วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563
"เทวัญ"ถวายหน้ากากอนามัยถวายเจ้าคณะนราธิวาส ตามพระประสงค์สมเด็จพระสังฆราช
วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เวลา 09.30 น. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะ เดินทางลงพื้นที่วัดประชุมชลธารา บ้านควน ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำหน้ากากอนามัยตามพระประสงค์ของ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก มาถวายแด่พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส และเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา เพื่อแจกจ่ายให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และประชาชนในชุมชนใกล้เคียงวัด ผู้ประสบความยากลำบากจากสถานการณณืแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563ที่ผ่านมา เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงห่วงใยสุขภาพอนามัยของพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ตลอดจนประชาชนทั่วไป ทรงประทานพระวโรกาสให้นายเทวัญ ผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เฝ้าในโอกาสที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช โปรดให้ไวยาวัจกรจัดกัปปิยกัณฑ์เท่าจำนวน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) เป็นทุนประเดิมสำหรับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดหาหน้ากากอนามัย ประทานแก่พระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ถวายหน้ากากอนามัย 2,000 ชิ้น เป็นเงินมูลค่า 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ทั้งนี้ ทางเจ้าคณะจังหวัดจะจัดสรรแจกจ่ายไปยังวัด จำนวน 79 แห่ง และที่พักสงฆ์ จำนวน 21 แห่งในพื้นที่ จ.นราธิวาส รวมถึงประชาชนใกล้เคียงต่อไป
"ผอ.ทรัพย์สินปปง.-นาคหลวง"สมัครเรียนวิชาพระพุทธศาสนา"มจร"
วันที่ 30 เม.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) กำลังเปิดรับสมัคร สาขาวิชาพระพุทธศาสนารุ่นที่ 33 ภาคเสาร์-อาทิตย์ ได้มีบุคคลจากหลายสาขาอาชีพยื่นใบสมัครในจำนวนนั้นมีนายสุนทรา พลไตร ผู้อำนวยการส่วนบริหารทรัพย์สินสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) รวมอยู่ด้วย
พร้อมกันนี้เป็นที่น่าสังเกตก็คือว่าพระภิกษุและสามเณรที่สอบเปรียญธรรมเก้าประโยค(ป.ธ.9) ได้ยื่นสมัครอาทิ สามเณรสุรัตน์ บุตรเกื้อ สามเณรสุรัตน์ บุตรเกื้อ (ป.ธ.9)วัดโมลีโลกยาราม พระมหาวีรยุทธ วรวีโร (ป.ธ.9)วัดโมลีโลกยาราม "วีณา โดมพนานดร" ผู้จัดการสำนักงานสถาบันอิสรามูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย
Cr.เพจ Kritsanawadee Raksachom
ธนาคารน้ำพระธรรม! ตามศาสตร์พระราชา
วันที่ 30 เม.ย. 2563 เพจ"พระเมธีธรรมาจารย์ - เจ้าคุณประสาร" ได้โพสต์ข้อความว่า ธนาคารน้ำ ตามศาสตร์พระราชา
พระเดชพระคุณพระโสภณพัฒนคุณ หลวงพ่อเศรษฐีเรือทอง วัดพุน้อย อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ได้ศึกษา เรียนรู้และปฎิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตร์พระราชา ในล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9
ในชั้นนี้พระเดชพระคุณได้ลงมือทำพร้อมกับพระภิกษุสามเณรภายในวัด คณะศิษยานุศิษย์ดำเนินการจัดทำธนาคารน้ำตามหลักทฤษฎีของพระองค์ท่าน โดยการขุดบ่อกว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร ลึก 4.20 เมตร และใส่หินก้อนลงไปให้เต็มบ่อ เพื่อดักรอน้ำจากธรรมชาติ เมื่อธนาคารนำ้รับน้ำที่ไหลมาจากที่ต่างๆได้เต็มที่แล้วก็จะกักน้ำไว้ในบ่อขนาดใหญ่นี้และตามธรรมชาติแล้วบ่อน้ำนี้ก็จะกระจายให้ความชุ่มชื่นแก่หน้าดินในรัศมีโดยรอบประมาณ 800 เมตร
นี่คือการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรที่ได้ผล มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ตามหลักศาสตร์พระราชา
คำถามที่ว่า ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ มีแต่แล้ง กับท่วม นี่ถ้ามีการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่ระดับเล็กไปจนถึงระดับประเทศ รู้จักกักเก็บนำ้ในหลากหลายวิธี เกษตรกรทั้งหลายคงไม่ลำบากขนาดนี้
วันที่ 30 เมษายน 2563
#เจ้าคุณประสาร
ก่อนหน้านี้ได้โพสต์ว่า อีสานวันนี้ วันนี้ชนบทอีสานยังคงแห้งแล้ง กันดาร ชาวบ้านในภาคอีสานยังคงลำบาก ปากกัดตีนถีบ ดิ้นรนแสวงหา ตามหมู่บ้านมีแต่คนแก่ และเด็กๆเฝ้าบ้าน คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ก็หนีเข้าไปใช้แรงงานในกรุงเทพและเมืองใหญ่ๆ
คนแก่นั่งเฝ้าเลี้ยงหลานเล็กงกๆเงิ่นๆป้อนข้าวป้อนน้ำในวัยที่ตัวเองก็ชรา ไร้เรี่ยวแรงเป็นไม้ใกล้ฝั่ง และในแต่ละวันก็ต้องรอเงินจากลูกๆที่ไปใช้แรงงานที่จะส่งมาให้เพื่อเลี้ยงชีพพอประทังชีวิตของคนในครอบครัว
วันนี้ความยากจนยังคงเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษมาสู่ลูกหลานอีสาน
ชาวอีสานส่วนใหญ่จะทำนาและทำปีละครั้ง น่าเศร้าที่การทำนาก็เพียงพึ่งพาฟ้าฝนเพียงอย่างเดียวไม่มีระบบกักเก็บน้ำ ระบบชลประทานหรือระบบอื่นๆมาช่วยในการทำนาเลย และถ้าปีไหนฟ้าฝนเป็นใจก็ถือว่าเป็นโชคของชาวนาอีสาน แต่ส่วนใหญ่ก็จะมี 2 อย่างคือแล้งกับท่วม น่าเศร้า แล้งคือไม่มีน้ำทำนา ท่วมก็คือน้ำมากเกิน ข้าวในนาเสียหายหมด แปลกไหม วันนี้การบริหารการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ยังคงต้องถามหาระบบและประสิทธิภาพกันต่อไป ถามกันต่อไป ทั้งที่โลกใบนี้เจริญไปไกลมากแล้ว เทคโนโลยีต่างๆก็ล้ำหน้าไปมากแล้ว แต่การทำนาก็ยังคงพึ่งพาฟ้าฝนเหมือนเช่นในอดีตกาลหลายร้อยปีที่ผ่านมา
วันนี้เย็นๆยังคงเห็นชาวอีสานต้อนวัวต้อนควายเข้าคอกนี่คือวัฏจักรในวิถีชีวิตของคนชนบท
หวังว่าสักวันหนึ่งอีสานเราคงจะดีขึ้น สลัดความยากจนให้พ้นไปเสียที มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตของลูกหลานเรา
จำไว้นะ! "เฉลิมชัย" ย้ำชัดไม่เลื่อนแบน 2 สารพิษเกษตร
จำไว้นะ! "เฉลิมชัย" ย้ำชัดไม่เลื่อนแบน 2 สารพิษเกษตร ชี้พูดวันแรกกับวันนี้ชัดเจนที่สุด เดินหน้านโยบายเกษตรปลอดภัย ขณะที่ "ภาคเอกชน" เชื่อ "สุริยะ" ไม่กลับมติแบน หากกระทรวงเกษตรฯมีแผนรองรับชัดเจน ชี้แบนคลอร์ไพริฟอส ยังมีสารอื่นทดแทน แต่ พาราควอต ยังไม่มีที่ให้ผลวัชพืชตายเฉียบพลัน ร้องกรมวิชาการเกษตร อนุญาตนำเข้าสารไกลโฟรเซตเพิ่ม3หมื่นตัน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย.นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุสาหกรรม เป็นประธานการประชุมในวันนี้อาจจะพิจารณาเลื่อนการแบนสารเคมี พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ขยายจากบังคับใช้ให้เป็นวัตถุอันตรายประเภท 4 ห้ามนำเข้า ผลิต จำหน่าย นำผ่าน มีผลวันที่1 มิ.ย.ไปปลายปีให้มีผลวันที่1 ม.ค.64 ตามข้อเสนอของประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จากสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่จะส่งผลกระทบนำเข้าวัตถุดิบผลิตอาหารคนและสัตว์ นั้น ว่า เพิ่งทราบว่ามีวาระการประชุมเมื่อวานนี้ และตนไม่ได้เป็นกรรมการ แต่ว่ากระทรวงเกษตรฯ มีจุดยืนเป้าหมายชัดเจน ผลิตอาหารปลอดภัย เกษตรปลอดภัย รองรับด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ ในอนาคตทุกคนทั่วโลก ต้องการบริโภคอาหารปลอดภัย
“ สารเคมีทุกตัวมีอันตราย ไม่ใช่3สารเท่านั้น ควรมีมาตราจำกัดการใช้ทั้งหมด ผมยืนยันแนวคิดเดิมตั้งแต่ต้น ขอให้ไปฟังได้พูดไว้ในรัฐสภาชัดเจน ทุกวันนี้ยังเดินหน้านโยบายให้เกษตรกรทำเกษตรปลอดภัย ผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน และการแบนสารไม่ควรเลื่อนไปปลายปี ถ้าผมเป็นกรรมการ แต่มติออกมาอย่างไรต้องปฏิบัติตามนั้น”นายเฉลิมชัย กล่าว
"ภาคเอกชน" เชื่อ "สุริยะ" ไม่กลับมติแบนหากกระทรวงเกษตรฯมีแผนรองรับชัดเจน
นายวีรวุฒิ กตัญญูกุล นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายวันนี้ อาจมีความเป็นไปได้ว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย อาจคงมติเดิมแต่ยืดเวลาการแบนสาร พาราควอตและคลอไพริฟอสออกไปจนถึงสิ้นปี หรืออาจแบนทันทีในเดือนมิถุนายน หากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการรองรับชัดเจนเชื่อว่านายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการจะไม่กลับมติ และเสียงที่สนับสนุน ทั้งฝั่งกระทรวงเกษตรฯ 4 คน กระทรวงสาธารณสุข 4 คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิที่สนับสนุนจะไม่ยอม
ซึ่งในส่วนของสมาคมไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเติมเนื่องจากที่ผ่านมารัฐได้ขยายเวลาในการระบายสินค้า พาราควอตและคลอไพริฟอส ออกมาแล้ว 6 เดือนทำให้สารที่มีในตลาดเหลือน้อย และหากแบนคลอไพริฟอสก็ยังมีสารอื่นทดแทนหลายชนิดแต่ต้นทุนอาจจะเพิ่มขึ้น
ส่วนพาราควอต จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสารใดที่มาทดแทนฉีดแล้วให้ผลทันที ซึ่งชาวไร่นิยมใช้แต่หากใช้ไกลโฟเซตสามารถทดแทนได้ร้อยละ 60-70 และใช้เวลากว่าวัชพืชจะเหี่ยวตาย
ซึ่งไกลโฟเซต ขณะนี้ยังสามารถใช้ได้ โดยรัฐมีมาตรการจำกัดการใช้ แต่ขณะนี้ปริมาณสารดังกล่าวเหลือไม่ถึง 10,000 ตัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้ที่ 50,000 ตัน โดยเดือนที่ผ่านมาผู้นำเข้าสารดังกล่าวกว่า 20 ราย ได้ประชุมร่วมกับกรมวิชาการเกษตรเพื่อขออนุญาตนำเข้า 30,000 ตัน เพื่อรองรับฤดูกาลผลิตใหม่ซึ่งการนำเข้าจะต้องใช้เวลา 2-3 เดือน ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะอนุญาตนำเข้าหรือไม่
ปริมาณสารที่ลดลง ส่งผลให้ ราคาสารไกลโฟเซตมีราคาสูงขึ้น ขณะนี้ราคาปรับขึ้นแกลอนละ 100 บาท จากเดิมแกลอน ละ 320 เป็น 420 บาท ซึ่งหากยังไม่มีการอนุญาตนำเข้าจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรแน่นอน
วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2563
เกษตรฯชูเกษตรทฤษฎีใหม่-เกษตรอินทร์ รับ New normalจากวิกฤตโควิด
เกษตรฯเดินเกมรุก รับ New normal จากวิกฤตโควิด พัฒนาปฏิทินสินค้าเกษตรระดับจังหวัด สร้างความเชื่อมั่น แหล่งอาหารเกษตรของประเทศ
วันที่ 29 เมษายน 2563 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านอาหารของแต่ละจังหวัด เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมปกติ ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร (New normal) ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงอาหารของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงแหล่งอาหาร ทั้งจากสถานการณ์ปิดเมืองและรายได้ที่ลดลงของประชาชน และอาจทวีความ รุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมานายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมาย สศก. พัฒนาระบบสารสนเทศการเกษตรเชิงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการความ มั่นคงด้านอาหาร นาเทคโนโลยี ดิจิทัล ของ Big Data มาใช้ในการพัฒนาระบบการจัดทาปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรราย เดือนระดับจังหวัด (Provincial Crop Calendar) เพื่อเป็นเครื่อง มือสำคัญในการวางแผนพัฒนาการผลิตให้สอดคล้อง กับความต้องการของตลาดที่ปรับเปลี่ยนทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ที่วิกฤต สำหรับข้อมูลปฏิทินฯ จังหวัด จะช่วยให้ทราบถึงผลผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญ ว่าอยู่พื้นที่อำเภอ ใด ตำบลใด พร้อมจะออกสู่ตลาดปริมาณเท่าใด โดย สศก. จะพัฒนาระบบสู่ข้อมูลมีความแม่นยำ และมีการคาดการณ์ ล่วงหน้าทั้งในฤดูการเพาะปลูกปัจจุบัน และคาดการณ์ผลิตในฤดูการเพาะปลูกถัดไปได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งในแง่ของการค้าขายและการกำหนดมาตรฐานสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น มีการเชื่อมโยงข้อมูลความ ต้องการของตลาด เช่น จุดรับชื้อ โรงงาน ตลาดค้าส่งค้าปลีก สหกรณ์การเกษตร Modern Trade จะทาให้เกิดระบบการ กระจายสินค้าเกษตรทั้งภายในจังหวัดและข้ามจังหวัดด้วยต้นทุนโลจิสติกส์ที่ลดลง และส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชนและ ท้องถิ่นได้
นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงข้อมูลเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร ข้อมูลการรับรอง มาตรฐาน GAP เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตร ข้อมูลพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน เกษตรอินทรีย์ และ Zoning by Agri - Map เพื่อสร้างความยั่งยืน ในการผลิตสินค้าเกษตร รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Information Center: AIC) ของจังหวัด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของสินค้า เกษตรให้เพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการตลาดร่วมกัน
เลขาธิการ สศก. กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาระบบสารสนเทศการเกษตรเชิงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการความ มั่นคงด้านอาหาร สู่การจัดทำปฏิทินผลผลิตสินค้าเกษตรรายเดือนระดับจังหวัด ต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ ทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สภาหอการค้าไทย สภา อุตสาหกรรม รวมถึงองค์กรเกษตร เช่น สภาเกษตรกร ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับตาบล อำเภอ และจังหวัด ทั้งนี้ เมื่อ สศก. พัฒนาระบบสมบูรณ์ ทางศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ National Agricultural Big Data Center : NABC) จะเผยแพร่เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ครอบคลุมถึงระดับพื้นที่ในการ บริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศว่าจะสามารถเข้าถึงอาหาร ได้อย่างเพียงพอตลอดเวลา
"ม.สงฆ์ มมร"จัดมอบถุงยังชีพบรรเทาทุกขภัยโควิด-19
วันที่ 27 เมษายน 2563 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร) เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ป้องกันทางสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความทุกข์ยากแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยดำเนินการจัดตั้งศูนย์ประสานภารกิจจัดมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ป้องกัน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ตามพระดำริสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่อาคารธรรมสถาน มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
โดยมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เดินทางมารับสิ่งของยังชีพ 300 ราย ต่างน้อมสำนึกในพระเมตตาของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงห่วงใยประชาชน ในยามที่ยากลำบาก และกล่าวขอบคุณผู้มีจิตอันเป็นกุศล บริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ในการนี้เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชประทานถุงยังชีพและอุปกรณ์อนามัย แก่บุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้มหาวิทยาลัยร่วมกับภาครัฐและเอกชนจะดำเนินการมอบสิ่งของบริจาค ที่บริเวณอาคารธรรมสถาน ในทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.00-17.30 น. เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 เป็นต้นไป หากต้องการร่วมสมทบ "ทุนบรรเทาโควิด-19" สามารถบริจาคได้ทางบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลายา ชื่อบัญชี "มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ทุนบรรเทาโควิด-19" ในส่วนของเครื่องอุปโภคบริโภค และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ นั้น บริจาคได้ที่ อาคารธรรมสถาน มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย โดยติดต่อสอบถามข้อมูลและนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ นายสัมฤทธิ์ เพชรแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดี โทรศัพท์ 081-808-6148
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563
ธรรมกายเอาด้วย! แปลงทุ่งสวรรค์ตะวันใส เป็นแปลงผักเกษตรอินทรีย์สู้ภัยโควิด
วันที่ 28 เม.ย.2563 เพจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ได้โพสต์คลิปและข้อความว่า จากทุ่งสวรรค์ตะวันใส มาเป็นแปลงผักเกษตรอินทรีย์
มาชมกันเลย
วิถีชีวิตพอเพียงในช่วงวิกฤตโควิด พลิกผืนดินทุ่งดอกไม้มาปลูกผักถวายพระทั้งวัด เลี้ยงญาติโยมผู้มาเอาบุญเป็นโรงทาน เมื่อทำด้วยใจที่ใฝ่บุญนำหน้า โอกาสสร้างความดีย่อมมีมาเสมอ
กราบขอบพระคุณพระครูวินัยธรวิเชียร วชิรนาโท ผู้ดูแลโครงการปลูกผักเกษตรอินทรีย์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก
"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...
-
พระปิดตายันต์ยุ่งมหาอุตโม หลวงปู่ทิม อิสริโก จัดสร้างเพื่อหารายได้ สร้างหอฉันอุตตโม ออกแบบโดยช่างเกษม มงคลเจริญ ประกอบด้วย เนื้...
-
หลวงพ่อหอม จันทโชโต วัดซากหมาก อ.บ้านฉาง จ.ระยองถือว่าเป็นอดีตพระเกจิอาจารย์ดังรูปหนึ่ง "พระครูภาวนานุโยค" หรือที่ช...
-
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ รายงานวิจัยเรื่อง “ปรัชญาดุริยางค์แห่งอนาคต: การถอดรหัสพันธุกรรมทางธรรมจากสิริ...













