วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ทึ่ง!ป.2ทำวิจัย'ดินสอยางลบหายไปไหน'





กสิกรและสกว.หนุนมรภ.ลำปางเตรียมความพร้อมให้ครูปฏิวัติการเรียนรู้เชิงวิจัย ทึ่งเด็กป.2ทำวิจัยเรื่อง'ดินสอยางลบหายไปไหน'พร้อมเสนอผลงานเอง

4พ.ค.2556 นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดการประชุมปฏิบัติการเวทีเรียนรู้ "แผนการสอนการสร้างโจทย์วิจัยและเขียนข้อเสนอโครงงาน" ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา (พัฒนายุววิจัย)  ภายใต้การสนับสนุนของที่ธนาคารกสิกรไทยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  ระหว่างวันที่ วันที่ 4-5 พฤษภาคม 2556 นี้ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

              นายธวัชชัย กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดการประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ทำให้คุณครูและผู้บริหารนำความเข้าใจแบบที่เรียกว่า "รู้จริง" สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการปฏิบัติไปฝึกทักษะให้ลูกศิษย์ที่โรงเรียน และปฏิรูปการเรียนรู้โดยใช้โครงงานบนฐานวิจัย (Research Based Learning RBL)

              "และทำให้เด็กและเยาวชนมีลักษณะที่พึงประสงค์สำหรับศตวรรษที่ 21 ทั้งยังเป็นการพัฒนานักวิจัยรุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นการเตรียมกำลังพลเข้าสู่แวดวงการวิจัยไทยในอนาคตได้ นำแนวคิดที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการทำงานพัฒนานักเรียนและการศึกษาของชาติ เพราะต่อไปจ.ลำปางจะเป็นจุดศูนย์ของการคมนาคมทางภาคเหนือ" ผู้ว่าฯลำปางกล่าว

              อาจารย์ชุติมา  คำบุญชู  หัวหน้าโครงการศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา มรภ.ลำปาง กล่าวรายงานว่า  โครงการเพาะพันธุ์ปัญญาซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สกว.และ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางเป็นศูนย์พี่เลี้ยง 1 ใน 8 ศูนย์ทั่วประเทศนั้น

              นับว่าเป็นโครงการวิจัยที่มีคุณค่าต่อเด็กและเยาวชน และชุมชนท้องถิ่นทั้งประเทศ ช่วยให้เกิดการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน เน้นการพัฒนา "ทักษะกระบวนการทางปัญญา" เพื่อให้ลูกหลานเยาวชนไทยมีความเข้มแข็งทั้งทางจิตใจและความรู้ ก้าวสู่อนาคตของชาติอย่างยั่งยืน ด้วยกระบวนการทำโครงงานบนฐานวิจัย เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้บนฐานวิจัย ( Research-Based Learning ) ใน 8 พื้นที่ทั่วประเทศรวม 80 โรงเรียน มีการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ทั้งห้องเรียน โดยเริ่มต้นจากห้องเรียนเลือกประเด็นหลักมา แล้วแยกย่อยเป็น 10 โครงการใน 3 มิติ อันได้แก่ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์-เศรษฐศาสตร์ และมนุษยศาสตร์-ประวัติศาสตร์

              ทั้งนี้โครงงานทั้งหมดจะทำโดยหลักการวิจัย เพื่อฝึกทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ให้แก่ครูและนักเรียนพร้อมทั้งได้รับความรู้เชิงบูรณาการ หัวใจของการวิจัยมุ่งเน้นที่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน และวิทยาศาสตร์สร้างสรรค์

              นอกจากนี้โครงการนี้ยังคำนึงถึงคุณธรรมเป็นหลัก ทั้งนี้คุณูปการของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาจึงก่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาด้วยการปฏิรูปความคิดทำให้เยาวชนรู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยมีคุณธรรม เป็นการพัฒนาเยาวชนอันส่งผลให้เกิดการพัฒนาประเทศต่อไป

              การทำงานเริ่มจากการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา 8 แห่ง  ได้แก่  มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง   มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ   มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหิดล   มหาวิทยาลัยศิลปากร   มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี   และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นศูนย์พี่เลี้ยงให้ครูสามารถจัดการสอนแบบโครงงานบนฐานวิจัยได้ ไม่น้อยกว่าปีละ 80 โรงเรียน (ศูนย์พี่เลี้ยงละประมาณ 10 โรงเรียน) แต่ละโรงเรียนจะมีครูเข้าร่วมโครงการ 4-5 คน และนักเรียน 40 คน ร่วมกันทำวิจัยโรงเรียนละ 10 เรื่อง

              ในแต่ละปีจึงจะมียุววิจัย ทั้งสายวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์/สังคมศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 3,200 คน ได้ชิ้นงานที่เป็นผลงานของยุววิจัยประมาณ 600-800 ชิ้นต่อปี ได้เครือข่ายครูที่มีทักษะการจัดการเรียนรู้ด้วยการวิจัย ประมาณ 320 คนต่อปี ได้โรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีทีม ขณะนี้การงานอยู่ในช่วงการเตรียมครูเพื่อให้มีความพร้อมก่อนเปิดเทอม ซึ่งจะต้องจัดการเรียนรู้แบบ RBL ให้แก่นักเรียนภายใต้ทุนสนับสนุนการทำงานโรงเรียนละประมาณ 80,000 บาท

              ผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียนและคุณครูแกนนำจากโรงเรียนในจังหวัดลำปาง ลำพูน และแพร่ รวม 12 โรงเรียน มีผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ 80 คนโรงเรียนในจังหวัดลำปาง มีจำนวน 8 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย โรงเรียนวิชชานารี  โรงเรียนทุ่งกว๋าววิทยาคม โรงเรียนแจ้ห่มวิทยา โรงเรียนวังเหนือวิทยา โรงเรียนห้างฉัตรวิทยา โรงเรียนเสริมงามวิทยา โรงเรียนแม่พริกวิทยา

              โรงเรียนในจังหวัดลำพูน 2 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนจักรคำคณาทรจังหวัดลำพูน โรงเรียนทุ่งหัวช้างพิทยาคม และโรงเรียนในจังหวัดแพร่ 2 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนพิริยาลัยจังหวัดแพร่ และโรงเรียนสูงเม่นชนูปถัมภ์ และได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นผู้ดูแลโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาทั้งประเทศ ของ สกว.คือ รองศาสตราจารย์ ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ และรองศาสตราจารย์ไพโรจน์ คีรีรัตน์  

              อาจารย์ชุติมา กล่าววด้วยว่า โครงการคาดหวังว่า ครูและรร.ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้รูปแบบนี้จะสามารถทำให้การปฏิรูปการเรียนรู้เกิดขึ้นได้จริงในระบบการศึกษาไทย

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อจากนั้นเป็นการนำเสนอผลงานจากการเรียนการสอนเชิงวิจัยในโรงเรียนที่ผ่านมาพร้อมการชี้แนะของรศ.ดร.สุธีระและรศ.ไพโรจน์ แต่ที่น่าสนใจก็คือว่าช่วงของการชี้แนะให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เข้าใจยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการวิจัยนั้นรศ.ดร.สุธีระได้เปิดคลิปประกอบโดยเป็นคลิปการนำเสนอผลงานวิจัยของนักเรียนชั้นป.2 จากโรงเรียนในจังหวัดสตูลเรื่อง "ดินสอยางลบหายไปไหน" ทำให้ผู้เข้าร่วมครั้งนี้ถึงกับทึ่งในความสามารถของเด็กและเข้าใจการวิจัยมากขึ้น

              รศ.ดร.สุธีระ กล่าวว่า คลิปดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสตูลเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้น และได้ขยายแนวความคิดเพิ่มไปได้อีก 11 โรงเรียนในจังหวัดสตูล และวันที่ 7 มิถุนายนนี้จะเป็นการปิดโครงการโดยสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสจะเดินทางไปถ่ายทำรายงานเวธีสาธารณะเปลี่ยนประเทศไทยด้วย

              รศ.ดร.สุธีระ กล่าวด้วยว่า กระบวนการเรียนรู้เชิงวิจัยตามโครงการเพาะพันธุ์ปัญญานี้ได้รับความสนใจจากโรงเรียนปริยัติธรรมใน 4 จังหวัดภาคเหนือด้วย โดยวันที่ 5 พ.ค.นี้จะมีการประชุมให้ความรู้กับพระที่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการจำนวน 60 รูป แต่น่าเสียดายที่ทางกรมการศาสนาและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ได้เข้าร่วมครั้งนี้ด้วย

Cr.http://www.komchadluek.net/news/edu-health/157655

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...