วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563

"โควิด - 19"ระบาด! พิสูจน์ผลงาน "เทวัญ" สนองงานคณะสงฆ์เด่นลบภาพขัดแย้ง



"โควิด - 19"ระบาด! พิสูจน์ผลงาน "เทวัญ" สนองงานคณะสงฆ์เด่นลบภาพขัดแย้ง  : ดร.มหาสำราญ สมพงษ์ รายงาน

ภาพการยืนคอยต้อนรับคณะชาวไทย จำนวน 171 ราย ประกอบด้วย พระสงฆ์ 104 รูป แม่ชี 11 คน และผู้ปฏิบัติธรรม 56 คน เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ FD9123 ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ประเทศไทย เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 24 เม.ย.2563 ของนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยการอาการสำรวม เมื่อเห็นภาพพระสงฆ์เดินลงจากบันไดเครื่องบินได้หลับตายกมือขึ้นไหว้ ได้สะท้อนถึงความเคารพนับถืออย่างจริงจัง อันเป็นคุณสมบัติที่ดีของชาวพุทธคนหนึ่ง

นายเทวัญในฐานะประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำหนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่มีหน้าที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา ได้ทำหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนด้วยดีเสมอมา ลดภาพของการกำกับหรือการควบคุมหรือปราบปรามเฉกเช่นในอดีตลง



นายเทวัญตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งและทำหน้าที่จุดนี้ ได้เข้ารายงานตัวต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคมที่ถือว่าเป็นองค์กรสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย พร้อมเสนอนโยบายในการทำหน้าที่ ขณะเดียวกันนายเทวัญยังเข้าถึงพระเถระขั้นผู้ใหญ่ในและนอกมหาเถรสมาคม ดังจะเห็นได้จากการเข้ากราบสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ภาพการร่วมเดินทางไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่จังหวัดสกลนครและจังหวัดต่างๆ กับคณะสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคมและเจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศเสมอ จึงทำให้ภาพการปฎิบัติภารกิจของนายเทวัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ 



นายเทวัญยังได้พยายามลบภาพความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับคณะสงฆ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเงินทอนวัดและความขัดแย้งกับวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี สังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์จะไม่มีการชี้นำไปทางใดทางหนึ่ง แต่จะโยนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 



คราวเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ภาพของการทำหน้าที่ของนายเทวัญปรากฏเด่นชัดขึ้น โดยเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานเงิน 2 ล้านบาท เพื่อต้องการให้นำไปซื้อหน้ากากอนามัย ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อนำไปแจกจ่ายให้พระสงฆ์ในวัดทั่วประเทศ โดยเน้นวัดที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากและรวมถึงนักท่องเที่ยวด้วย 


หลังจากนั้นก็ได้ลงพื้นที่ตามวัดต่างๆ ให้คำแนะนำกับพระสงฆ์ในการปฏิบัติตนป้องกันไวรัสโควิด-19 นำคณะทำความสะอาดวัดต่างๆ และเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ โรงทาน ที่จัดตั้งขึ้นในวัดต่างๆ ตามพระดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อย่างเช่นที่วัดศูนย์วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ศูนย์วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร  



รวมถึงที่ศูนย์วัดระฆังโฆสิตารามซึ่งยกให้เป็นศูนย์ต้นแบบเพราะได้เห็นการบริหารจัดการที่ดี เป็นระบบ และเป็นต้นแบบให้วัดอื่นที่มีการจัดตั้งโรงทานเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากวัดจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธแล้ว ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกชาติ ศาสนา ไม่ใช่เพียงชาวพุทธเท่านั้น




แม้แต่การลงพื้นที่ของนายเทวัญส่วนใหญ่ก็มีส่วนสัมพันธ์กับวัด อย่างเช่นล่าสุดวันที่ 25 เม.ย. ที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร เขตเทศบาลนคร ( ทน.) นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะร่วมกันมอบถุงยังชีพข้าวสารอาหารแห้ง และชุดหน้ากากผ้า ตามโครงการคนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกันร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19ให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จำนวน 125คน บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเทศกิจ ทน. ร่วมกันอำนวยความสะดวก รวมทั้งตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกาย พร้อมปฏิบัติมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมสวมหน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค จากนั้นคณะได้เดินทางไปมอบถุงยังชีพข้าวสารอาหารแห้งฯ ที่วัดหงษาราม ,วัดหนองไผ่ล้อมและวัดท่าตะโก อ.เมือง ฯ เพิ่มเติมแห่งละ 125 คน

นายเทวัญ ยังได้กล่าวถึงการดูแลและตรวจคัดกรองพระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องที่เดินทางกลับจากประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. จำนวน 171 ราย เป็นพระสงฆ์ จำนวน 104 รูป แม่ชี –ญาติธรรม 67ราย ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าพบการติดเชื้อ หรือมีอาการป่วยไข้แต่อย่างใด มาตรการตรวจสอบคัดกรองต่างๆที่สนามบินดอนเมือง เป็นมาตรการเดียวกันกับสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมีประชาชนเดินทางกลับจากต่างประเทศเข้ามา ต้องมีการตรวจคัดกรองตามระเบียบขั้นตอนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อย่างเคร่งครัดเข้าสู่สถานที่กักตัวเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 แต่สำหรับพระสงฆ์ ในพระธรรมวินัย อาจประสบอุปสรรคในการดำเนินการ จึงมีการจัดพื้นที่โรงแรมเป็นสถานที่กักกันเหมาะสมสำหรับพระสงฆ์โดยดำเนินการขออนุญาตมหาเถรสมาคม ให้โรงแรมสามารถเป็นเขตสังฆาวาส หรือเรียกว่าที่พักขอสงฆ์ได้โดยขอความร่วมมือพระสงฆ์ที่มีวัดอยู่ใกล้เคียงโรมแรมที่จัดเป็นสถานที่กักกัน คอยรับประเคนภัตตาหารมาส่งต่อให้พระสงฆ์ที่อยู่ในสถานที่กักกันเป็นระยะเวลา 14 วัน

"ส่วนการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาพระสงฆ์ทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีการปิดวัด งดกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันแออัดสำหรับวัดบางแห่งได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากขาดปัจจัยที่จะนำไปจ่ายค่าน้ำประปาค่าไฟฟ้า รวมทั้งค่าภัตตาหารเนื่องจากไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำลังดำเนินการหาแนวทางช่วยเหลือโดยต้องมีการประชุมหารือกันอีกครั้ง" นายเทวัญ กล่าว

การทำหน้าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำหนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ของนายเทวัญที่ผ่านมาจนถึงการระบาดของไวรัสโควิด-19   ได้สนองงานคณะสงฆ์อย่างเด่นชัด และลบภาพขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับคณะสงฆ์กรณีเงินทอนวัดและวัดพระธรรมกายลงได้  

โควิด-19มา! พิสูจน์ 7 ปี ร.ร.ชาวนา"เจ้าคุณ ว." คือทางรอด



เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2563  เพจพระเมธีวชิโรดม - ว.วชิรเมธี ได้โพสต์ข้อความว่า นาทีนี้ "ความมั่นคงทางอาหารสำคัญที่สุด"  7 ปี ที่ผ่านมา "มหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์" (โรงเรียนชาวนา) สถาบันการศึกษาทางเลือกภายใต้ การดูแลของ "มูลนิธิพุทธเศรษฐศาสตร์" มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้เข้มแข็งจากฐานรากตามแนวทาง "อยู่รอด อยู่ได้ อยู่ดี" 

โดยมี "คาถาหัวใจเศรษฐีของพระพุทธเจ้า"  ที่ว่า 1.ขยันหา 7.รักษาดี 3.มีกัลยาณมิตร 4.ใช้ชีวิตพอเพียง มาเป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน

เมื่อวิกฤติโควิด-19  มาเยือน ผู้ที่เดินอยู่บนหนทางแห่ง การพึ่งตนเองโดยมีความมั่นคงทางอาหารเป็นจุดแข็ง จึงเป็นกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบไม่มากนัก
สามารถหยัดยืนเป็นหลักให้แก่ตัวเอง และแก่สังคมได้อย่าง มั่นคงดั่งคำกล่าว "ตนเป็นที่พึ่งของตน จากนั้นจงให้คนเขาได้พึ่ง" 

(ติดต่อมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ได้ที่ 093-2904799)


วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2563

"อ.ยักษ์"ประกาศต้าน CPTPP เข้า ครม. 28 เม.ย.นี้



"อ.ยักษ์"ประกาศต้าน CPTPP เข้า ครม. 28 เม.ย.นี้ หวั่นเอื้อประโยชน์บรรษัท ทำความความมั่นคงทางอาหาร

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2563 เพจBIOTHAI โพสต์ข้อความว่า กระแสคัดค้านลาม ! อาจารย์ยักษ์ หรือ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค Wiwat Salyakamthorn เมื่อเช้าตรู่วันนี้ (26/4/2563) ว่า " กสิกรรมธรรมชาติทั่วประเทศร่วมคัดค้าน" พร้อมแชร์ โปสเตอร์ซึ่งเผยแพร่โดยไบโอไทย มีข้อความว่า

"เก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อ ไม่ใช่อาชญากรรม หยุด UPOV1991"

" คัดค้านการเข้าร่วม CPTPP เพื่อประโยชน์บรรษัท ทำลายความมั่นคงทางอาหาร"

ไบโอไทยได้ตรวจสอบเรื่องนี้กับนายธีระ วงษ์เจริญ อดีตที่ปรึกษารมช.เกษตรและสหกรณ์ ประธานเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ ได้รับคำยืนยันว่ามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติทั่วประเทศ จะร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ นายแพทย์มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวอย่างรุนแรงว่า การเข้าร่วม CPTPP จะสร้างผลเสียหายร้ายแรงทั้งด้านความมั่นคงด้านอาหารและเรื่องยา ผ่านเฟซบุ๊คไลฟ์เมื่อวานนี้

นายธีระ ยังกล่าวด้วยว่าตนเองในฐานะประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี จะประสานกับนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติให้ออกมาแสดงจุดยืนเรื่องนี้โดยเร่งด่วนด้วย ทั้งนี้เนื่องจากจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ประเทศไทยเข้าร่วม CPTPP ตามข้อเสนอของทีมเศรษฐกิจที่นำโดย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯในวันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 นี้

ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด-19! "บิ๊กตู่"จะยึดแนวทาง 20 เศรษฐี หรือ"สุวิทย์"ที่ชูแนวพอเพียง



ฟื้นฟูประเทศหลังโควิด-19! "บิ๊กตู่"จะยึดแนวทาง 20 เศรษฐี หรือ"สุวิทย์"ที่ชูแนวพอเพียง 
 : ดร.มหาสำราญ สมพงษ์ รายงาน

ช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังร่่างจดหมายเปิดผนึกที่จะเชิญมหาเศรษฐีไทยจำนวน 20 คนเพื่อมาร่วมมือกันฝ่าวิกฤติโควิด-19อยู่นั้น ช่วงเย็นของวัน 18 เม.ย.2563  นายสุวิทย์ เมษินทรีย์  รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee" โดยตั้งหัวข้อเรื่องว่า "แนวทางการปรับตัวภายใต้ภาวะวิกฤตโควิด-19 โดยระบุว่า 

จากที่เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางคณะทำงานของผมได้นำรายงาน 2 ชิ้นของทาง McKinsey & Company มาถอดบทเรียนการรับมือกับโควิด-19 สรุปเรียบเรียงเป็นภาษาไทยไว้ ล่าสุดได้เพิ่มบทความอีก 1 ชิ้น “How to Restart National Economies during the Coronavirus Crisis"  โดย McKinsey & Company (เดือนเมษายน 2563) ประกอบกับบทวิเคราะห์ของคณะทำงานของผมร่วมเข้าไปด้วยในชื่อ "ปรับเปลี่ยนเพื่ออยู่รอดในยุคโควิด-19" 

เนื้อหาครอบคลุมมาตรการสำคัญที่แต่ละประเทศใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เครื่องมือในการช่วยประเมินและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตามสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาเดินเครื่องเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง ตลอดจนนัยสำคัญที่ประเทศไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้

สำหรับผู้ที่สนใจตามไฟล์นี้  https://drive.google.com/file/d/1o-0Nuw-z7zGba7TrFOCLV8LVvbVbfkob/view?fbclid=IwAR0p8MLYagrq_CFTAkTO_1HCqQQq4zRBDD-D7TpG1nT9mg_1fWpFhmCdLBI 

อย่างไรก็ตามตอนท้ายนี้ของรายงานได้สรุปว่า  

ซึ่งก็สอดรับกับความเห็นของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุม สุดยอดอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าด้วยการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยได้เสนอแนวคิดข้อที่ 4. เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2563 ที่ระบุว่า  "เสนอให้อาเซียนถอดบทเรียนและประสบการณ์จากการต่อสู้กับโควิด-19 เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับ ความท้าทายต่างๆ ที่อาจคุกคามชีวิตของประชาชนในอนาคต โดยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ และจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและการพึ่งพาตนเองของภูมิภาคในระยะยาวให้มากขึ้น"   https://www.banmuang.co.th/news/politic/188185 

และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่  27 มี.ค.2563 ที่ประชุมร่วมคณะกรรมการเพื่อกำหนดมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เสนอว่า "ถือโอกาสใช้วิกฤตนี้สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น ในรูปแบบ "เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวทางพระราชดำริในรัชกาลที่ 9 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ" https://www.banmuang.co.th/news/politic/185643 

และตอน 2 ทุ่มกว่าของวันที่ 25 เม.ย.2563 เพจ ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee ก็ได้โพสต์ข้อความย้ำอีกครั้งว่า 

ความพอเพียงยังคงเป็นคำตอบ ในโลกหลังวิกฤตโควิด-19

จากที่ผมได้นำเสนอเรื่อง 7 รอยปริปั่นป่วนโลก 7 ตราบาปหลังโควิด 7 ขยับเปลี่ยนเปลี่ยนโลก ไปแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่าพวกเรากำลังดำรงชีวิตอยู่ใน "โลกที่ไร้สมดุล" ความไร้สมดุลในสภาวะที่พวกเราต้องอิงอาศัยกันมากขึ้นเป็นปฐมบทของความไร้เสถียรภาพ ความไม่มั่นคงปลอดภัย และความขัดแย้งที่รุนแรง ที่สะท้อนผ่านความเสี่ยงและภัยคุกคาม จนกระทั่งก่อเกิดเป็นวิกฤตโลกในที่สุด

วันนี้ผมขอนำบทความใหม่ล่าสุดที่ผมได้เขียนขึ้นมาแชร์ให้กับทุกท่านถึงคำตอบสำหรับโลกหลังโควิด-19

มีผู้รู้กล่าวไว้ว่า "You can’t stop the waves but you can learn to surf." เราหยุดคลื่นไม่ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้การโต้คลื่นได้ ดังนั้นพวกเราต้องคืนความสมดุลให้กับโลกธรรมชาติ ปรับสมดุลในปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ เราจะต้องเตรียมความพร้อม มีภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทัน ใช้ปัญญา มีเหตุผล รู้จักความพอดี ความพอประมาณ ความลงตัวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่อยู่ใน "ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง"  ที่ในหลวงล้นเกล้ารัชกาลที่ 9 ของเราทรงคิดค้นขึ้นมากว่าสามทศวรรษแล้ว

ที่สำคัญในโลกหลังโควิด-19 การกระทำของบุคคลหนึ่ง จะส่งผลกระทบได้ทั้งทางบวกและทางลบต่อผู้อื่นไม่มากก็น้อย จนอาจกล่าวได้ว่า "จากนี้ไป ผู้คนในโลก สุขก็จะสุขด้วยกัน ทุกข์ก็จะทุกข์ด้วยกัน"  ครับ

สามารถ Download "โลกเปลี่ยน คนปรับ: ความพอเพียงในโลกหลังโควิด" ได้จากลิ้งค์นี้ครับ https://drive.google.com/file/d/162o8RwMMMuRqtB4y3lWgDfzA5uyaRgYf/view?fbclid=IwAR0yV49VYZ3DR-7Sna6CblZJYysyaSL1Ity0un2bwchrBMP9opJKLSUUrZ8

มาถึงจุดนี้แล้วดูเหมือนว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จะตั้งหน้าตั้งตาฟังความเห็นจาก 20 มหาเศรษฐีถึงแนวทางในการฟื้นฟูประเทศหลังจากสามารถควบคุมไวรัสโควิด-19 ได้ จนทำให้นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ออกมาแสดงความเห็นว่า   จริงอยู่กลุ่มคนเหล่านี้มีบทบาทและอิทธิพลทางเศรษฐกิจในประเทศ แต่รัฐบาลจะหวังพึ่งเพียงคนกลุ่มนี้ไม่ได้จะต้องฟังเสียงทุกกลุ่มอย่างรอบด้าน ทั้งจากประชาชนและภาคประชาสังคม การนำแนวทางของกลุ่มมหาเศรษฐีมาปฏิบัติ ก็จะต้องทำอย่างโปร่งใส 

"ก่อนหน้านี้เมื่อมีการแถลงของนายกฯ เรื่องการที่จะให้บรรดากลุ่มทุนเศรษฐีได้ร่วมแสดงความเห็น จนกระทั่งมีจดหมายออกมาชัดเจน ทุกคนมีคำถามเรื่องดีลต่างๆ เพราะเรื่องของทุนกับการเมืองเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก กระบวนการทำงานหลังจากนี้ต้องตรวจสอบได้ เปิดเผยให้สังคมได้เห็นคือมีธรรมาภิบาลทางการเมือง จะต้องชี้แจงข้อวิจารณ์เรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทนให้ได้ และจะไปฝากความหวังไว้กับกลุ่มทุนเหล่านี้ไม่ได้ กลุ่มทุนเหล่านี้เขาก็เป็นผู้สนับสนุนได้ แต่จะมาให้เขาเป็นตัวกำหนดนโยบายเลยคงไม่ได้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้จะมีรัฐบาลไว้ทำไม" นายยุทธพร ระบุ

ดังนั้นแนวทางการฟื้นฟูประเทศหลังจากประเทศไทยสามารถควบคุมไวรัสโควิด-19 ได้ คงต้องรอความชัดเจนจากพล.อ.ประยุทธ์ว่าจะยึดแนวความคิดของ 20 มหาเศรษฐี หรือแนวความคิดของ ดร. สุวิทย์ ที่ตัวพล.อ.ประยุทธ์และนายสมคิดก็ได้ประกาศแล้วจะสนับสนุนแนวทางนี้ หรือจะมีการบูรณาการอย่างไร
          


มูลนิธิธรรมกายถวาย อุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 แด่สมเด็จพระสังฆราชกัมพูชา



วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ.2563 พระวิเทศธรรมาภรณ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย พระครูสถิตธรรมานุวัตร เจ้าอาวาสวัดทับไทร ที่ปรึกษาสมเด็จพระสังฆราชกัมพูชา นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี คุณรองรักษ์ บุญศิริ คุณลลิตา สิริพัชรนันท์ ที่ปรึกษา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงวัฒนธรรม) พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย 

ได้น้อมถวายอุปกรณ์ป้องกันไวรัสประกอบด้วย Face shield 500 ชิ้น หน้ากากอนามัย 1,500 ชิ้น สเปรย์แอลกอฮอล์ 200 ขวด แอลกอฮอล์ขนาด1000 ml 200 แกลอน แอลกอฮอล์ขนาด 20 ลิตร 5 ถัง แท่นจ่ายเจลแบบเหยียบ 5 แท่น ซุ้มพ่นฆ่าเชื้อ 1 ซุ้ม ถังพ่นแอลกอฮอล์ไฟฟ้า 2 ชุด โดยได้รับความเมตตาจากพระธรรมโกศาจารย์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช และเจ้าคณะจังหวัดไพลิน เป็นผู้แทนเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาในการรับถวาย  

ทั้งนี้การมอบถวายอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการถวายความดูแลคณะสงฆ์กัมพูชา และเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยของคณะสงฆ์ไทยที่มีต่อคณะสงฆ์กัมพูชามาโดยตลอด ผู้สนใจร่วมบริจาคสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์อำนวยการคณะทำงานป้องกัน COVID-19 วัดพระธรรมกาย โทร.096-168-4355 Line ID: anti-co19 หรือบริจาคออนไลน์ได้ที่ https://donate.dkcmain.org

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2563

"สมชัย"ยกตัวเลขส่งออกแมสก์เดือนมีนาจับผิดข้ออ้างล็อกหน้ากากมีสิทธิบัตร



          
วันพุธที่ 25 เมษายน  2563 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กชื่อ Somchai Srisutthiyakorn ระบุว่า...ตัวเลขการส่งออกหน้ากากอนามัยเดือน มีนาคม 2563 บอกอะไรเรา
          
เป็นตัวเลขที่น่าชื่นชมว่า เรามีการส่งออกหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เพียง 10 กิโลกรัม ลดจากเดิมที่ส่งออกถึง 22 ตัน หรือลดลง 2,200 เท่า ในขณะที่หน้ากากอนามัยประเภทอื่น ส่งออก 88 ตัน ลดลงจากเดิมที่เคยส่งออกในเดือน ก.พ. 195 ตัน หรือ ลดลงประมาณ 2.2 เท่า
          
แปลว่า การผลิตหน้ากากอนามัยของโรงงานต่างๆ เป็นการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศมากกว่าการส่งออกแล้ว
          
จึงไม่น่าแปลกใจที่อยู่ดีๆ รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งมาบอกต่อประชาชนว่า กำลังผลิตเพิ่ม จาก 1.2 ล้านชิ่นต่อวัน เป็น 2.3 ล้านชิ้นต่อวัน ที่แท้คือไปลดการส่งออกนั่นเอง
          
ตัวเลขส่งออกที่ลดลงมากดังกล่าว เป็นการชี้ถึงประโยคที่ว่า "โรงงานได้รับการส่งเสริม BOI หน้ากากมีสิทธิบัตร เป็นหน้ากากแบบที่ไทยไม่ใช้ ต้องส่งออกอย่างเดียว" กลายเป็นคำพูดไม่จริง เพราะ ตัวเลขเดือนมีนาคมนั้นเป็นสิ่งยืนยัน

ในขณะที่ตัวเลขเดือน กุมภาพันธ์ ที่มียอดส่งออกหน้ากากทางการแพทย์เดือนเดียวสูงที่สุดถึง 22 ตัน และ หน้ากากอื่นๆสูงที่สุดเดือนเดียว ถึง 195 ตัน ทั้งๆที่ กระทรวงพาณิชย์มีประกาศห้ามส่งออกเกิน 500 ชิ้นตั้งแต่วันที่ 4 ก.พ.2563 มีผลบังคับวันที่ 5 ก.พ. 2563 ยังเป็นปริศนาที่ต้องคลี่คลาย ว่า 217 ตัน (22+195) นั้นเป็นการระดมส่งออกในวันที่ 1-4 ก.พ. ก่อนหน้ามีประกาศหรือไม่ หรือเป็นการส่งออกภายหลังวันที่ 4 ก.พ. โดยการอนุญาตของอธิบดีกรมการค้าภายใน ด้วยเหตุผลใด มีความเหมาะสมมากน้อยเพียงไร  ช่วงนี้ข้อมูลต่างๆที่ขอจากส่วนราชการยังติดโควิด-19 กันเลยยังรวบรวมไม่เสร็จ คงต้องรอเปิดสภาและให้ กมธ.ชุดท่านเสรีพิศุทธ์ เดินหน้าต่อได้
          
ช่วงนั้นคงมีข้อเท็จจริงที่มาวิเคราะห์และเล่าให้ฟังครับ

"จุรินทร์ นำ กรมการค้าภายใน ลุย "พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน"



"จุรินทร์  นำ กรมการค้าภายใน ลุย "พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน"  ล็อต 2 สร้างประวัติศาสตร์ 3,025 รายการลดสูงสุด 68%  ช่วยลดค่าครองชีพประชาชนกว่า 1,000 ล้าน 

วันพุธที่ 25 เมษายน  2563  เวลา 10.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์จัดเปิดโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ล็อต 2 สร้างประวัติศาสตร์การลดราคากว่า 3,025 รายการ  มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท  ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและประชาชนติดตามจำนวนมาก 



นายจุรินทร์ กล่าวว่า  วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชนช่วยกันลดภาระค่าของชีพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศภายใต้ภารกิจร่วมกันที่ต้องการลดราคาสินค้าให้กับผู้บริโภคชาวไทยโดยได้ดำเนินการมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมาภายใต้โครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ล็อต1 ตอนนั้นสินค้าที่เข้าร่วมลดราคากับกระทรวงพาณิชย์จำนวนหกกลุ่มสินค้าด้วยกันประกอบด้วย 

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
กลุ่มอาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง
กลุ่มซอสปรุงรส
กลุ่มของใช้ประจำวัน
กลุ่มผลิตภัณฑ์ชำระร่างกาย
และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้าง

มีสินค้าเข้าร่วมลดราคา 72 รายการลดสูงสุดถึงร้อยละ 58 

ส่วนครั้งนี้คือโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนล็อต2 ซึ่งยังคงสินค้า6กลุ่มเช่นเดิม เราพิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่าเป็นกลุ่มสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพของประชาชน แต่ล็อตที่ 2 วันนี้มีรายการสินค้าที่เข้าร่วมมากกว่าล็อตที่หนึ่งหลายเท่าตัวจากล็อตที่หนึ่ง  72 รายการแต่ล็อตที่สองนี้รวมกันถึง 3,025 รายการโดยลดสูงสุดถึงร้อยละ 68 มีผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเข้าร่วมโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนล็อตสองรวมกันถึง 51 องค์กรเป็นข้าวสารถุง 18 บริษัท สินค้าอุปโภคบริโภค 20 บริษัทและห้างสรรพสินค้าต่างๆ 13 ห้างทั่วประเทศ

ลดสูงสุดถึงร้อยละ 68 และระยะเวลาเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคือ วันที่ 25 เมษายนถึงวันที่ 30 มิถุนายนเป็นอย่างน้อยโดยจะลดราคาในห้างค้าส่งค้าปลีก 13 ห้างและสาขาทั่วประเทศของห้างที่เข้าร่วม
ประกอบด้วย

1.ห้างบิ๊กซี
2.ห้างเอก-ชัย
3.สยามแม็คโคร
4.ห้างฟู้ดแลนด์
5.ซี เจ เอ็กซ์เพรส
6.สหลอว์สัน
7.ซีพี ออลล์
8.เดอะมอลล์
9.Maxvalue
10.Tops
11.Gourmet Market
12.Home Fresh Mart
13.Family Mart 

โดยผู้ประกอบการหรือแบรนด์ยี่ห้อสินค้าที่เข้าร่วมทั้งหมดประกอบด้วยตราสินค้า สำหรับข้าวมี 18 ยี่ห้อ

1) ข้าวตราฉัตร
2) ข้าวตรามาบุญครอง
3) ข้าวตราแสนดี
4) ข้าวตราพนมรุ้ง
5) ข้าวตราปิ่นเงิน
6) ข้าวตราหงษ์ทอง
7) ข้าวตราเบญจรงค์
8) ข้าวตราบัวชมพู
9) ข้าวตราพันธุ์ดี
10) ข้าวตราดอกบัว ตงฮั้ว
11) ข้าวตราซันลี
12) ข้าวตราธรรม
13) ข้าวตราไก่แจ้
14) ข้าวตราเอโร่
15) ข้าวตรา Tesco
16)ข้าวตรา Big C
17) ข้าวตราท็อปส์/มายช้อยส์
18) ข้าวตรา Home Fresh Mart

ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นประกอบด้วยตราบรีส คอมฟอร์ท ซันไลต์ เซลล็อกซ์ นกแก้ว เบบี้มายด์ คอลเกต โพรเทค แคร์ ซื่อสัตย์ โคโดโมะ เปา เด็กสมบูรณ์ ซีเล็ค ซูเปอร์ ซีเชฟ มาม่า ซีพี โฟร์โมสต์ ดัชมิลล์ ไวตามิ้ลค์ เมจิ เนสท์เล่ คาร์เนชั่น บิโอเร แอทแทค แฟซ่า ไฟน์ไลน์ สมาร์ท ดีนี่ โก๋แก่ และอิมพีเรียล

ซึ่งสินค้ารายยี่ห้อทั้งหมดในหมวดข้าวถุงและในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีจำหน่ายในห้าง 13 ห้าง

"ขอขอบคุณพระเอกชนที่ได้เข้าร่วมรายการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนล็อตที่สองในวันนี้ซึ่งกรมการค้าภายในได้ทำการประเมินว่าสำหรับพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนทั้งรอบหนึ่งและรอบสองที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ คาดว่าจะช่วยลดค่าของชีพของประชาชนได้ไม่ต่ำกว่า 1000 ล้านบาทด้วยกันขอขอบคุณทุกองค์กรและทุกบริษัทที่เข้าร่วมกับโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชนล็อตที่สอง" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...