วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เพลง : อุปติสสสูตร ปล่อยวาง...เพื่อสันติภาพโลก


[Verse 1]

ณ เชตวันอันร่มเย็น
เสียงแห่งธรรมยังบรรเลงไม่จางหาย
พระสารีบุตรตรึกตรองภายใน
ชีวิตทั้งหลาย...ล้วนแปรเปลี่ยนไป

ทุกสิ่งเกิดขึ้นแล้วดับลง
ไม่มีผู้ใดอยู่ยั่งยืน
สุขและทุกข์หมุนเวียนคืน
เป็นกฎแห่งธรรม...ไม่เลือกผู้ใด

[Pre-Chorus]

เมื่อเข้าใจความไม่เที่ยงแท้
ใจก็ไม่หวั่นไหวต่อการจากลา
ปล่อยอัตตา...วางความยึดมั่น
ปัญญาจะนำทางชีวิต

[Chorus]

ปล่อยวาง...เพื่อสันติภาพโลก
หยุดความโศกที่เกิดจากการยึดถือ
เมื่อหัวใจเรียนรู้ที่จะให้อภัยคือ
โลกก็เหลือแต่ความเมตตา

ปล่อยวาง...ด้วยปัญญาแห่งธรรม
ไม่ยึดติดคำว่า "ฉัน" และ "ของฉัน"
เมื่อทุกหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกัน
โลกจะมีแต่สันติภาพนิรันดร์

[Verse 2]

แม้พระศาสดาจะเสด็จลับ
ธรรมยังส่องทางไม่เสื่อมคลาย
ผู้เดินตามรอยแห่งปัญญา
ย่อมไม่หวั่นไหวต่อความเปลี่ยนแปลง

เมื่ออหังการเลือนหายไป
มมังการก็สิ้นอำนาจ
มานะที่แบ่งเขาแบ่งเรา
กลับกลายเป็นความเข้าใจ

[Bridge]

สงครามเริ่มจากความยึดติด
สันติเริ่มจากการปล่อยวาง
เมื่อมนุษย์เห็นคุณค่าซึ่งกัน
โลกจะก้าวข้ามทุกกำแพง

ต่างศาสนา...ต่างภาษา
ต่างเชื้อชาติ...ต่างวัฒนธรรม
ล้วนเกิดแก่เจ็บตายเหมือนกัน
จึงควรร่วมสร้างโลกแห่งเมตตา

[Chorus (ซ้ำ)]

ปล่อยวาง...เพื่อสันติภาพโลก
หยุดความโศกที่เกิดจากการยึดถือ
เมื่อหัวใจเรียนรู้ที่จะให้อภัยคือ
โลกก็เหลือแต่ความเมตตา

ปล่อยวาง...ด้วยปัญญาแห่งธรรม
ไม่ยึดติดคำว่า "ฉัน" และ "ของฉัน"
เมื่อทุกหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกัน
โลกจะมีแต่สันติภาพนิรันดร์

[Outro]

ไม่มีสิ่งใดอยู่คงเดิม
แต่ความดีจะคงอยู่เสมอ
ปล่อยวางความหลง...เติมเต็มความรัก
ให้โลกได้พัก...จากความขัดแย้ง

สันติภาพ...เริ่มต้นที่ใจ
ปัญญา...นำไปสู่ความเข้าใจ
เมื่อมนุษย์ปล่อยวางอัตตาภายใน
โลกทั้งใบ...จะกลายเป็นบ้านแห่งสันติ

[คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน: ตามข้อจำกัดของระบบ AI ในปัจจุบัน การสร้างภาพที่มีตัวอักษรภาษาไทยอาจจะยังมีความคลาดเคลื่อนของตัวสะกดหรือรูปสระอยู่บ้าง หวังเป็นพื้นฐานของการศึกษาและจะพัฒนาให้สมบูรณ์ต่อไป] 

๒. อุปติสสสูตร

             [๖๘๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... ณ ที่นั้นแล ท่านพระสารีบุตรเรียก
ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายได้รับคำท่านพระสารีบุตร
แล้ว ฯ
             [๖๘๙] ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ความ
ปริวิตกแห่งใจได้บังเกิดขึ้นแก่เราผู้เร้นอยู่ในที่ลับอย่างนี้ว่า โสกปริเทวทุกขโทมนัส
และอุปายาสพึงบังเกิดขึ้นแก่เรา เพราะความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นแห่งสัตว์หรือ
สังขารใด สัตว์หรือสังขารบางอย่างนั้น ยังมีอยู่ในโลกหรือ เราได้มีความดำริว่า
โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสไม่พึงบังเกิดขึ้นแก่เรา เพราะความแปรปรวน
เป็นอย่างอื่นแห่งสัตว์หรือสังขารใด สัตว์หรือสังขารบางอย่างนั้น ไม่มีอยู่
ในโลกเลย ฯ
             [๖๙๐] เมื่อท่านพระสารีบุตรกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านพระอานนท์ได้กล่าว
กะท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า ดูกรท่านสารีบุตรผู้มีอายุ โสกปริเทวทุกขโทมนัส
และอุปายาสไม่พึงบังเกิดขึ้นแก่ท่าน เพราะความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นแม้แห่ง
พระศาสดาแลหรือ พระสารีบุตรกล่าวว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ โสกปริเทวทุกข
โทมนัสและอุปายาสไม่พึงบังเกิดขึ้นแก่เรา เพราะความแปรปรวนเป็นอย่างอื่น
แม้แห่งพระศาสดาแล อนึ่ง ผมดำริว่า พระผู้มีพระภาคเป็นสัตว์ผู้มีศักดาใหญ่
มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก อันตรธานไปแล้ว ถ้าพระองค์พึงดำรงอยู่ตลอดกาลนาน
ข้อนั้นจักเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อสุขแก่ชนเป็นอันมาก
เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่เทพยดาและมนุษย์
ทั้งหลาย ก็ความจริง ท่านพระสารีบุตรถอนอหังการ มมังการ และมานานุสัย
ได้นานแล้ว เพราะฉะนั้น โสกปริเทวทุกขโทมนัสและอุปายาสทั้งหลาย จึง
ไม่บังเกิดขึ้นแก่ท่านพระสารีบุตร เพราะความแปรปรวนเป็นอย่างอื่นแม้แห่ง
พระศาสดาแล ด้วยประการดังนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๒

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Song: Boundless Light of Peace Inspired by the Anuruddha Sutta

[ Verse 1] From a quiet heart begins the light, Shining gently through the darkest night. Boundless kindness, free from fear, Brings every d...