วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

5ไร่ทำเงินได้1ล้านในเวลา5ปี



เป็นนวัตกรรมที่ผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์ แห่งบ้านสองสลึง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลงจังหวัดระยองได้สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบแก่เกษตรกร โดยมีแนวคิดว่า ในที่ดิน 5 ไร่ หากรู้จักบริหารจัดการและอาศัยความรู้ตามแนวเกษตรกรรมธรรมชาติก็สามารถทำเงินได้ 1 ล้านภายในเวลา 5 ปี เป็น VDO ปรับมาจากเนื้อหาของรายการเกษตร Hotnews ซึ่งออกอากาศทางช่อง 3 ดำเนินรายการโดย บารมี นวนพรัตน์สกุล ขอขอบพระคุณทางรายการมา ณ โอกาสนี้ด้วย

วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

น้ำหมักชีวภาพผักโขมสูตรมหาพอเพียง

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวตระกูลสมพงษ์ สำบายดีพี่น้องชาวลาว หาวคั้นหล่อกั้ว พี่น้องไทดำ แดง ขาว อยู่เวียดนาม อยู่หลีกินหวานพี่น้องไทลือสิบสองปันนาเมืองจีน ใหม่สูงครับพี่น้องไทใหญ่รัฐฉานพม่า พี่ไทคำตี ไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย

มาพบกันอีกครั้งครับสำหรับรายการ"มหาทำกินวิถีพอเพียง" การทำเกษตรอินทรย์หรือพืชออแกนนิคนั้นจะต้องรู้จักการทำน้ำหมักชีวภาพ และปุ๋ยจุลินทรีย์แห้ง ซึ่งก็จะมีอยู่หลายสูตรเหมือนกัน ตามสูตรที่ทางสวนเกษตรดาดฟ้าสำนักงานเขตหลักสี่ที่มีชื่อก็จะมีน้ำหมักสูตรเร่งต้นเร่งใบหรือจุลินทรีย์ตัวแม่ ก็จะมีส่วนผสมคือ

1.กวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า 3 กิโลกรัม 2.กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม

วิธีทำก็คือนำผักมาสับเป็นชิ้นเล็กๆหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ใส่ลงในถัง ใส่กากน้ำตาล คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาใว้ 15 วัน แล้วเติมน้ำ 10 ลิตร ปิดฝาหมักต่ออีก 1 เดือน แล้วรินเอาน้ำหมักเก็บไว้ในขวดปิดฝาให้สนิดเก็บไว้ วิธีใช้ก็คือ น้ำ 10 ลิตรต่อน้ำหมัก 2 ช้อนโต๊ะใช้รดผักทุก 3-5 วัน

และน้ำหมักสูตรเร่งดอกเร่งผลหรือจุลินทร์ตัวพ่อ ก็จะประกอบด้วย กล้วย สับปะรด แคนตาลูป 3 กิโลกรัม และกากน้ำตลาดแล้วทำเหมือนสูตรแรก

แต่เมื่อทำจริงๆก็ต้องมีการดัดแปลงครับ อย่างผักสีเขียวก็ใช้ผักโขมที่เกิดตามธรรมชาติใกล้บ้านริมถนนซอยกันตนา จะเรียกว่าน้ำหมักชีวภาพผักโขมก็คงจะได้ นอกจากนี้ยังได้รับการอนุเคราะห์จากร้านหมูกะทะริเวอร์พลอยข้างบ้านที่จะนำเศษผักที่ใช้ประกอบกับเครื่องเคียงหมูกะทะที่ใช้ไม่ได้ให้ทุกวันก็จะมีผักบุ้งฝักกาด ส่วนกากน้ำตาลก็ใช้น้ำแดงที่ทางร้านซื้อมาไหว้ลูกกรอกแทน ขณะที่หัวเชื้อจุลินทรีย์ก็ไปเอามาจากเทศบาลตำบลบางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพราะที่เทศบาลตำบลบางใหญ่คำนวนแล้วไม่คุ้มกับค่ารถ

เมื่อผมได้ผักที่จะนำมาทำน้ำหมักชีวภาพก็จะมานั่งสับทุกวันครับ การสับก็ต้องอาศัยความชำนาญอยู่บ้างเพราะเคยทำงานอยู่ร้านสะดวกซื้ออยู่พักหนึ่งและต้องระวังไม่เช่นนั้นอาจจะสับมือตัวเองได้ เสร็จแล้วก็ทำตามวิธีดังกล่าวตอนนี้ผมก็ได้น้ำหมักไว้รดผักแล้วครับ ก็คิดว่าจะทำจำหน่ายอยู่เหมือนกันเพราะว่าเริ่มจะเยอะแล้ว ... สวัสดี

ยลปลูกผักลงเรือถั่วฝักยาวไต่เชือก

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวตระกูลสมพงษ์ สำบายดีพี่น้องชาวลาว หาวคั้นหล่อกั้ว พี่น้องไทดำ แดง ขาว อยู่เวียดนาม อยู่หลีกินหวานพี่น้องไทลือสิบสองปันนาเมืองจีน ใหม่สูงครับพี่น้องไทใหญ่รัฐฉานพม่า พี่ไทคำตี ไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย

มาพบกันอีกครั้งครับสำหรับรายการ"มหาทำกินวิถีพอเพียง" ตอนนี้ก็จะมาลงรายละเอียดในแปลงผักที่ผมปลูกผ่านมาประมาณ 2 เดือนกว่าแล้ว   ก็ได้ความคิดครับว่าสิ่งสำคัญในการปลูกพืชผักนั้นอยู่ที่การวางแผนวางแปลนก่อน เพราะว่าเรามีเนื้อที่ในการปลูกน้อย ตอนแรกๆก็ไม่เข้าใจหรอกครับก็ค่อยๆคิดค่อยๆทำไป โดยจะใช้สิ่งของที่มีอยู่มาเป็นอุปกรณ์ในการปลูกให้ได้มากที่สุด จะใช้เงินซื้อในสิ่งที่มีความจำเป็นจริงๆ

อย่างเช่นเรือนี้ครับ ที่ได้รับการอนุเคราะห์จากกระทรวงวัฒนธรรมภายใต้การแนะนำของนายสุรศักดิ์ เตชะทัศน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและเพื่อนๆ  เมื่อน้ำลดแล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปเก็บไว้ที่ไหนครับ ตอนแรกนำมาวางแล้วก็เอาน้ำใส่ ก็เกิดประชามติครับคือเพื่อนบ้านก็งงครับว่ามหาสำราญจะทำอะไรจะเลี้ยงปลาหรือจะปลูกบัวดี

ก็เกิดความคิดที่จะทำเป็นแปลงปลูกผักครับ โดยได้แนวความคิดมาจากหนังสือสวนผักคนเมืองสวนผักดาดฟ้า ตอนสวนครัวกลางน้ำครับที่นำต้นธูปฤาษีมากองทับกันในคลองและสามารถทำเป็นแปลงปลูกผักได้ ผมก็เอาเศษอิฐิจากอิฐิบล็อกที่นำมาก่อป้องกันน้ำท่วมบ้านแต่ไม่ได้ผลนั้นแหละครับมาลองพื้นก่อน แล้วก็นำเคลื้อบานบุรีที่มีคนนำมาทิ้งมาวางแล้วก็เอาดินปุ๋ยชีวภาพมาเททับก็ได้แปลงปลูกผักอีก 1 แปลง ก็คงจะเรียกว่าเป็นผักลงเรือได้นะครับ

ส่วนถั่วฝักยาวไต่เชือกนี้ก็ได้แนวความคิดมาจากน้องชายแฟนที่มาจากต่างจังหวัดมาช่วยปรับปรุงบ้านให้ฝีมือก็อยู่ระดับช่างก่อสร้างหละครับ ว่าสามารถนำเชือกฟางมาผูกให้ถั่วฝักยาวไต่แทนไม้รวกได้ก็อย่างที่เห็นนี่หละครับ ประกอบกับได้ข้อมูลจากหนังสือว่าชาวออสเตรเลียก็ใช้เชือกในโรงเรือนปลูกผักเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นความรู้ใหม่หละครับ นี้ก็ต้องเรียกว่าฝักยาวไต่เชือกได้เช่นเดียวกันครับ


นอกจากนี้ยังได้นำเชืือกที่เก็บมาจากคนทิ้งเพราะน้ำท่วม มาทำตาข่ายให้ผักพันธุ์ไม้เลื้อยได้ไต่ก็อย่างที่เห็นนี้หละครับ ... สวัสดี

น้ำท่วมเปลี่ยนนิสัยใฝ่ใจเกษตรพอเพียง

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวตระกูลสมพงษ์ สำบายดีพี่น้องชาวลาว หาวคั้นหล่อกั้ว พี่น้องไทดำ แดง ขาว อยู่เวียดนาม อยู่หลีกินหวานพี่น้องไทลือสิบสองปันนาเมืองจีน ใหม่สูงครับพี่น้องไทใหญ่รัฐฉานพม่า พี่ไทคำตี ไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย

มาพบกันอีกครั้งครับสำหรับรายการ"มหาทำกินวิถีพอเพียง" สืบเนื่องจากตอนแนะนำรายงานนั้นแหละครับ ปัจจัยหลักที่มาของรายงานนี้ก็คือจากมหาอุทกภัยใหญ่ปี 2554 ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายให้กับคนไทยไม่น้อยไม่เว้นแม้นแต่มหาสำราญ สมพงษ์ ที่บ้านท่วมถึงหน้าอกเหมือนกัน

เงินเยียวยา 5,000 บาทจากรัฐบาลนั้นก็ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบ้านหรอกครับ  ส่วนที่บอกว่าจะชดเชยให้ตามความเป็นจริงแต่ไม่เกิด 3 หมื่นบาทนั้นก็ไม่รู้จะได้เมื่อใด เพราะนี้ก็เข้าเดือนเมษายนแล้วยังไม่มีวี่แวว และที่บอกว่าใบเสร็จค่าใช่จ่ายในการซ่อมบ้านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ก็ต้องรอปีหน้าคือปี 2556 เพราะนำไปยื่นแสดงการเสียภาษีแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่าใช้ไม่ได้เพราะในใบเสร็จระบุเป็นปี 2555 ก็ไม่รู้ว่าตอนยื่นแสดงการเสียภาษีปี 2555 ในปี 2556 นั้นใบเสร็จเหล่านี้ก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว

แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าน้ำท่วมทำให้เปลี่ยนแนวความคิดหรือเปลี่ยนนิสัยให้หันมาสนใจเกี่ยวกับการเกษตรมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรอินทรีย์หรือเกษตรพอเพียง ตอนนี้ก็เริ่มอยากจะทำอย่างจริงๆจังๆแล้ว แต่ก็ต้องหาที่เสียก่อนอย่างน้อยก็ประมาณ 1 ไร่ เพราะในอนาคตคนมากขึ้นที่เพาะปลูกน้อยลง อาหารก็จะหายากและขาดแคลนหากไม่เตรียมความพร้อม คนรุ่นต่อไปคงจะลำบากครับ ก็ต้องขอขอบคุณน้ำท่วมครับที่สามารถเปลียนนิสัยมหาสำราญ สมพงษ์ได้  ... สวัสดี

ดินปุ๋ยชีวภาพสุดฮิตตลาดไม้ดอกไม้ประดับ

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวตระกูลสมพงษ์ สำบายดีพี่น้องชาวลาว หาวคั้นหล่อกั้ว พี่น้องไทดำ แดง ขาว อยู่เวียดนาม อยู่หลีกินหวานพี่น้องไทลือสิบสองปันนาเมืองจีน ใหม่สูงครับพี่น้องไทใหญ่รัฐฉานพม่า พี่ไทคำตี ไทอาหม รัฐอัสสัม อินเดีย

มาพบกันอีกครั้งครับสำหรับรายการ"มหาทำกินวิถีพอเพียง" .... สวัสดี

"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...