระเดชพระคุณพระเทพศาสนาภิบาล รวมทั้งคณะ ได้เสียสละความสุขในอาวาสที่สัปปายะของตนเองออกเดินทางไปทุกทิศทั่วประเทศทุกจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ตามนโยบายของพระพุทธองค์เพื่อประโยชน์สุขของชาวโลก ไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน ได้ผลิดอกออกผลเป็นการเปลี่ยนแปลงให้ผู้คนดำรงตนอยู่ในศีล 5 อย่างมากมาย ดังกรณีที่ผมนำเสนอไปแล้ว
สำหรับในงานวิจัยของอาตมาพบว่า ความสำเร็จของโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 มี 3 มิติที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่แท้จริงของโครงการกล่าวคือ มิติที่ 1 ความสำเร็จในเชิงเป้าหมาย โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนในบางชุมชนอย่างเห็นได้ชัดในการก่อให้เกิดการทำงานเชิงเครือข่าย ก่อเกิดพลังความสามัคคี เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างกันขององค์กรภายในชุมชน กิจกรรมภายใต้ศีล 5 แต่ละข้อก็ยังส่งผลให้เกิดชุมชนเล็กๆที่ซ้อนอยู่ในชุมชนใหญ่ภายใต้กิจกรรมร่วมกัน เช่น การสวดมนต์เย็น การเข้าวัดวันอาทิตย์ กลุ่มผู้สูงอายุรักษาศีล 5 ลงไปถึงครอบครัวศีล 5 โรงเรียนศีล 5 เหล่านี้เป็นการจุดปะทุแรงระเบิดให้เกิดคลื่นพลังความสมานฉันท์เป็นโครงข่ายใยแมลงมุมภายในชุมชน
มิติที่ 2 ความสำเร็จในเชิงกระบวนการ ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 มีกระบวนการบริหารโครงการ แม้จะมีลักษณะจากบนลงล่าง แต่ก็ปรากฏความชัดเจนในการก่อเกิดกระบวนการเรียนรู้ในการบริหารโครงการ กระบวนการบริหารโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้ส่งผลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะฝ่ายพระสงฆ์ได้เกิดการเรียนรู้ในหลักการบริหารโครงการและไม่เพียงได้เรียนรู้เท่านั้น ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำงานไปพร้อมๆกับการดำเนินการโครงการ ภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ที่เฉื่อยเนือย ขาดการรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม ถูกกลไกของโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้บีบคั้นให้เกิดการพัฒนาทักษะการบริหาร เกิดการปรับตัว และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตนเองไปพร้อมๆกับการก่อเกิดผลผลิตจากโครงการ โครงการจึงไม่ใช่ได้เพียงการบรรลุผลผลิตของโครงการเท่านั้น แต่ยังได้ผลลัพธ์ที่เป็นมูลค่าเพิ่มจากโครงการคือการทำให้เกิดพระสงฆ์นักบริหารโครงการพันธุ์ใหม่ขึ้นมาด้วย
มิติที่ 3 ความสำเร็จในเชิงอุดมการณ์ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้ก่อให้เกิดพลังความรู้สึกหรืออารมณ์ร่วมในการสร้างความหมายของความเป็นหมู่บ้านรักษาศีล 5 ปลุกจิตสำนึกของประชาชนด้วยการใช้ธรรมะในพระพุทธศาสนา แนะนำให้ประชาชนใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียงแบบพึ่งตนเอง และส่งเสริมให้หมู่บ้านดำเนินการปกครองตนเอง ด้วยระบอบธรรมาภิบาล โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ได้ส่งผลให้ประชาชนบางชุมชนเริ่มค้นหาอัตลักษณ์ของชุมชน นำไปสู่การระดมสรรพกำลังมุ่งหมายยกระดับชุมชนตนเองให้โดดเด่นแตกต่างไปจากชุมชนอื่นๆ
พระมหาบุญเลิศ กล่าวด้วยว่า ในงานวิจัยอาตมาได้เสนอการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ให้เกิดความยั่งยืนไว้หลายประเด็น แต่ที่ผมคิดว่าควรมีได้แล้ว คือ ตั้งเป็นกองงาน คล้ายๆกองธรรมสนามหลวง และอีกอย่างคือควรสร้างทายาทการขับเคลื่อนศีล 5 อาตมาคิดว่าพระเณรมีความรู้ความสามารถว่างงานอยู่มาก คณะสงฆ์ไม่ควรปล่อยให้พระเณรที่มีวุฒินักธรรมเอกว่างงาน มอบบทบาทให้ทุกรูปได้ทำงานให้หมด พระเณรสามแสนกว่ารูปช่วยกันทำงานช่วยศาสนา ช่วยสังคม ผมเชื่อว่าสังคมจะน่าอยู่กว่านี้มาก
สมาคมจีนร่วมใจบริจาคสิ่งของช่วยเด็กกำพร้า วัดสระแก้วจังหวัดอ่างทอง
วันที่ 3 ส.ค. 2562 สมาคมมิตรภาพเยาวชนฉวนโจวโลก ประเทศไทย ( WORLD QUANZHOU YOUTH FRIENDSHIP ASSOCIATION (THAILAND) และสมาคมจินเจียง-ฉวนโจว ประเทศไทย (QUANZHOU JINJIANG ASSOCIATION (THAILAND) นำโดยประธาน Cai Shangxin, ประธานบริหาร Chen Yulong, รองประธานบริหารและเลขาธิการ Lin Chuqi , Huang YongYU, Cai Shanghong,ประธานกิตติมศักดิ์ Lin Yanggang, Lin Shaohuai,Yang zhunbei, รองประธาน Xu Qingliu, Wu Yunting พร้อมคณะกว่า 30 คน ได้เดินทางมาถวายเครื่องอุปโภค บริโภค แก่พระครูปลัดสุวัฒนบัณฑิตคุณ (ดร.พระมหาไพเราะ ฐิตสีโล) เจ้าคณะอำเภอป่าโมก เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว จ.อ่างทอง เพื่อร่วมแบ่งปันคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเด็กๆที่อยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและยากจนของวัดสระแก้ว
เครื่องอุปโภค บริโภค ที่สมาคมมิตรภาพเยาวชนฉวนโจวโลก ประเทศไทย และสมาคมจินเจียง-ฉวนโจว ประเทศไทย นำมาถวาย มีจำนวนมากกว่า 1,300 ชุด ประกอบด้วย ขนมเค้ก,ช็อคโกแลตบาร์,เยลลี่,มันฝรั่งทอด,ยารักษาโรคในกระเพาะอาหาร,เครื่องช่วยวงดนตรี,ยาแก้ปวด, แชมพู,เจลอาบน้ำ,ผงซักฟอก,ผ้าอ้อมสำเร็จรูป,ผงชูรส,ยาสีฟัน,ชุดอาหารและของเล่น ฯลฯ พร้อมทั้งเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กกว่า 2,000 คน โดยเด็กๆพร้อมใจกันกล่าวคำว่า “ขอขอบคุณผู้มีพระคุณ” สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับคณะของสมาคมเป็นอันมาก
พระครูปลัดสุวัฒนบัณฑิตคุณ กล่าวว่า คณะสงฆ์ชาววัดสระแก้ว ดีใจมากที่คณะของสมาคมฯได้นำเครื่องอุปโภค บริโภคต่างๆมามอบให้ ทางวัดจะได้นำสิ่งของดังกล่าว มอบให้กับเด็กได้รับประทานอย่างมีความสุข ซึ่งเด็กมีความสุข เราก็มีความสุข เป็นการมาเพิ่มเติมสิ่งที่เราขาด ยังด้อยอยู่ เรียกว่า มาเติมเต็มให้กับเด็กกำพร้า เด็กยากจนของเรา ทำให้อาตมาสุขใจ ปลื้มใจเป็นล้นพ้น ขออวยพรให้ทางสมาคมฯ มีความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยพันล้าน แสนล้านบาท และจะได้มาช่วยเด็กยากไร้ที่วัดสระแก้วต่อไปเรื่อยๆ ให้เด็กของเรามีความสุขทั้งกายและใจ ขอให้สมาคมฯ ร่ำรวยและเฮงๆๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าและยากจนของวัดสระแก้ว จ.อ่างทอง ถือเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเด็กกำพร้ามากที่สุดในประเทศไทยปัจจุบัน โดยมีเด็กกำพร้าอยู่มากกว่า 2,400 กว่าคน ที่มาจากทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นเด็กที่อยู่ในวัยระหว่างอายุ 3-18 ปี โดยที่ไม่มีผู้ปกครองดูแล สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาประสงค์จะร่วมบริจาคสิ่งของช่วยเหลือเด็กกำพร้า ติดต่อสอบถามได้โทร 0-3561-1169, 0-3566-1273
แฟนคลับเฮ! 'คิงคองก้อง' คัมแบ็กโมโตทู กดเวลาซ้อมวันแรกห่างผู้นำเพียง 1.1 วินาที
วันที่ 3 ส.ค.2562 ยอดนักบิดดาวรุ่ง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา สร้างผลงานสุดเซอร์ไพรส์ คัมแบ็กศึกดวลความเร็ว โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ 10 หลังผ่านการทดสอบความฟิต ประเดิมรอบซ้อมวันแรก “เช็ก กรังด์ปรีซ์” ทำเวลาต่อรอบเร็วสุด ห่างผู้นำเพียง 1.1 วินาที
แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย เฮลั่น หลังทราบข่าวดาวรุ่งนักบิดชาวไทยเจ้าของฉายา “คิงคองก้อง” ภายใต้โครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี.ฮอนด้า ได้รับอนุญาตจากทีมแพทย์ของศึกโมโตจีพี ให้สามารถเข้าร่วมการแข่งขันบนสังเวียน ออโตโมโตโดรม เบอร์โน สาธารณรัฐเช็ก ในสุดสัปดาห์นี้
ล่าสุด ตามโปรแกรมการแข่งขัน วันศุกร์ที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นรอบการซ้อมวันแรก ผลปรากฏว่า นักบิดหนึ่งเดียวของไทย หมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย แม้ว่าเพิ่งพักรักษาอาการบาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย สามารถทำเวลาต่อรอบได้เร็วสุด 2 นาที 2.797 วินาที รั้งอันดับที่ 21 ตามหลังจ่าฝูงอย่าง ฟาบิโอ ดิ จิอานนันโตนิโอ ดาวบิดอิตาเลียน เพียงแค่ 1.1วินาที เท่านั้น
สำหรับรอบการซ้อมครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันนี้(3ส.ค.) และต่อเนื่องด้วยรอบคลอลิฟาย ส่วนรอบชิงชนะเลิศ เตรียมดวลความเร็วในวันอาทิตย์ที่ 4 ส.ค.นี้ เวลา 17.20 น. ตามเวลาในบ้านเรา สาวกกีฬาความเร็วชาวไทย สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง ช่อง ฟ็อกซ์ สปอร์ต และ พีพีทีวี เอชดี 36
#whatstopyou #มุ่งสู่เส้นชัยอย่าให้อะไรมาหยุด #racetothedream #เรซทูเดอะดรีม #moto2 #โมโตทู #APHondaracingthailand
ไม่รอแล้วนะน้องไทย! ไทอาหมอัสสัมสร้างหุ่นคนใช้เสิร์ฟอาหาร
วันที่ 2 ส.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ http://theguwahatitimes.info ได้เผยแพร่หุ่นยนต์คนใช้ผู้หญิงชื่อว่า Palki สามารถเสิร์ฟอาหาร ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เมืองกูวาฮาติ รัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย หรือกับเผยแพร่ทางยูทูป https://www.youtube.com/watch?time_continue=109&v=ecr_cXUMwzw
สำหรับรัฐอัสสัมนี้มีคนไทกลุ่มหนึ่งชื่อว่าไทอาหมอาศัยอยู่ โดยจากวิกิพีเดียสารานุกรมเสรีได้รายงานว่า ชาวอาหมหรือไทอาหมมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกันคือไทใหญ่, อ่ายตน, คำตี่, คำยัง เดิมใช้ภาษาอาหม ในกลุ่มภาษาย่อยไท-พายัพ ซึ่งเป็นภาษาในกลุ่มภาษากัม-ไท ตระกูลภาษาขร้า-ไท แต่ชาวอาหมในปัจจุบันนั้นหันไปใช้ภาษาตระกูลอินโด-ยุโรเปียนแล้ว จนเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 21 ชาวอาหมได้เกิดความสนใจในวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน จึงเกิดความพยายามที่จะศึกษาและฟื้นฟูวัฒนธรรมดั้งเดิมมากยิ่งขึ้น ชาวอาหมในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่าชาวไทกลุ่มอื่นที่อพยพมายังอัสสัม ซึ่งในปี ค.ศ. 1990 ชาวอาหมมีจำนวนประชากรราว 2 ล้านคนในรัฐอัสสัม และรัฐอรุณาจัลประเทศ และมีชาวอัสสัมราว 8 ล้านคนที่อ้างว่ามีบรรพบุรุษหรือสืบเชื้อสายมาจากชาวอาหม
Cr.http://theguwahatitimes.info/2019/08/02/palki-the-robot-waitress-to-serve-food-in-uruka-restaurant/?fbclid=IwAR0PVNps7s8p530S-aOsHPYgH4HNJlHg6_y54iATRCl9an0Fff9XEqatLks
สถ. เร่งซักซ้อม อปท. เตรียมพร้อมป้องกันแก้ไขอุทกภัยและดินถล่ม
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า เริ่มมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงต้องเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่ม ปี 2562 ให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่ม ทั้งการเตรียมการก่อนเกิดภัย การดำเนินการขณะเกิดภัย และการดำเนินการหลังเกิดภัย
ด้านการเตรียมการก่อนเกิดภัย ก็ให้ อปท. พิจารณาตั้งงบประมาณรายจ่าย งบกลาง ประเภทเงินสำรองจ่าย ให้เพียงพอต่อการเผชิญเหตุสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น และให้นำเงินสำรองจ่ายดังกล่าวไปใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบสาธารณภัยเป็นลำดับแรก ต้องมีการสำรวจวัสดุ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และเตรียมความพร้อมให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อเกิดภัย หรือได้รับการร้องขอสนับสนุน เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลหนัก มีการขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น การขุดลอกท่อระบายน้ำ การกำจัดผักตบชวาในแม่น้ำลำคลอง และต้องมีการซักซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้เกิดทักษะและความคล่องตัวในการปฏิบัติ และมอบหมายให้ศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการอพยพประชาชนให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย รวมถึงให้มีอาสาสมัครเตือนภัยประจำชุมชน “มิสเตอร์เตือนภัย” จัดหาเครื่องหมายอาณัติสัญญาณแจ้งเตือนภัย โดยต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยได้เตรียมความพร้อมในการรับสถานการณ์ด้วย
สำหรับการดำเนินการขณะเกิดภัยนั้น ทางสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด จะเป็นศูนย์ประสานงานของ อปท. ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ของตนเอง โดยต้องมีการจัดหาน้ำสะอาด เพื่อบริการและช่วยเหลือประชาชนในการอุปโภค โดยไม่คิดมูลค่า และต้องเร่งดำเนินการอพยพประชาชนที่ประสบภัย หรือคาดว่าจะประสบภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก
และด้านการดำเนินการหลังเกิดภัย ให้เร่งสำรวจความเสียหายจากอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ทั้งในภาครัฐและเอกชน รวมทั้งปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในด้านต่าง ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่โดยด่วน หากงบประมาณไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ/จังหวัด ประสานงานกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยจัดระเบียบและกำหนดพื้นที่การช่วยเหลือตามความจำเป็นเร่งด่วนอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค โดยไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ต้องเร่งดำเนินการทำความสะอาด เก็บสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอย ที่มาจากอุทกภัย เพื่อการป้องกันโรคระบาด รวมทั้ง เร่งซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ สาธารณูปการ ให้สามารถกลับมาใช้การได้โดยเร็ว และกำชับอาสาสมัครป้องกันบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ในการดูแลรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินทางราชการ ประชาชนและผู้ประสบภัย ไม่ให้มีการโจรกรรมและลักขโมย และต้องไม่ลืมที่จะเร่งฟื้นฟู และส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ประสบภัย โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด หรือพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้จากการประกอบอาชีพและเป็นการป้องกันการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่ด้วย นายสุทธิพงษ์ กล่าว
“อนาคตใหม่”วอนชะลอผังเมืองรวม EEC เอาพื้นที่เกษตรทำนิคมอุตสาหกรรม
เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2562 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.ชลบุรีพรรคอนาคตใหม่ และนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทราพรรคอนาคตใหม่ ร่วมแถลงข่าวถึงข้อร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ผังเมือง EEC และจุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ต่อกรณีดังกล่าว
นางสาวเบญจาระบุว่า นับตั้งแต่มีการริเริ่มโครงการ EEC ขึ้นมา ได้มีพี่น้องประชาชนหลายชุมชนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี ได้ทำหนังสือร้องเรียนมายังพรรคอนาคตใหม่หลายครั้ง โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของพรรคในพื้นที่ พร้อม ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบปัญหาหลายครั้งตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งได้พิจารณาถึงข้อมูลเอกสารต่างๆ และเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวแทนประชาชนจากหลายพื้นที่ในสามจังหวัดภาคตะวันออกได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จำนวนประมาณ 100 คน ได้เดินทางมารัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือต่อวิปฝ่ายค้านผ่านทางพรรคอนาคตใหม่ เพื่อเรียกร้องให้สำนักงานพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยุติการพิจารณาให้ความเห็นชอบผังเมืองรวม EEC และดำเนินการจัดทำใหม่ตั้งแต่ต้นโดยให้ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้มีโอกาสเข้าร่วม
นางสาวเบญจากล่าวต่อว่าจากการพิจารณาข้อมูลในเชิงพื้นที่แล้ว พบว่าประเด็นสำคัญที่พี่น้องประชาชนกังวลนั่นคือผลกระทบต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากหลายๆพื้นที่ๆถูกเปลี่ยนผังเมืองให้เป็นนิคมอุตสาหกรรม มีลักษณะพื้นที่ๆมีความมั่นคงทางอาหาร เป็นแหล่งเกษตรกรรมชั้นดี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความพิเศษในระบบนิเวศถ้าผังเมืองเปลี่ยนสีจะมีปัญหากับวิถีชีวิตประชาชนอย่างมาก
พรรคอนาคตใหม่ขอส่งสารไปยังคณะกรรมการนโยบาย EEC ขอให้ท่านได้โปรดชะลอการเห็นชอบผังเมืองรวม EEC ไว้ก่อน ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. การจัดทำผังเมืองของสำนักงาน EEC เป็นลักษณะการจัดทำแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นรายโครงการที่กำหนดมาแล้วตามนโยบายพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของรัฐ ไม่ได้จัดทำโดยการศึกษาศักยภาพของพื้นที่ตามหลักวิชาการผังเมือง
2. มีการเปลี่ยนสีผังเมือง เช่น การเปลี่ยนสีเขียวชนบทเกษตรกรรมอันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สมบูรณ์ แหล่งความมั่นคงทางอาหารที่สำคัญของภาคตะวันออกและทั้งประเทศ ไปเป็นสีม่วงอุตสาหกรรมสำหรับนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เป็นการทำลายวิถีชีวิต เศรษฐกิจของชุมชน และสร้างผลกระทบกับประชาชนเป็นจำนวนมาก
3. การใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 47/2560 และออกกฎหมาย พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นการใช้กฎหมายเร่งรัดการจัดทำผังเมือง โดยไม่คำนึงการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการจัดทำผังเมือง
“เราขอยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องการเห็นการพัฒนาที่คำนึงถึงวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ โดยให้พวกเขาได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนา ทั้งนี้รวมถึงการมีมาตรการในการจัดการผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม นั่นต่างหากคือการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ควรเกิดขึ้นที่ภาคตะวันออกและทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย” นางสาวเบญจากล่าว
ด้านนางสาวศิริกัญญา ได้กล่าวลงในรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในผังเมืองรวม EEC พร้อมกับยกตัวอย่างพื้นที่ๆจะถูกนำไปทำเป็นนิคมอุตสาหกรรม โดยระบุว่าการวางผังเมืองรวม EEC ผิดหลักการในการทำผังเมืองทั่วไปมาก เพราะปกติจะต้องพิจารณาว่าพื้นที่มีความเหมาะสมที่จะทำอะไร ควรจะนำมาใช้ประโยชน์อะไร แต่ถ้าดูลงไปในรายละเอียด เราจะเห็นได้ว่ากว่า 90% ของเขตอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นมาในผังเมืองรวม EEC เป็นพื้นที่เกษตรกรรม หลายพื้นที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี พื้นที่น้ำชุ่ม หรือพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แต่การทำผังเมืองรวมล่าสุด เป็นการพิจารณาจากโครงการเป็นหลัก ไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่จริง นอกจากนี้ กระบวนการทำผังเมือง EEc ยังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง กระบวนการทำผังเมืองไม่ได้เป็นที่รับรู้ของชาวบ้านเลย
“เราจึงขอเสนอว่าคณะกรรมการนโยบาย EEC ควรที่จะชะลอการพิจารณาอนุมัติผังเมือง EEC นี้ออกไปก่อน ตอบคำถาม ข้อเท็จจริงกับผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วนก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นที่น่าพอใจกับทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ เราไม่ได้กำลังบอกว่าคุณจะต้องฟังชาวบ้านอย่างเดียว แต่คุณไม่ควรที่จะพัฒนาโดยทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง“ นางสาวศิริกัญญากล่าว
ด้านนายจิรัฏฐ์ ได้เล่าเรื่องที่ได้รับร้องเรียนจากพื้นที่มา โดยกล่าวว่าตอนนี้คนที่อำเภอบางปะกงหลายจุดถูกไล่ออกจากที่อยู่ที่ทำกินของตัวเองที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า จากการประกาศผังเมือง EEC ทั้งๆที่เมื่อพิจารณาแล้วพื้นที่เหล่านั้นไม่เหมาะสมที่จะนำมาทำนิคมอุตสาหกรรมเลย อย่างจังหวัดฉะเชิงเทราเอง ไม่มีพื้นฐานรองรับที่จะพัฒนาตามโครงการที่ EEC วางไว้เลย อาชีพพื้นฐานคนแปดริ้วคือเกษตรกรรม เราไม่ได้คัดค้านความเจริญ แต่จะคิดตั้งอะไรตามอำเภอใจไม่ได้
นายจิรัฏฐ์กล่าวต่อว่าหากเราไปพิจารณาดูพื้นที่ภาคตะวันออก ยังพื้นที่มีตั้งอีก 90% ที่สามารถเอามาทำนิคมอุตสาหกรรมได้ เป็นพื้นที่ว่างเปล่า บางพื้นที่มีถนนตัดผ่านเรียบร้อย จนตนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกำหนดพื้นที่ตามอำเภอใจ หรือตามใจนายทุนกันแน่ เพราะหลายพื้นที่ๆถูกเปลี่ยนสีในผังเมือง ก็บังเอิญว่าเป็นพื้นที่ๆนายทุนเคยมากว้านซื้อไว้หลายปีแล้ว และก็เพิ่งจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเมื่อไม่นานมานี้
วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน! ร้อง'บิ๊กตู่'ทบทวนหวย 12 นักษัตร
เมื่อวันที่ 2 ส.ค.2562 ที่ศูนย์บริการประชาชนทำเนียบรัฐบาล นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน พร้อมด้วยนายราเมศร ศรีทัพทิม ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลาก และภาคีเครือข่ายกว่า 30 คน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อขอให้ทบทวนการออกสลากออนไลน์แบบ 12 นักษัตร โดยยื่นข้อเสนอถึงรัฐบาลและกระทรวงการคลังรวมทั้งสำนักงานสลากกินแบ่ง 4 ข้อ
1.เพื่อขอให้มีการทบทวนการเพิ่มสลากออนไลน์แบบ 12 นักษัตร เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคา หวยใต้ดิน ไม่สามารถลดการเล่นการพนันอื่นๆลงได้เช่นเกมออนไลน์ การพนันบอล แต่เป็นการเพิ่มพื้นที่การพนันใหม่ๆเพื่อมอมเมาประชาชนมุ่งหาเงินเข้ารัฐ ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสังคมในลักษณะที่ได้ไม่คุ้มเสีย
2. ขอให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบและตรงไปตรงมา จัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างรอบด้าน โดยองค์กรที่มีความเป็นกลางมีความน่าเชื่อถือไม่หาผลประโยชน์ทับซ้อนจากนโยบายดังกล่าว
3. ขอให้รัฐบาลมีมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันในสังคมไทยเป็นการด่วน และฟื้นฟูกองทุนสลากกินแบ่งเพื่อพัฒนาสังคมกลับคืนมา 4. ขอให้ลดจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 100 ล้านฉบับให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรเกินจากจำนวนประชากรของประเทศ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ รายงานวิจัยเรื่อง “ปรัชญาดุริยางค์แห่งอนาคต: การถอดรหัสพันธุกรรมทางธรรมจากสิริ...








