วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566

"นิพิฏฐ์" ส.ว.คนไหนหนุนเปลี่ยนวันชาติก็ควรโหวตให้ "พิธา"เป็นนายกฯคนที่ 30



เมื่อวันที่ 29  มิถุนายน 2566  นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆว่า สมาชิกวุฒิสภาท่านใด สนับสนุนเปลี่ยนวันชาติ จาก 5 ธ.ค. เป็น 24 มิ.ย. โปรดช่วยกันสนับสนุนคุณพิธาให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้นายนิพิฏฐ์ได้โพสต์ว่า ความเก๋า กับ ความอ่อนหัด 

-ความเก๋า ของพรรคเพื่อไทย คือ ไม่สร้างประเด็นที่ประชาชนไม่สบายใจ เช่น ไม่พูดถึง ม.112,ไม่พูดถึงการแยกดินแดน,ไม่พูดถึงการเปลี่ยนวันชาติ 

@siampongnews [พร้อมส่ง] 1 ห่อมี 5ก้อน #สบู่สมุนไพรพรทิน่า ♬ เสียงต้นฉบับ - samran sompong

-ความอ่อนหัดของพรรคก้าวไกล คือ ยกเลิก ม.112, ส่งสมาชิกร่วมเสวนาเรื่องการแยกดินแดน, สมาชิกระดับแกนนำเสนอเปลี่ยนวันชาติ จาก 5 ธค. เป็น 24 มิถุนายน 

-พรรคก้าวไกล อ่อนหัดเข้าไปอีก เมื่อเสนอประเด็นที่อ่อนไหวเช่นนี้แล้ว ยังบากหน้าไปขอความเห็นชอบจากสว.เพื่อให้เลือกหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี

-สุดท้าย ก็อ่อนหัดทะลุซอย ถึงขนาดขอให้ฝ่ายค้านเลือกตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี

- มีประเทศไหนบ้างที่ฝ่ายค้านเลือกฝ่ายตรงข้ามให้เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วตัวเองเดินกลับมานั่งเป็นฝ่ายค้าน 

-พรรคก้าวไกล บริหารอำนาจไม่เป็น เห่อเหิม คึกคะนอง เหมือนลิงเล่นไม้ขีดไฟ สุดท้ายก็เผาตัวเอง

-อย่าฝันว่า จะมานั่งเป็นฝ่ายค้าน ผมขอยกตัวอย่าง ข้อเขียนของ มาเคียเวลลี เตือนใจว่า" อย่าปล่อยศัตรูที่คิดว่าอาจจะมาทำร้ายในภายหลัง" 

-ถ้าเป็นสำนวนหนังกำลังภายใน คุณก็จะถูกสลายเคล็ดวิชา กลายเป็นคนธรรมดา ที่ต้องเดินออกนอกด่าน เอวัง!!!

"เสรี" ฟันธง "8พรรค" ตั้งรัฐบาล ไปไม่รอด 

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ผ่านรายงานการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ว่า การเข้าพบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ​เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ไม่มีเจตนาเร่งรัดคดีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตพรรคก้าวไกล แต่จากการทำงานของกมธ.ที่ศึกษาเกี่ยวกับการถือหุ้นของนายพิธา ได้มอบรายละเอียดให้กกต. ด้วย อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่มีข้อตกลงต่อการเข้าชื่อเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายพิธา เป็นเพียงการหารือตามช่องทางของรัฐธรรมนูญเท่านั้น

“ผมบอกกับ กกต. ว่าควรจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่รัฐสภาจะโหวตนายกฯ เพราะมีประเด็นความเห็นไม่ตรงกันและถูกหยิบเป็นประเด็นปลุกปั่นประชาชน สร้างแรงกดดันค่างๆ ดังนั้นหากการดำเนินการดังกล่าวของ กกต. ที่ไต่สวนคดีของนายพิธาแล้วมีมูลเข้าข่ายการกระทำความผิด ช่วยส่งศาลรัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุดจะเป็นผลดี เพื่อให้มีข้อยุติในทางศาล โดยไม่เกี่ยวกับการลงมติของส.ว.ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าหากจะงดออกเสียงแล้วจะมีความชอบธรรมมากกว่า” นายเสรี กล่าว

นายเสรี กล่าวด้วยว่าสำหรับความเคลื่อนไหวของ 8 พรรคการเมืองต่อการจัดตั้งรัฐบาลที่มีปัญหา ส่วนตัวมองว่า ไปไม่รอด แม้จะมีการทำเอ็มโอยู คือการบังคับเดินจากผลคะแนนที่ผ่านมา แม้จะเรียกว่าเป็นฝั่งประชาธิปไตย แต่ตนมองว่าประชาธิปไตยจอมปลอม เพราะรวมเพราะข้อเสนอที่มีมาตั้งแต่แรก แต่ข้อเท็จจริง เขาคงไม่อยากรวมเพราะมีประเด็นการแก้ไขมาตรา 112

“การเมืองเป็นเรื่องอำนาจ ที่บอกว่าสืบทอดอำนาจเป็นส่วนที่ถูกกล่าวหา แต่พวกนี้กำลังแสวงหาอำนาจ คือ อำนาจทั้งนั้นไม่ควรกล่าวหากัน โดยท้ายสุดแล้วผมมองว่าแต่ละพรรคมีเป้าหมายและทิศทางของตัวเอง เชื่อว่าคงไปกันไม่รอด ส่วนปัญหาตำแหน่งประธานสภาฯ นั้นผมมองว่าไม่ใช่เหตุของการแยกทาง โดยตำแหน่งดังกล่าวถือมีความสำคัญ และคนที่ทำหน้าที่ต้องมีความเป็นกลาง ตั้งใจทำให้การเมืองดีขึ้นหากทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง กลุ่มตนเอง แสดงความก้าวร้าวที่ผ่านมา จะเป็นประธานสภาฯ เป็นเหตุผลให้พรรคอื่นเขาเป็น” นายเสรี กล่าว

นายเสรี กล่าวด้วยว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ​เปนอำนาจสูงสุดของประเทศ แต่ละพรรคต้องสร้างผลงานและรักษาผลประโยชน์ให้กับชาติและประชาชนดังนั้นการมีตำแหน่งหรืออำนาจสูงสุดในระบอบประชาธิปไตยจึงความสำคัญในทางการเมือง หากพรรคใดที่ได้เสียงจากประชาชนมากพอเลือกได้เขาต้องได้ตำแหน่งดังกล่าว เพื่อเป็นความรับผิดชอบของการลงสมัครรับเลือกตั้งและหลังจากได้รับเลือกมาจากประชาชน.




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...