วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"มจร"ปิดโครงการปฎิบัติธรรม ป้องกันระบาดไวรัสโควิด



เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชปริยัติกวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีคำสั่งปิดโครงการปฏิบัติธรรมประจำปีของนิสิตแล้ว สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 



ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2563 ระหว่างวันที่ 16 – 27 ธันวาคม 2563  ในปีการศึกษา 2563 นี้มหาวิทยาลัยฯได้กำหนดให้ทุกวิทยาเขต วิทยาลัย โครงการขยายห้องเรียนฯ และหน่วยวิทยบริการ จัดโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ตามสถานที่ที่วิทยาเขต วิทยาลัย โครงการขยายห้องเรียน หน่วยวิทยบริการนั้น ๆ โดยมีจำนวนนิสิตทั่วประเทศที่เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน จำนวนทั้งสิ้น 12,413 รูป/คน 

สำหรับส่วนกลาง กำหนดให้นิสิตระดับปริญญาตรี ทุกคณะ ทุกชั้นปี เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีนิสิตที่ยื่นคำร้องขอปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,085 รูป/คน 

1. นิสิตคณะพุทธศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 150 รูป เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ สวนเวฬุวัน ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 

2. คณะครุศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 179 รูป เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

3. คณะมนุษศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 258 รูป เข้าภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

4. คณะสังคมศาสตร์ (บรรพชิต) จำนวน 303 รูป เข้าฝึกภาคปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมมหาจุฬาอาศรม ตำบลพญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

5. คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ (บรรพชิต) จำนวน 34 รูป เข้าฝึกปฏิบัติวิปัสสนา

กัมมัฏฐาน ณ วัดพุน้อย ตำบลชอนม่วง อำมอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี

6. คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชานิติศาสตร์ (ภาคบัณฑิต) จำนวน 75 รูป/คน ณ มจร วิทยาเขตนครสวรรค์ ตำบลนครสรรค์ออก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

7. นิสิตคฤหัสถ์ จากคณะพุทธศาสตร์ คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะสังคมศาสตร์ จำนวน196 คน ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

การดำเนินโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ครั้งนี้ ได้กำหนดให้นิสิตทุกคณะเข้าฝึกภาคปฏิบัติตามตาราง ดังนี้ ภาคเช้า เวลา 04.00 – 12.00 น. ทำวัตรเช้า ปฏิบัติ และฉันภัตตาหารเช้า –เพล/รับประทานอาหารเช้า-กลางวัน

ภาคบ่าย เวลา 13.00 – 17.00 น. แยกกลุ่มปฏิบัติ  สอบอารมณ์กัมมัฏฐาน

ภาคเย็น เวลา 18.00 – 21.00 น. ทำวัตรเย็น/ปฏิบัติ/ฟังบรรยาย จากพระวิปัสสนาจารย์


 

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563

วัดพระธรรมกายชวนสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์แบบ New Normal



วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร กล่าวว่า จากสถานการณ์ติดเชื้อรอบใหม่ของโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาครรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง วัดพระธรรมกายจึงจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีแบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนได้สร้างบุญเสริมสิริมงคลรับศักราชใหม่ 2564 แบบ New Normal ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาด โดยสามารถร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เริ่มเวลา 21.30 น. เป็นต้นไป ทาง www.gbnus.com  , www.dmc.tv สอบถามรายละเอียดโทร.02-831-1000

“ขอเจริญพรถึงพี่น้องประชาชนที่เดินมาทำบุญและปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ด้วยการวัดอุณหภูมิและลงทะเบียนก่อนเข้าร่วมพิธี สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาระหว่างร่วมกิจกรรม ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์70เปอร์เซ็นต์ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล 2 เมตร โดยทางวัดมีทีมแพทย์พยาบาลและอาสาสมัครจิตศรัทธาคอยดูแลสุขภาพท่านตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับผู้อาศัยในจังหวัดสมุทรสาครและใกล้เคียงสามารถร่วมกิจกรรมสวดมนต์ ฟังธรรม นั่งสมาธิออนไลน์กับทางวัดได้” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว

เจ้าคุณประสารมอง! การเลือกตั้งนายก อบจ.กับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา



วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2563 เฟซบุ๊กพระเมธีธรรมาจารย์ - เจ้าคุณประสาร ได้โพสต์ข้อความว่า  

การเลือกตั้งนายกอบจ.กับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา         

ประเทศไทยว่างเว้นจากการเลือกตั้งท้องถิ่นมานานกว่าทศวรรษแล้ว คณะทหารได้เข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและอ้างเหตุความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศล๊อคดาวน์ประชาธิปไตย แช่แข็งประชามติของประชาชนไว้เป็นเวลานาน       

20 ธันวาคม 2563 รัฐบาลได้เปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้นทั่วประเทศนัยว่าเป็นการโยนหินถามทางนั่นคือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ)และสมาชิกสภาจังหวัด (ส.อบจ.) แต่ยังไม่ยอมเปิดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเทศบาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)และเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา (สุขาภิบาล กฎหมายปี2542 ให้ยกขึ้นเป็นเทศบาลแล้วทั่วประเทศ) ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ต่างมีสุขเพราะไม่ต้องอยู่ในวาระคราวละ 4 ปีตามกฎหมายกำหนด แต่ให้เป็นเป็นไปตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.)บางคนบางตำแหน่งหัวหน้าคสช.แต่งตั้งขึ้นมาเองโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งของประชาชน เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา เป็นต้น               

การปกครองท้องถิ่น (Local Government)นั้นเกิดจากแนวคิดของรัฐบาลประชาธิปไตยที่มุ่งหวังให้ชุมชนเข้มแข็ง มีตัวแทนเป็นของตัวเอง มีงบประมาณเฉพาะชุมชน เพื่อพัฒนาท้องถิ่นนั้นๆ          

การปกครองในรูปแบบนี้ก็เพราะต้องการจำลองภาพใหญ่ของประเทศคือรัฐบาลกลางที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนลงมาสู่ท้องถิ่นในระดับจังหวัด อำเภอและตำบล เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆได้ดูแลปกครองกันเอง ภาษีก็คืนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาท้องถิ่น และที่สำคัญคือสังคมจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อพัฒนาและประคับประครองระบอบประชาธิปไตยให้เจริญงอกงามโดยฐานเแรกนั้นให้ทุกคนได้รู้จักฟังเสียงของประชาชนเสียก่อน            

การแต่งตั้งผู้นำท้องถิ่นจากปลายปากกาของคนๆเดียวจึงไม่ต้องตามเจตนารมย์ของกฎหมายและเจตจำนงค์ของประชาชนทั้งประเทศ          

การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในวันนี้สะท้อนอะไรหลายอย่าง เช่น อำนาจ(ทั้งส่วนตัวและอำนาจรัฐ)​ บารมี พวกพ้องบริวาร ความรัก ความเสียสละ หรือการเงิน เป็นต้น แต่ฐานเลือกจะมาจากใหน อย่างไรก็ตามเราต้องฝึกหัด เรียนรู้และทำความรู้จักเพื่อเคารพประชามติของประชาชน นี่สำคัญ  อย่าหาเหตุ อย่ากล่าวอ้าง อย่าเบี่ยงเบน เพื่อใส่อำนาจอื่นใดที่ไม่ขอบธรรมเข้ามา ทุกฝ่ายจะต้องอดทนและเรียนรู้ประชาธิปไตยไปพร้อมๆกันใ้ห้ได้        

พระพุทธศาสนานั้นพระพุทธองค์ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีความเสียสละ อุทิศตนเพื่อสังคม ประเทศชาติ เห็นประโยชน์สุขของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง พึงละเว้นอกุลศลกรรมทั้งปวงมีทุจริตคอรัปชั่น กินสินบาทคาดสินบน กอบโกยผลประโยชน์  เอารัดเอาเปรียบ เป็นต้น ทรงสอนให้ประพฤติสุจริตทั้ง กายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม เพื่อปกครองดูแลประชาชนให้อยู่ดีกินดี มีความสุข           

นายกอบจ.และส.อบจ.ทั้งหลายพึงสังวรระวังบาปทั้งปวงและเดินตามทางแห่งกุศลกรรม          

วันนี้สังคมไทยยังคงมีความแตกแยก ชิงชัง สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การต่อสู้ห้ำหั่นกัน ประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว มีความศิวิไลซ์ ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุขล้วนมาจากฐานแห่งสามัคคีธรรมดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้กว่า 2,500 ปีมาแล้วในวัชชีอปริหานิยธรรม        

วันนี้การปกครองท้องถิ่นได้เดินหน้าในระบอบประชาธิปไตยมาบ้างแล้วแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม  หวังว่าภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะรัฐบาล และส่วนงานที่เกี่ยวข้องคงจะได้ยินเสียงอันแท้จริงของคนไนประเทศ เมื่อได้ยินได้ฟังแล้วจะได้ช่วยกันกำหนดทิศทางของประเทศให้เป็นไปตามหลักสามัคคีธรรมและระบอบประชาธิปไตยที่สากลที่ทั่วโลกส่วนใหญ่ปฎิบัติกันอยู่ในเวลานี้


             พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร)

                        21 ธันวาคม 2563

ขอถวายความอาลัย! หลวงพ่อวิริยังค์มรณภาพแล้ว สิริอายุ 100 ปี 11 เดือน 80 พรรษา



วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2563  เพจวัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร ได้โพสต์ข้อความว่า 

ประกาศ แจ้งข่าวการมรณภาพ

เจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม

(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล/ประธานกรรมการคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศแคนาดา

ได้ถึงแก่การมรณภาพ ในวันอังคาร ที่ ๒๒ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๐๗.๓๒ น. สิริอายุ ๑๐๐ ปี ๑๑ เดือน ๑๕ วัน ๘๐ พรรษา

วัดธรรมมงคลและคณะแพทย์ผู้ดูแลรักษา จึงขอประกาศแจ้งข่าวการมรณภาพของเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ให้ได้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งนี้ กำหนดการอื่นๆ ทางวัดจักแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป



ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 เว็บไชต์ราชกิจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯสถาปนา สมณศักดิ์ "พระพรหมมงคลญาณ"(หลวงพ่อวิริยังค์ ) พระนักปฏิบัติชื่อดัง เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระญาณวชิโรดม"

โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พระพรหมมงคลญาณ เป็นพระเถระผู้เจริญในสมณคุณ ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตร รัตตัญญูมหาเถรกรณธรรม มั่นคงตลอดมา ได้ประกอบกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา และราชอาณาจักรอย่างไพศาล ดังปรากฏในประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ เป็นที่พระราชาคณะเจ้าคณะรอง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 แล้วนั้น

ครั้นต่อมา พระพรหมมงคลญาณ ได้เจริญยิ่งด้วยอุตสาหวิริยาธิคุณมิได้ท้อถอย ได้ปกครอง ดูแล และให้ความอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในคณะและในอารามอย่างสม่ำเสมอ สนับสนุนและให้ความสำคัญด้านการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนของชาติอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาสมาธิ การฝึกอบรมสมาธิภาวนาจิต เผยแพร่ไปทั่วประเทศ และในต่างประเทศ ก่อให้เกิดการน้อมนำธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนของพุทธศาสนิกชนในยุคปัจจุบัน

สรรพกรณียกิจที่ พระพรหมมงคลญาณ ได้บาเพ็ญปฏิบัติตลอดมานั้น ย่อมเกิดผลดีทั้งแก่พระพุทธศาสนา ประเทศชาติ และประชาชนทั่วไป นับได้ว่าเป็นผู้มีความอุตสาหวิริยะประกอบด้วยเมตตาธิคุณและกรุณาธิคุณเกื้อกูลต่อพหูชน อุทิศตนแก่พระพุทธศาสนาและสังคมอย่างแท้จริง สมควรที่จะได้ยกย่องให้ดารงสมณฐานันดรที่สมเด็จพระราชาคณะสืบไป

จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา "พระพรหมมงคลญาณ" ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะมีราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์ จิตตานุภาพพัฒนดิลก สาธกธรรมวิจิตร วิเทศศาสนกิจไพศาล วิปัสสนาญาณธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน

เปิดประวัติ "สมเด็จพระราชาคณะ สมเด็จพระญาณวชิโรดม" หรือ หลวงพ่อวิริยังค์ 

เดิมชื่อ วิริยังค์ บุญฑีย์กุล เป็นบุตรขุนเพ็ญภาษชนารมย์ ซึ่งรับราชการเป็นนายสถานีรถไฟ กับ นางมั่น บุญฑีย์กุล เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม 2463  ณ สถานีรถไฟปากเพรียว (สถานีสระบุรีในปัจจุบัน ) จังหวัดสระบุรี เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้อง7 คน  และด้วยบิดาเป็นนายสถานีรถไฟ ชีวิตในวัยเด็กจึงจำเป็นต้องโยกย้ายที่อยู่ไปประจำที่อื่นอยู่บ่อยครั้ง

การบรรพชาอุปสมบท

เมื่ออายุได้ 11 ขวบ ได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนวัดสุปัฏนาราม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นของจังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาย้ายมาตั้งหลักปักฐานที่บ้านใหม่สำโรง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา  และเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2478  ได้บรรพชาที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยพระธรรมฐิติญาณ (สังข์ทอง นาดวโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากบรรพชาได้ 10 วัน ก็ออกธุดงค์ตามป่าเขาลำเนาเพื่อแสวงหาที่วิเวก และอุปสมบทเมื่อวันที่ 20 พ.ค.2484  ขณะอายุ  21 ปี ที่วัดทรายงาม อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี โดยพระปัญญาพิศาลเถร(หนู ฐิตปญโญ) เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่กงมา จิรปุณโญ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาทองสุข สุจิตโต เป็นพระอนุสาวนาจารย์ 


จากนั้นหลวงพ่อวิริยังค์ ได้เดินธุดงค์ติดตามพระอาจารยกงมาไปในที่ต่างๆ เป็นเวลา 8 ปี วันหนึ่ง พระอาจารย์กงมาพาท่านเดินธุดงค์จากจังหวัดจันทรบุรีไปจังหวัดสกลนคร เพื่อไปพบพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลวงพ่อวิริยังค์ได้รับเลือกให้เป็นอุปัฏฐากอยู่ในพรรษา 4 ปี นอกพรรษา 5 ปี รวมเป็น 9 ปี ได้เดินธุดงค์ร่วมกับพระอาจารย์มั่น เรียนธรรมะอันลึกซึ้ง และจดคำสอนของหลวงปู่มั่นบางตอนไว้ และได้เผยแพร่คำสอนนี้แก่สาธารณชน ในหนังสือที่ชื่อว่า "มุตโตทัย" 


เมื่อปีพ.ศ. 2506 จนถึงปัจจุบัน เป็นเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร มีอายุ 100 ปี พรรษา 79 มีลูกศิษย์ที่ศรัทธาป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2540 ผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ ที่วัดธรรมมงคลถาบุญญนนทวิหาร เพื่อสอนสมาธิสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จนปัจจุบันมีการขยายสาขาสถาบันพลังจิตตานุภาพไปแล้ว 287 สาขาทั่วประเทศ และในต่างประเทศที่แคนาดา 6 แห่ง รวมทั้งที่สหรัฐอเมริกาด้วย


ปริญญากิตติมศักดิ์


พุทธศักราช 2538 ปริญญาพัฒนบริหารศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ ด้านบริหารการพัฒนา จาก สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)


พุทธศักราช 2545 ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารการศึกษา จาก สถาบันราชภัฏสวนสุนันทา


พุทธศักราช 2545 ปริญญาศาสนศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ สาขาการศึกษานอกระบบ จาก มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย


พุทธศักราช 2550 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง


พุทธศักราช 2553 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณทิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จังหวัดเชียงราย


พุทธศักราช 2554 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการเพื่อการพัฒนา จาก มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ จังหวัดฉะเชิงเทรา


พุทธศักราช 2555 ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา จาก มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


พุทธศักราช 2556 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ


พุทธศักราช 2557 ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาและเทคโนโลยี จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ


สมณศักดิ์


พุทธศักราช 2507 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่ พระครูญาณวิริยะ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2510 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณวิริยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมเจติยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2545 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเจติยาจารย์ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


พุทธศักราช 2554 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมมงคลญาณ (ฝ่ายวิปัสสนาธุระ)


ขอบคุณภาพ-ข้อมูลจาก : วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร,dhammamongkol.com


ชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา ร้อง กมธ.ศาสนาสภาฯ แก้ปมพื้นที่"นสล."ทับที่"วัด"



เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ แก้วอินทร์ ประธานชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนา ได้ยื่นหนังสือต่อ นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฏร เรื่องการแก้ไขปัญหาวัดที่สร้างในเขตพื้นที่ นสล. 

ศ.ดร.ดุษฎีวัฒน์ กล่าวว่า กรณีวัดสร้างอยู่ในที่สาธารณะประโยชน์ (นสล.) ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันบางกรณีวัดสร้างอยู่ก่อนแต่ออกโฉนด นสล. ภายหลังทับที่วัด บางกรณี นสล. ออกโฉนดก่อนวัดสร้างที่หลัง จึงเกิดข้อพิพาทระหว่างวัดกับหน่วยงานของรัฐ มีคดีความข้าสู่กระบวนการยุติธรรม บางคดีพิพาทกันถึงศาลฎีกา เป็นเหตุให้พระสงฆ์ ถูกดำเนินคดีศาลพิพากษาสั่งปรับ,สั่งให้พ้นออกจากวัด,จำคุก,วัดถูกศาลสั่งรื้อ เป็นตันด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางชมรมพิทักษ์พระพุทธศาสนาจึงได้ร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมรัฐสภา ได้โปรดพิจารณา

ทั้งนี้คณะกรรมาธิการฯจะนำเข้าสู่การประชุมในคราวต่อไป โดย ดร.ณพลเดช มณีลังกา อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ กล่าว่า ในประเด็นพื้นที่ นสล. มีประเด็นที่ถกเถียงกันมาก ในหลายเขตพื้นที่ ทั้งนี้การตีความในแง่กฎหมายมีความเห็นต่าง โดยเฉพาะกรณีพื้นที่ "ป่าช้า"  ซึ่งวัดหลายๆ แห่งจะเกิดในพื้นที่ป่าช้า และมีการตีความหมายว่า พื้นที่ป่าช้าเป็นพื้นที่ นสล. หรือไม่ ซึ่งแต่ละวัดก็มีระยะเวลาที่ก่อตั้งมานาน การขีดเส้นพื้นที่ นสล. กับ วัด อาจจะนำเข้าพิจารณาและหารือกันในหลายฝ่าย ซึ่งมีกฎหมายในหลายส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณากันอย่างละเอียดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อหาทางออกร่วมกัน

มส.มีมติงดจัดสวดมนต์ข้ามปีที่พุทธมณฑลนครปฐมแล้ว



เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563ที่พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดยภายหลังการประชุม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. แถลงผลการประชุมว่า จากการที่โรคโควิด-19 กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ที่ประชุม มส.จึงมีมติยกเลิกการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในส่วนกลางซึ่งจะจัดขึ้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ส่วนวัดในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ปฏิบัติตามมาตรการของกรุงเทพมหานคร ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัดให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) พิจารณาร่วมกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ ดำเนินการตามมาตรการของแต่ละจังหวัด พร้อมกันนี้ มส.ยังเห็นชอบเลื่อนการสอบธรรมสนามหลวงในวันที่ 24 และ 27 ธ.ค. ออกไปก่อน จนกว่าจะมีประกาศจากทางสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวงกำหนดวันสอบใหม่ต่อไป และ มส.ยังเห็นชอบให้เลื่อนกำหนดการฝึกอบรมพระอุปัชฌาย์ในเดือน ม.ค. 2564 ออกไปก่อนด้วย          

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ มส.ยังเห็นชอบงดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินและปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในโอกาสวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ซึ่งกำหนดจัดทุกวันเสาร์จนถึงสิ้นปี 2563 ที่วัดบวรฯ และงดจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ที่กำหนดจัดทุกวันที่ 28 ของทุกเดือนด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนภูมิภาคให้พิจารณาตามมาตรการของแต่ละจังหวัดว่าจะสามารถจัดทั้งสองกิจกรรมดังกล่าวได้หรือไม่


"ยิ่งลักษณ์"ยินดีกับนายก อบจ.ใหม่ทุกคน ขอบคุณคนเจียงใหม่"บ่ลืมเฮาสองปี้น้อง"

 


วันที่ 21 ธันวาคม 2563 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า ขอแสดงความยินดีกับนายกอบจ.ใหม่ทุกท่านนะคะที่ได้รับเลือกตั้ง หลังถูกยึดอำนาจมานาน โดยเฉพาะนายก อบจ.เจียงใหม่ ก็ต้องขอบคุณปี้น้องจาวเจียงใหม่ที่บ่ลืมเฮาสองปี้น้อง เฮาฮักไผเฮาก็ฮักตวยกั๋น เฮาเชียร์ไผเฮาก็เชียร์ตวยกั๋นเน้อเจ้า

"เพื่อไทย"ปลื้ม!ผลเลือกตั้งนายกอบจ.คว้าชัยชนะ9จังหวัด 

ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. พรรคเพื่อไทย ยินดีกับประชาชน เพราะหลังการยึดอำนาจ ประชาชนเรียกร้องสมาชิกสภาท้องถิ่นมาโดยตลอด การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชนตื่นตัว ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งนายกอบจ.และสมาชิกอบจ. แม้คะแนนการเลือกตั้ง ยังไม่ปรากฎเป็นทางการ ในนามของพรรคมีความพึงพอใจ ส่งผู้สมัคร 25 จังหวัดทั่วประเทศ ผลการเลือกตั้ง ถือว่าประสบชัยชนะถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ใน 9 จังหวัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในภาคกลาง ผู้สมัครก็ได้ทำงานเต็มที่ หลายคนเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ พรรคส่งผู้สมัครหลายจังหวัดในภาคกลาง แม้จะไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่เราก็พึงพอใจ ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี


น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยไม่ชนะทั้งหมด แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเบ่งบานทางประชาธิปไตยได้เกิดขึ้นแล้ว สำหรับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 รอบที่สอง พรรคมีความกังวล ในการคัดกรองแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย พรรคมีความห่วงใย ในการดูแลสถานการณ์ ผอ.ศบค. ไร้ประสิทธิภาพในการจัดการปัญหา ทั้งมิติด้านความมั่นคง และหลักสุขภาพ การมีอยู่ศบค. สะท้อนการรวมศูนย์อำนาจ แต่ยังหาผู้รับผิดชอบจากเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้ แรงงานต่างด้าวที่หลบหนี ประเทศเพื่อนบ้าน พม่ามีผู้ติดเชื้อสูงสุด การเฝ้าระวังตามแนวชายแดนเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนแรงงานที่หลบหนี ไม่แจ้งลงทะเบียน การติดตาม ตรวจสอบเป็นสิ่งสำคัญ พรรคเข้าใจในสถานการณ์เป็นอย่างดี ขอให้กำลังใจบุคคลาการทางการแพทย์ อสม. และอยากให้ประชาชนตระหนัก ในมาตรการป้องกัน แม้รัฐบาลจะการ์ดตกไปบ้าง แต่ประชาชนอย่าการ์ดตก ส่วนการล็อกดาวน์ เราเป็นห่วงว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจในไตรมาส4 ควรจำกัดวงในการล็อกดาวน์ เพื่อให้ผลกระทบจากทางเศรษฐกิจเกิดน้อยที่สุด

          

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัครในนามพรรคทั้งสิ้น 25 คน ได้รับชัยชนะ 9 คน จาก 2 ภูมิภาค เหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จ.เชียงใหม่ นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ์ จ.ลำพูน นายนพรัตน์ ถาวงศ์ จ.น่าน นส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร จ.ลำปาง นายอนุวัธ วงศ์วรรณ จ.แพร่ นายวิเชียร ขาวขำ จ.อุดรธานี นายกานต์ กัลป์ตินันท์ จ.อุบลราชธานี นายวิเชียร สมวงศ์ จ.ยโสธร พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ จ.มุกดาหาร

          

ในส่วนของจังหวัดปทุมธานีและสกลนคร แม้พรรคจะไม่ได้มีมติส่งผู้สมัครในนามพรรค แต่อนุญาตให้ผู้สมัครที่ลงในนามกลุ่ม นำโลโก้พรรคไปหาเสียงได้ และหลังทราบผลมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ นายชูพงษ์ คำจวง ที่พลิกกลับมาชนะ ได้นัดหมายแถลงขอบคุณ วันที่ 22 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ห้องประชุมโรงแรมสกลแกรนด์ จ.สกลนคร มีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย นายพงษ์ศักดิ์ บุญศล นายเสรี สาระนันท์ อดีตส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าว

"สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต้องเร่งปลดล็อก

  "สารนาถ" มรดกโลกที่รอเกือบ 30 ปี : บทเรียนถึงประเทศไทย เมื่อสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาขึ้นทะเบียนช้า และ "คอขวด" ที่ต...