[Verse 1]
Faith becomes our food along the way,
Giving us strength from day to day.
Wisdom and kindness, goodness we grow,
These are the treasures that truly flow.
[Verse 2]
Wealth may support the life we live,
But peace comes from the heart that gives.
When desire rises within our mind,
Be mindful, be patient, leave greed behind.
[Chorus]
Desire is a snare that holds us tight,
Like a bird caught in flight.
The more we struggle, the tighter it grows,
Awaken the mind and let desire go.
Let go of craving, discover what is enough,
Gather goodness when the road becomes tough.
Let faith be your guide, let wisdom be your light,
And walk beyond the snares into freedom and peace.
[Verse 3]
The more we want, the less we feel whole,
Chasing possessions while losing the soul.
No amount of treasure can purchase the peace
Of a heart that knows when to seek release.
[Chorus]
Desire is a snare that holds us tight,
Like a bird caught in flight.
The more we struggle, the tighter it grows,
Awaken the mind and let desire go.
[Bridge]
We do not need to turn away from life,
But we can free our hearts from endless strife.
Know what is needed, release what is not,
Find inner freedom with the wisdom we've got.
[Final Chorus]
Desire is a snare, but wisdom sets us free,
Faith is the provision for the journey we see.
Let goodness be the treasure we carry inside,
And walk toward peace with the Dharma as our guide.
The Pātheyya Sutta: Faith, Wealth, and the Trap of Desire
Pātheyya Sutta, Discourse No. 9
The Sutta Piṭaka, Saṃyutta Nikāya, Sagāthāvagga
The deity asked the Blessed One:
“What gathers provisions?
What is the resting place from which wealth arises?
What drives people onward?
What is difficult to abandon in the world?
What are many beings caught in,
like birds caught in a snare?”
The Blessed One answered:
“Faith gathers provisions.
Prosperity, or auspiciousness, is the resting place from which wealth arises.
Desire drives people onward.
Desire is difficult to abandon in the world.
Many beings are caught in desire,
like birds caught in a snare.”
The teaching presents an important reflection on faith, prosperity, desire, and freedom.
First, the Buddha states that faith gathers provisions. Faith, when accompanied by wisdom, can become an inner force that encourages people to cultivate goodness, perseverance, knowledge, generosity, and wholesome qualities.
The teaching also refers to prosperity or auspiciousness as a foundation associated with material wealth. This reminds us that material possessions can support life, but they should not be mistaken for the ultimate source of lasting happiness.
The central warning concerns desire. Desire drives people onward, constantly pushing them toward something they believe will make them happier or more complete. Once one desire is fulfilled, another often arises.
The Buddha therefore compares beings caught in desire to birds caught in a snare. A bird may have wings and the freedom to fly, yet a snare prevents it from escaping. In the same way, human beings may possess many forms of freedom, but uncontrolled desire can become an invisible bond.
The teaching is especially relevant in modern society, where consumerism, competition, status, and endless acquisition can encourage people to continually seek more.
The Pātheyya Sutta does not require people to reject wealth or worldly success. Rather, it encourages people to understand desire and avoid becoming its prisoner.
Its message can be summarized as:
Build your provisions through faith and goodness.
Use wealth wisely.
Understand desire.
Do not let desire become your snare.
เพลง: “อย่าติดบ่วงแห่งความอยาก”
แนวเพลง: เพลงธรรมะร่วมสมัย / สันติภาพ
บทที่ 1
ศรัทธาคือเสบียงหล่อเลี้ยงใจ
พาเราเดินไปบนทางความดี
สะสมปัญญา สะสมความดี
เป็นทรัพย์ชีวีที่ติดตัวไป
บทที่ 2
โภคทรัพย์ทั้งหลายมีไว้พอประมาณ
อย่าปล่อยใจให้หลงในสิ่งภายนอก
เมื่อความอยากเกิดขึ้นในใจเรา
จงรู้เท่าทัน แล้วค่อยก้าวไป
ท่อนฮุก
ความอยากเหมือนบ่วง ผูกใจเราไว้
เหมือนนกบินไป แต่ติดบ่วงอยู่
ยิ่งดิ้นยิ่งรัด ยิ่งอยากยิ่งทุกข์
จงรู้เท่าทันความอยากในใจ
ปล่อยความอยากลง แล้วพบความพอดี
สะสมความดี ให้เป็นเสบียงชีวิต
ศรัทธานำทาง ปัญญานำจิต
ให้ชีวิตเป็นอิสระจากบ่วงทั้งปวง
บทที่ 3
อยากได้มากเท่าไร ใจก็ยิ่งไม่พอ
วิ่งตามความฝันจนลืมมองใจ
ทรัพย์สินมากมายไม่อาจซื้อสุขแท้ได้
หากใจยังถูกความอยากผูกพัน
ท่อนฮุก
ความอยากเหมือนบ่วง ผูกใจเราไว้
เหมือนนกบินไป แต่ติดบ่วงอยู่
ยิ่งดิ้นยิ่งรัด ยิ่งอยากยิ่งทุกข์
จงรู้เท่าทันความอยากในใจ
บทจบ
เสบียงชีวิต คือศรัทธาและความดี
ทรัพย์ที่แท้มี คือปัญญาภายใน
เมื่อรู้จักพอ ใจย่อมเป็นไท
ก้าวพ้นบ่วงใจ...สู่ทางแห่งสันติ
ปาเถยยสูตรเปิดหลักธรรม “ศรัทธารวบรวมเสบียง ความอยากผลักไสชีวิต” เตือนมนุษย์อย่าติดกับดักความอยากดุจนกติดบ่วง
ปาเถยยสูตรที่ ๙ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นำเสนอหลักธรรมว่าด้วย “ศรัทธา โภคทรัพย์ ความอยาก และการปล่อยวาง” ผ่านคำถามของเทวดาที่ทูลถามพระผู้มีพระภาคถึงสิ่งที่รวบรวมเสบียง สิ่งที่เป็นที่มาของโภคทรัพย์ สิ่งที่ผลักดันมนุษย์ และสิ่งที่ละได้ยากจนทำให้สัตว์เป็นอันมากติดอยู่ เปรียบเสมือนนกติดบ่วง
เทวดาทูลถามว่า “อะไรหนอย่อมรวบรวมไว้ซึ่งเสบียง อะไรหนอเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย อะไรหนอย่อมเสือกไสนรชนไป อะไรหนอละได้ยากในโลก สัตว์เป็นอันมากติดอยู่ในอะไร เหมือนนกติดบ่วง”
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ศรัทธาย่อมรวบรวมไว้ซึ่งเสบียง ศิริ คือมิ่งขวัญ เป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย ความอยากย่อมเสือกไสนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก สัตว์เป็นอันมากติดอยู่ในความอยาก เหมือนนกติดบ่วง”
สาระสำคัญประการแรกคือ “ศรัทธาย่อมรวบรวมไว้ซึ่งเสบียง” ซึ่งสามารถมองได้ว่า ศรัทธาเป็นพลังภายในที่ทำให้บุคคลมีความเพียรและพร้อมสะสมสิ่งที่มีคุณค่าในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความดี ความรู้ ความเสียสละ หรือการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น
ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญาจึงไม่ใช่เพียงความเชื่อ แต่เป็นพลังที่ทำให้บุคคลมุ่งมั่นดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่ดี เมื่อมีศรัทธาและความเพียรเป็นพื้นฐาน บุคคลย่อมสามารถสร้าง “เสบียงชีวิต” ที่มีคุณค่ามากกว่าวัตถุเพียงอย่างเดียว
พระสูตรกล่าวถึง “ศิริ” หรือมิ่งขวัญ ว่าเป็นที่มานอนแห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย สะท้อนแนวคิดเรื่องความเป็นสิริมงคลและปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดความมั่นคงในชีวิต ขณะที่มนุษย์ควรตระหนักว่าโภคทรัพย์เป็นเพียงเครื่องอาศัย ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ชีวิตพ้นจากความทุกข์ได้โดยสมบูรณ์
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ “ความอยากย่อมเสือกไสนรชนไป” เพราะความอยากสามารถผลักดันให้มนุษย์วิ่งตามสิ่งต่าง ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อได้สิ่งหนึ่งแล้วก็ต้องการสิ่งใหม่ เมื่อมีทรัพย์มากขึ้นก็ต้องการมากขึ้น เมื่อมีชื่อเสียงก็ต้องการชื่อเสียงมากกว่าเดิม
พระสูตรจึงเปรียบความอยากว่าเป็น “บ่วง” ที่ทำให้สัตว์จำนวนมากติดอยู่เหมือนนกที่บินเข้าไปติดกับดัก แม้มีอิสระอยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถบินออกมาได้ เพราะถูกพันธนาการไว้ด้วยบ่วง
เมื่อมองในสังคมปัจจุบัน หลักธรรมดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับวัฒนธรรมบริโภคนิยม การแข่งขัน และการแสวงหาความสำเร็จอย่างไม่รู้จบ มนุษย์อาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่หากความอยากเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการพอใจ ความทุกข์ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ปาเถยยสูตรจึงมิได้สอนให้มนุษย์ปฏิเสธทรัพย์สินหรือความสำเร็จ แต่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการ รู้เท่าทันความอยาก และไม่ปล่อยให้ความอยากกลายเป็นผู้ควบคุมชีวิต
หลักธรรมสำคัญจึงอาจสรุปได้ว่า “สร้างเสบียงด้วยศรัทธา ใช้ทรัพย์อย่างมีสติ และรู้จักปล่อยความอยาก” เพราะเมื่อมนุษย์สามารถแยกแยะระหว่าง “ความจำเป็น” กับ “ความอยาก” ได้ ย่อมมีโอกาสพบความพอดีและความสงบภายในมากขึ้น
ในที่สุด ปาเถยยสูตรฝากข้อคิดแก่คนยุคใหม่ว่า สิ่งที่ควรสะสมมิใช่เพียงทรัพย์สิน แต่คือศรัทธา ความดี ปัญญา และคุณค่าของชีวิต ขณะที่สิ่งที่ควรเฝ้าระวังที่สุดคือความอยากที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะความอยากที่ไม่รู้จักพออาจกลายเป็นบ่วงที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อผูกมัดตัวเอง
[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป]
ปาเถยยสูตรที่ ๙ [๒๑๕] เทวดาทูลถามว่า อะไรหนอย่อมรวบรวมไว้ซึ่งเสบียง อะไรหนอเป็นที่มานอน แห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย อะไรหนอย่อมเสือกไสนรชนไป อะไรหนอละได้ยากในโลก สัตว์เป็นอันมากติดอยู่ในอะไร เหมือนนกติดบ่วง ฯ [๒๑๖] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ศรัทธาย่อมรวบรวมไว้ซึ่งเสบียง ศิริ (คือมิ่งขวัญ) เป็นที่ มานอนแห่งโภคทรัพย์ทั้งหลาย ความอยากย่อมเสือกไส นรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก สัตว์เป็นอันมากติด อยู่ในความอยาก เหมือนนกติดบ่วง ฯ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น