วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564

โรฮีนจาหลบหนีเข้าเมือง18คน-ติดโควิด7ราย

           


เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564   นายสุชีพ อารีประชาภิรมย์ ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง รายงานกรณี จับกุมคนต่างด้าว (โรฮีนจา) ในชุมชนหลังตลาดใหม่ดอนเมืองหลบหนีเข้าเมือง ดังนี้

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 สำนักงานเขตดอนเมือง ได้รับแจ้งจากประชาชน ในชุมชนประเสริฐเปรมประชา ซึ่งอยู่ด้านหลังตลาดใหม่ดอนเมือง ว่ามีคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง พักอาศัยอยู่ในชุมชน จึงได้ประสานแจ้ง สน.ดอนเมืองเข้าตรวจสอบ/จับกุม พบว่าเป็นชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมือง ทำการจับกุมทั้งหมด 18 คน ส่งต่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทำการกักตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและกองควบคุมโรคได้ตรวจพบมีผลเป็นบวก 7 คน จึงได้ดำเนินการ ฉีดพ่นฆ่าเชื้อ บริเวณที่พักอาศัยและบริเวณใกล้เคียง          

โดยหน่วยควบคุมสัตว์และแมลงนำโรคที่ 2 กองควบคุมโรค สํานักอนามัย ศูนย์บริการสาธารณสุข 60 และกองควบคุมโรค จะดำเนินการ สอบสวนโรคผู้ที่เกี่ยวข้องในวันนี้ (5 ม.ค.64) รายละเอียดจะรายงานให้ทราบต่อไป

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564

"มจร"ป่วน! พระลูกวัดละหารติดโควิดถูกระบุเป็นเจ้าหน้าที่ เจ้าตัวแจงไม่เป็นความจริง



"มจร"ป่วน! พระลูกวัดละหารติดโควิดถูกระบุเป็นเจ้าหน้าที่ เจ้าตัวแจงไม่เป็นความจริง  ด้านเจ้าคณะอำเภอปทุมรัตต์ร้อยเอ็ดตรวจแล้วปลอดภัยดี ขณะที่"อธิการบดี มจร"มุ่งใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการบริหารและการจัดการเรียนการสอน  
 
วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระครูสิริธรรมภาณ เจ้าอาวาสวัดละหาร  ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  ติดเชื้อโควิด-19  เข้ารับการศึกษาที่โรงพยาบาล  ต่อมาทีมแพทย์เข้ามาเก็บตัวอย่างผู้ที่อยู่ในวัดทั้งพระภิกษุสามเณร แม่ชี และญาติโยม กว่า 120 รูป/คน ผลได้แจ้งมาเมื่อบ่ายวันนี้ว่ามีผู้ติดเชื้อเป็นพระจำนวน ๓ รูป โดยศูนย์ปฏิบัตการโควิด-19 จังหวัดนนทบุรี ได้แจ้งไทม์ไลน์ของ ๑ ใน ๓ ของพระที่ติดโควิดนั้นได้เป็นเจ้าหน้าที่่ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  และเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓  ได้เดินทางไปที่ มจร  อ.วังน้อย หลังจากนั้นได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจงานแต่งที่จังหวัดอุดรธานีนั้น

พระมหาสุพัฒน์ นนฺนปญฺโญ ซึ่งเป็นพระลูกวัดละหารที่ติดโควิด และถูกระบุเป็นเจ้าหน้าที่ของ มจร นั้น ได้ชี้แจงว่า อาตมามิใช่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มิเคยเข้าไปทำงานหรือไปที่ มจร เลย ตามข่าวที่ปรากฏจึงมิใช่ความจริง

“..อาตมาเป็นเพียงผู้ประสานของครูสอนศีลธรรมประจำจังหวัดนนทบุรีเท่านั้น มิใช่เจ้าหน้าที่ของ มจร และไม่เคยเข้าไปทำงานที่ มจร …” พระมหาสุพัฒน์กล่าวย้ำ
           
และเจ้าหน้าที่ของสำนักครูสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็ได้โพสต์ยืนยันจากกระแสข่าวว่า พระมหาสุพัฒน์ นนฺนปญฺโญ มิใช่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยแต่อย่างใด

พร้อมกันนี้พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณ​ประสาร) รอง​อธิการบดี​ฝ่าย​วางแผน​และ​พัฒนา​ มหาวิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​กร​ณ​ราช​วิทยาลัย​(มจร)  ได้ยืนยันว่า พระมหาสุพัฒน์ มิได้สนองงานใกล้ชิดกับเจ้าอาวาสวัดละหารที่ติดโควิดก่อนหน้านี้ แต่คาดว่าอาจติดเมื่อไปร่วมงานเจริญพระพุทธมนต์กับเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม  ซึ่งมีเจ้าอาวาสเป็นประธานสงฆ์ ตอนเจ้าอาวาสให้ศีล มิได้ใส่แมส และตัวพระมหาสุพัฒน์ นั่นถัดจากเจ้าอาวาส จึงคาดว่าน่าจะติดจากตรงนี้..
            
เพราะฉะนั้นบุคลากรของ มจร ที่ไปร่วมงานแต่งงานเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม จึงไม่น่าเป็นห่วงอะไรมาก  เพราะเหตุเกิดขึ้นก่อนวันที่ 30 ธันวาคม  จึงให้กำลังใจให้ทุกท่านไม่ต้องวิตกจนเกินไป แต่อาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยงก็ควรไปตรวจให้เรียบร้อยตามมาตรการของภาครัฐ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย..”

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวด้วยว่าส่วนพระครูโพธิวีรคุณ เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด พธ.บ.รุ่น ๔๖   ที่ได้เดินทางไปเจริญพระพุทธมนต์งานแต่งที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อเช้าวันที่ ๒๕  ธันวาคม ๒๕๖๓ 3 ได้จำวัดร่วมกับพระมหาสุพัฒน์ ข่วงประมาณตี ๓ ถึง ๐๖.๐๐น. และต่อมาอีกหลายวันทราบว่าพระมหาสุพัฒน์ติดโควิด-19 เจ้าคณะอำเภอปทุมรัตต์ ได้รับการตรวจโดยละเอียดจากคณะแพทย์โรงพยาบาลปทุมรัตต์เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๔   ผลปรากฎว่าไม่พบการติดเชื้อใดๆ ปกติแข็งแรงทุกอย่าง 

"อธิการบดี มจร"มุ่งใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการบริหารและการจัดการเรียนการสอน



เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา พระราชปริยัติกวี, ศ.ดร. อธิการบดี มจร ได้มอบนโยบายเรื่อง "แนวทางการบริหารงานในสถานการณ์ปัจจุบัน"  แก่ส่วนงานทุกแห่งของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคผ่านทางสื่อออนไลน์ ได้กล่าวว่า “เนื่องจากทางรัฐบาได้มี ๑) ประกาศกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่องมาตรการและการเฝ้าระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)  (ฉบับที่ ๘) ๒) ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๑๖) และ ๓) คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-19) ที่ ๑/๒๕๖๔ เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ พร้อมด้วยบัญชีรายชื่อจังหวัดที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด จำนวน ๒๘ จังหวัด ซึ่ง มจร ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงได้ออกประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19)  (ฉบับที่ ๔) ซึ่งประกาศฉบับนี้มีเนื้อหาเหมือนกับฉบับที่ ๑ - ๒ ที่มีรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เป็นประธานคณะกรรมการศูนย์ควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19)  และมีรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ดูแลงานวิชาการ ในประกาศฉบับที่ ๔ นี้ มี ๑๒ ข้อ ประกอบด้วยเนื้อหา ๒ ส่วน สรุปได้ดังนี้

๑. เรื่องบริหารวิชาการหรือการผลิตบัณฑิต ได้แก่ การเรียนการสอน และการวัดผลประเมินผล โดยจะมีการเรียนการสอนออนไลน์เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ ๔ - ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ /ฝากครูบาอาจารย์คิดรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาในการทำ ให้ทำ PowerPoint Presentation ที่น่าสนใจและน่าเรียน การจัดฉากสิ่งแวดล้อมในการถ่ายทอดออนไลน์ก็ให้น่าเรียน และให้ครูบาอาจารย์ตรวจสอบเช็คการเข้าเรียนออนไลน์ของนิสิต มีโปรแกรมเข้า-ออกชั้นเรียนออนไลน์ มีตารางเชคเชื่อ มีการถ่ายภาพนิสิตที่เข้าเรียน ให้เชคก่อนเข้าเรียนและออกห้องเรียน ฝากผู้บริหาร คณาจารย์ ไปช่วยกันคิด /การวัดผลประเมินผลนิสิต จะมีช่วงเดือน มี.ค. - เม.ย. เป็นการสอบปลายภาค ให้ไปออกแบบการวัดผลประเมินผลออนไลน์ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปออกแบบ /เรื่องนิสิตต่างประเทศ ป.ตรี ยังเข้าประเทศไม่ได้ จะมีรูปแบบการรเรียนการสอน การวัดผลประเมินผลนิสิตต่างประเทศอย่างไร อาจารย์สอนใช้ภาษาต่างประเทศในการสอน เวลาสอบมีคณะกรรมการกลางออกข้อสอบ สอบออนไลน์ ฝากอธิการบดีฝ่ายวิชาการ /เรื่องการจัดทำชุดการสอนออนไลน์ เวลาอาจารย์บรรยายให้เอาวิดีโอบรรยายไปลงใน YouTube, Fecebook, MCU TV  เป็นต้น  เพื่อให้นิสิตสามารถดูย้อนหลังได้

๒. เรื่อง การบริหารงานทั่วไป มีรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ดูแลเรื่องการบริหารงานทั่วไป งานต้องเดินไปตามปกติ ดังนั้น ให้มีการทำงานเหลื่อมเวลา งานใดเป็นงานที่ทำที่สำนักงาน งานใดทำที่วัดหรือบ้านได้ เป็น Work from Home, Work from temple ได้ งานใดสลับกันมาทำ ดังนั้น มอบหมายให้หัวหน้าส่วนงานไปแบ่งงานแบ่งเวลาทำงานของบุคลากรในส่วนงานของตน /ให้มีการติดต่อสื่อสารออนไลน์ /การจัดงานหรือกิจกรรมในช่วงนี้ให้งดไปก่อนตามประกาศของรัฐบาล

๓. เรื่อง การบริการวิชาการและบริการสังคม ให้พวกเรามีส่วนร่วมดูแลเอาใจใส่ญาติโยมให้มีกำลังใจในการประกอบหน้าที่การงานหรือการดำเนินชีวิต เพราะ มจร มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ด้านพระพุทธศาสนา ดังนั้น ให้พวกเราช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้กำลังใจญาติโยมในช่วงสถานการณ์ New Normal  นี้ เพราะเรามีวิทยาเขต วิทยาลัยสงฆ์ และหน่วยวิทยบริการ ที่จะช่วยบริการวิชาการแก่สังคมได้ สิ่งที่ มจร ส่งเสริมก็คือ ๑.ชุมชนวิถีพุทธ ๒.อาชีพ และ ๓ สุขภาพ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ซึ่งเป็นการให้บริการวิชาการแก่สังคม ทำให้สังคมเกิดสันติสุข

ทั้งนี้ กระบวนการการบริหาร การเรียนการสอน จะสื่อสารผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่, กองสื่อสารองค์กร และส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นส่วนงานสนับสนุน


  

"เจ้าคุณประสาร"แนะทางรอดผู้บริหารไทย จาก 2 ขั้วมหาอำนาจโลก แนะจับตา CPTPP


 

"เจ้าคุณประสาร"แนะทางรอดผู้บริหารไทย จาก 2 ขั้วมหาอำนาจโลก แนะจับตา CPTPP เตือนคณะสงฆ์ปรับตัวเหมือนร้านอาหาร เปลี่ยนวิธีเสิร์ฟธรรม

เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2564 พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณ​ประสาร) รอง​อธิการบดี​ฝ่าย​วางแผน​และ​พัฒนา​ มหาวิทยาลัย​มหา​จุฬา​ลง​กร​ณ​ราช​วิทยาลัย​(มจร) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พระเมธีธรรมาจารย์ - เจ้าคุณประสาร เรื่อง "การบริหารกิจการพระพุทธศาสนาในยุคโควิด-19" ความว่า 

ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังประสบกับภาวะวิกฤตอย่างหนักจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เดิมทีคิดว่าปลายปีที่แล้วโลกจะรับมือได้ แต่บัดนี้การระบาดของโควิด-19 ในรอบสองนี้กลับทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้คนในทั่วทุกมุมโลก        

ในต้นปีนี้นอกจากประชาคมโลกที่กำลังยุ่งเหยิงกับไวรัสร้ายแล้ว 20 มกราคม นี้ โจ ใบเดน ว่าที่ประธานาธิบดี จากพรรคเดโมแครต (Democratic Party) จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของประเทศสหรัฐอเมริกา        

การเปลี่ยนแปลงผู้นำ การเปลี่ยนขั้วอำนาจของประเทศยักษ์ใหญ่ย่อมส่งผลต่อทิศทางของประชาคมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในหลายประเทศจึงพยายามที่จะอ่านโจทย์ใหญ่นี้ให้ได้ เพื่อที่จะได้กำหนดท่าทีและทิศทางประเทศของตนที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้       

สำหรับประเทศไทยนั้นจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้ดี เพื่อจะก้าวเดินให้ถูกจังหวะในเวทีใหญ่ คือ ประชาคมโลก แน่นอนวันนี้สหรัฐอเมริกาไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำไปสักกี่คนก็ตามแต่สงครามการค้า เศรษฐกิจและการทูตกับประเทศคู่แข่งที่สำคัญ คือ ประเทศจีน ก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนไป ไม่มีทางเลย จะมีเปลี่ยนบ้างก็เฉพาะวิธีการหรือยุทธศาสตร์เฉพาะเท่านั้น แต่เป้าหมายยังคงที่ คงเดิม  นี่ก็เป็นโจทย์ใหญ่โจทย์แรกของไทยเราว่าจะอยู่กับมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ทั้งสองอย่างไรจึงจะเจ็บตัวน้อยที่สุดและได้ประโยชน์มากที่สุด         

นอกจากนั้นแล้วอย่าลืมว่าผู้ที่จะมาบริหารประเทศสหรัฐอเมริกาในอีกอย่างน้อย 4 ปีข้างหน้านั้นมาจากพรรคเดโมแครต และก็เคยเป็นลูกน้องเก่าของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งที่ผ่านมา โอบามา ได้ทุ่มเทหาเสียงให้กับใบเดน มากที่สุด        

ผลจากการทุ่มเท เสียสละในการเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอนว่า เราสามารถจะอ่านอดีต มองปัจจุบันย่อมเห็นอนาคต นั่นก็หมายถึงการสานต่อนโยบายที่สำคัญๆของบารัค โอบามา มาสู่โจ ใบเดน อย่างไม่ต้องสงสัย           

ในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามานั้นประเทศไทยเรามีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายและตกต่ำสุดด้วยสาเหตุสองประการ คือ รัฐประหาร กับสิทธิมนุษยชน นี่คือสองสาเหตุหลัก และมากระเตื้องขึ้นบ้างในยุคโดนัล ทรัมฟ์ เพราะนโยบายของทรัมฟ์นั้นมุ่งเน้นเรื่องการคลังและภาษี เป็นหลักโดยใส่ใจเรื่องประชาธิปไตยในนานาอารยประเทศน้อยลง       

วันนี้โจ ใบเดน ซึ่งเป็นตัวตาย ตัวแทนของ บารัค โอบามา ได้ขึ้นมาบริหารประเทศ นโยบายและทิศทางของเขาหลายอย่างคงพอมองเห็น  บางเรื่องบางอย่างยังคงไม่เป็นที่เปิดเผย แล้ววันนี้ประเทศเราจะยืนอยู่บนจุดใหน อย่างไร เราจะบอกรับตั้งรุกเข้นไร ในกรณีเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม การดำรงความเป็นผู้นำในกลุ่มอาเซียน เวทีประชาคมอาเซียน และแม้แต่ CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership) เป็นต้น          

นอกจากทิศทางของประเทศที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงผู้นำโลกแล้วภาวะโควิด-19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในเวลานี้รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาอย่างไร จะมีมาตรการเช่นไร จะป้องกัน หรือควบคุม หรือจะทำอย่างไรก็ให้ชัดเจน รัฐบาลควรแก้ปัญหาบนฐานแห่งข้อเท็จจริง เปิดเผยข้อมูลจริงต่อประชาชนในประเทศ ไม่ใช่กล้าๆกลัวๆ คือกลัวจะถูกมองว่าไม่มีฝีมือ ป้องกันไม่ได้ ปล่อยให้มีการแพร่ระบาดอีกรอบได้อย่างไร        

ในส่วนของคณะสงฆ์นั้นแน่นอนว่าย่อมได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นี้มิใช่น้อย กิจสงฆ์ การพระศาสนา หน้าที่ของชาวพุทธล้วนได้รับผลกระทบแทบทั้งสิ้น          

มีวิกฤตย่อมมองเห็นโอกาส เมื่อไวรัส-19 ระบาดหนัก ผู้คนต่างก็ระมัดระวังและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองในหลายเรื่องหลายกรณี เช่น เรื่องการบริโภคของผู้คนในสังคมจากที่เคยทานอาหารในร้านก็เปลี่ยนเป็นสั่งผ่านบริการต่างๆที่กำลังแข่งขันกันอยู่ในเวลานี้ นี่แปลว่าพฤติกรรมของการบริโภคอาหารของผู้คนได้เปลี่ยนไป เจ้าของกิจการร้านอาหารก็ต้องรับมือให้ได้ โดยการรองรับจากนั่งทานในร้านเป็นส่งผ่านบริกรทั้งหลายเพื่อไปถึงยังห้องนอน ร้านอาหาร คนทาน ความต้องการยังคงอยู่แต่วิธีการได้เปลี่ยนไป       

ในส่วนของสื่อก็ได้รับผลกระทบมิใช่น้อยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสื่อตีพิมพ์นั้นนิตยสารหลายฉบับที่มีประวัติอันยาวนานมาบัดนี้ก็ได้ปิดตัวลงไปแล้วหลายฉบับ สำหรับหนังสือพิมพ์รายวันนั้นก็ได้หันมาใช้บริการระบบออนไลน์เป็นหลักเพื่อการดำรงอยู่และการแข่งขันการบริการในสถานการณ์ปัจจุบัน      

วัดและพระสงฆ์ควรจะมองเห็นวิกฤตและโอกาสทั้งสองอย่างนี้แล้วมาปรับตัวร่วมกัน คือ วัดยังคงอยู่ ความต้องการธรรมะยังมี แต่พฤติกรรมการเข้าวัดของพุทธศาสนิกชนได้เปลี่ยนไป และวิธีแสวงหาธรรมะก็ได้ปรับเปลี่ยนไปด้วยเช่นเดียวกัน     

วัดก็เหมือนร้านอาหารที่จะต้องปรับตัวในการให้บริการธรรมะ ไม่ใช่ให้คนมาหาที่โบสถ ศาลาการเปรียญอีกต่อไป ทำอย่างไรธรรมะจึงจะบริการไปให้ถึงยังห้องนอน บ้าน ที่ทำงาน โรงพยาบาล โรงแรม เป็นต้น เหมือนอย่างอาการทางกายที่กำลังให้บริการกันอยู่ในเวลานี้ นี่ก็ชัดว่า วัดยังอยู่ พระสงฆ์ยังมี คนยังต้องการธรรมะ แต่การให้การบริการต้องปรับเปลี่ยนไปด้วย        

ส่วนหลักธรรมคำสอนนั้นทำอย่างไรจะเหมือนสื่อตีพิมพ์คือปรับตัวจากที่เคยเป็นแบบอย่างหนังสือพิมพ์รายวัน มาเป็นสื่อออนไลน์โดยจะต้องเข้าถึงได้ง่าย กระชับ เข้าใจ แก้ปัญหาชีวิตประจําวัน​ได้และที่สำคัญ​จะต้องมีทิศทางที่ชัดเจนในการสื่อสารต่อผู้คนในสังคมด้วย      

วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปกอปรกับภาวะวิกฤตของโควิด-19 ทำให้ทุกองคาพยพต้องปรับตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลง การปรับตัว การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่มียกเว้นใคร ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ ประชาชนและยังหมายรวมถึงการพระศาสนาในทั่วโลกด้วย


ตม.กักตัวโรฮิงญา 14 ชีวิตยังรอผลตรวจโควิด-19



เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2564 ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 2/2564  ถึงกรณีพบชาวโรฮิงญา 14 รายในพื้นที่กรุงเทพฯ ทางตม.กักตัวไว้ที่ ตม.สวนพลู ซึ่งเป็นสถานที่ปิด เขตดอนเมืองได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนแล้วโดยกทม.เข้าไป SWAB ทั้ง 14 คนแล้วรอผลใน 1-2วันนี้ ทั้งนี้เป็นการเข้ามาแบบผิดกฎหมาย ในส่วนของผู้ที่นำเข้ามาจะเป็นหน้าที่ของ ตม.สอบสวน โดยในส่วนของกรุงเทพมหานครจะมีหน้าที่สอบสวนโรคเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2564

โควิดมาชาวโคกหนองนาปกติสุข ชาวกรุงเผชิญหน้ากับความทุกข์



วันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2564 พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้อำนวยการหลักสูตรสันติศึกษา และผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)  เปิดเผยผ่าน เฟซบุ๊ก Hansa Dhammahaso ความว่า  

สถานการณ์โควิด 19 พัดพาให้ชาวกรุงจำนวนมาก ลำบากเรื่องการใช้ชีวิต คิดหนักเรื่องปากท้อง ถึงแม้จะมีเงิน ก็ต้องนำเงินไปหาซื้ออาหารมาเลี้ยงปากท้อง ยิ่งกว่านั้น การใช้ชีวิตต้องวิตกกังวลหวาดกลัวโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะถึงตัวเข้าสักวัน

ในทางกลับกัน ชาวโคกหนองนาซึ่งมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเรือกสวนไร่นากลับมีความสุขสำราญในการใช้ชีวิต มีผลไม้ ข้าว ปลา และพืชผักให้รับประทาน เป็น "ตู้อาหาร" อยู่หลังบ้าน ให้สามารถนำมาหล่อเลี้ยงชีวิตและครัวเรือนอยู่ตลอดเวลา

ความมั่นคงที่แท้จริง และยั่งยืน คือ "ความมั่นคงทางอาหาร" วิถีโคกหนองนาจึงเป็นวิถีแห่งการพอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น จนอาจจะขยายไปถึงการพอแบ่งปันและพอขายส่วนเกินผู้อื่นตามสมควรแก่สถานะ

จึงถือโอกาสนี้เชิญชวนท่านที่พอจะมีที่ดินมรดกหรือที่ซื้อหามาได้ โดยแบ่งพื้นที่บางส่วน อาจจะหนึ่งไร่หรือทั้งหมดที่มี มาทำเกษตรอืนทรีย์ผสมผสาน อาจจะเรียกว่าโคกหนองนาก็ได้ เพื่อประกันความเสี่ยงต่อการดำเนินชีวิตในยุคโควิด

แนวทางนี้ จัดเป็นแนวทางแห่งการพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน ในระสั้นและระยะยาว ต่างจากฐานคิดแบบวัตถุนิยมบริโภคนิยมที่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่น หรือเอาปากทัองไปฝากไว้กับคนอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา #เริ่มลงมือทำทีละนิดดีกว่าคิดจะทำ

ชาวเมียนมาเฮ! "ซูจี"เผยก.พ.นี้ เริ่มฉีดวัคซีนโควิด 15 ล้านคน



วันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2564 นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งประเทศเมียนมา เปิดเผยว่า รัฐบาลเมียนมาได้ลงนามจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคระบาดโควิด-19 จากประเทศอินเดีย พร้อมจะเริ่มฉีดวัคซีนดังกล่าวให้กับชาวเมียนมาโดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเดือนกุมภาพันธ์นี้ 

"เบื้องต้น รัฐบาลเมียนมาสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโรคระบาดโควิด-19 เพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชนราว 15 ล้านคน ทั้งนี้ สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเมียนมา"  นางอองซาน ซูจี ระบุ

วันนี้ 3 มกราคม 2564 พบว่ามีจำนวนผู้ติดโรคระบาดเพิ่มขึ้น 574 ราย ส่งผลให้จำนวนติดเชื้อสะสมเป็น 125,616 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้น 14 ราย รวมเสียชีวิตสะสมที่ 2,711 ราย

อินเดียไฟเขียววัคซีน"แอสตร้า-ภารัตไบโอเทค" 

อินเดียไฟเขียววัคซีน‘แอสตร้า-ภารัตไบโอเทค’โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ระบุว่า วัคซีนนี้ทำให้ชาวอินเดียทุกคนภาคภูมิใจ และวัคซีนทั้งสองตัวที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินล้วนผลิตในอินเดีย          

เลขาธิการ อ.ย.อินเดียอนุมัติวัคซีนโควิด 2 ตัวของแอสตร้าเซนเนก้า/ออกซ์ฟอร์ด และภารัตไบโอเทค ให้ใช้ได้ในกรณีฉุกเฉิน      

Cr.เพจเชียงตุง อยู่ดีกินหวาน 

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564

"ผู้ว่าฯนนทบุรี"สั่งปิด"วัดละหาร" เจ้าอาวาสติดโควิด



วันที่ 2 มกราคม 2564 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนนทบุรี และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งปิดวัดละหาร ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทองเป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 14 มกราคม 2564 และใช้สถานที่ของวัดเป็นสถานที่เฝ้าสังเกตอาการ ความว่า 


ตามที่จังหวัดนนทบุรี ได้มีคําสั่งจังหวัดนนทบุรี รวม 23 ฉบับ ที่สั่งให้ปิดสถานที่บางแห่ง ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ไว้เป็นการชั่วคราว รวมถึงมีการผ่อนปรนคําสั่งสถานที่เป็นการชั่วคราวบางส่วน เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ไปแล้ว แต่จากการสอบสวนโรคพบว่ามีผู้ติดเชื้อพํานักอยู่ภายในวัดละหาร จํานวน 1 ราย และภายในวัดยังมีผู้พักอาศัยอยู่เป็นจํานวนมาก ประกอบกับวัดมีความประสงค์ที่จะร่วมมือกับทางราชการ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ ดังนั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดมิให้กระจายไปในวงกว้าง อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

          

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 34 (1) และ35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อ 7 (1) ของข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 ข้อ 1 และข้อ 2 ของข้อกําหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ประกอบกับประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 8) ฉบับลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนนทบุรี ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2504 จึงมีคําสั่ง ปิดวัดละหาร ตําบลโสนลอย อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ไว้เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 14 มกราคม 2564 โดยให้ใช้วัดเป็นสถานที่สําหรับคุมไว้สังเกตอาการ

          

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจําเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

          

ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

          

นอกจากนี้ ยังออกคำสั่งจังหวัดนนทบุรี เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 1 มกราคม 2564 โดยมีการสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว , สั่งปิดสถานที่จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง , จำกัดเวลาเปิด-ปิด และกิจกรรมในสถานประกอบการบางประเภท , ห้ามชุมนุม ทำกิจกรรม หรือมั่วสุมในสถานที่แออัด , กำหนดมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด-19  ดังนี้


          ให้ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 12 มกราคม 2564 ได้แก่ อาคารคอนโดสีชมพู 7 ชั้น, ตลาดกลางบางใหญ่, อาคารพาณิชย์โดยรอบถนนที่ติดกับอาคารคอนโดสีชมพู 7 ชั้น และตลาดกลางบางใหญ่, ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด, ตลาดเทศบาลเมืองบางบัวทอง


          ปิดจนถึงวันที่ 17 มกราคม 2564 ได้แก่สถานศึกษาทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันกวดวิชา ให้จัดการเรียนการสอนแบบทางไกล รวมถึงให้ปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก


          ปิดจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงได้แก่ สนามชนไก่ กัดปลา สนามซ้อมประกวดแข่งขัน ฝึกซ้อมสัตว์หรือสิ่งของ, โต๊ะสนุ๊ก บิลเลียด, บ่อตกปลา บ่อตกกุ้ง, ตู้เกม, ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต, สวนน้ำ สวนสนุก เครื่องเล่นเด็ก, สนามมวย สนามซ้อมมวย โรงยิม ค่ายมวย, ศูนย์พระเครื่องบูชา สนาพระเครื่องบูชา, อาบ อบ นวด โรงน้ำชา, สถานดูแลรักษาผู้สูงอายุยกเว้นที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ


          จำกัดเวลาเปิด-ปิด และกิจกรรมในสถานประกอบการบางประเภท คือในระหว่างวันที่ 2-17 มกราคม 2564 สถานที่จำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม เช่นร้านอาหาร สถานบริการ เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ ห้ามดื่มหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามเล่นดนตรี ปิดร้าน 22.00 น. ถึง 05.00 น.


          งดจัดการแสดงคอนเสิร์ต การแสดงดนตรีในทุกสถานที่


          งดการรวมคน เว้นแต่การทำกิจกรรมของทางราชการหรือการทำกิจกรรมภายในครอบครัวที่อยู่ในเคหสถาน


          การจัดพิธีกรรมทางศาสนาให้ทำเท่าที่จำเป็น


          ทั้งนี้ การออกคำสั่งและประกาศของจังหวัดทุกฉบับคำนึงถึงการป้องกันโรคควบคู่ไปกับสภาวะทางเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 ม.ค.64 ที่วัดละหาร ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้วัดละหาร ต.โสนลอย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า พระครูสิริธรรมภาณ  เจ้าอาวาสวัดละหาร  ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 หลังจากมีอาการไอ  และเดินทางเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา  ซึ่งหลังจากผลตรวจตรวจเชื้อเจ้าอาวาสวัดละหาร เป็นบวก  ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้นำรถตู้มารับตัวเพื่อเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางบัวทอง ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้นำทีมตรวจคัดกรองเข้าที่วัดเพื่อตรวจพระภิกษุ และสามเณร ที่อยู่ในวัดเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด   


  

"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...