วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ชาวไทใหญ่ 34 กลุ่มเรียกร้องรัฐบาลเมียนมาหยุดโจมตีรัฐฉาน


ชาวไทใหญ่ 34 กลุ่มเรียกร้องรัฐบาลเมียนมาหยุดโจมตีรัฐฉาน เผยชาวบ้านหนีตายกันกว่า 7,000 คนแล้ว ยื่นหนังสือถึงยูเอ็นวันจันทร์นี้

ตัวแทนของกลุ่มนักเคลื่อนไหวชาวไทใหญ่ 34 กลุ่มแถลงข่าวที่กรุงเทพฯเมื่อวานนี้ 15 พ.ย. บอกว่า ประชาชนไทใหญ่ในรัฐฉานตอนเหนือในสี่ถึงห้าเมืองต่างต้องอพยพหลบหนีออกจากบ้านเรือนตัวเองเนื่องจากการสู้รบกันระหว่างกำลังทหารของรัฐบาลเมียนมาหรือพม่ากับกองทัพรัฐฉาน ล่าสุดชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็กและคนชราต้องหลบหนีออกจากเมืองที่เป็นเขตการสู้รบคือเมืองซู่ เมืองหนอง เมืองเกซี เพราะมีการใช้อาวุธปืนยิงถล่มเข้าไปในพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่หรือที่หลบภัยอยู่ ทำให้มีคนบาดเจ็บอย่างน้อย 6 คนเสียชีวิตอีก 2 คน นอกจากนั้นยังมีคนที่ถูกทหารพม่าจับไปด้วย

พวกเขาออกแถลงการณ์เป็นภาษาพม่า ไทใหญ่ อังกฤษและภาษาไทยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมาทหารพม่าได้เข้าโจมตีที่มั่นของพรรคก้าวหน้ารัฐฉานหรือ SSPP ทั้งที่กองทัพรัฐฉานหรือ SSA ได้ทำข้อตกลงหยุดยิงไปแล้วกับรัฐบาลพม่าตั้งแต่เมื่อปี 2532 และเมื่อปี 2555

แถลงการณ์ของ 34 องค์กรไทใหญ่ระบุว่า ในช่วงตั้งแต่ 6 ต.ค.ถึง 12 พ.ย.ที่ผ่านมา กำลังทหารพม่าได้เข้าโจมตีพื้นที่ของฝ่ายไทใหญ่อย่างน้อย 60 ครั้ง มีการใช้อาวุธหนักและการโจมตีมีทั้งบนบกและทางอากาศรวมทั้งดำเนินการอย่างไม่เลือก พื้นที่ได้รับผลกระทบสามเมืองดังกล่าวรวมแล้วมีประมาณ 50 หมู่บ้าน มีสถานที่ทางศาสนาที่ได้รับผลกระทบ คือวัดสามแห่งเสียหาย แถลงการณ์ยังระบุว่าทหารพม่าได้เอาทรัพย์สินของประชาชนไปด้วยเป็นมูลค่าถึง 3 ล้านจั๊ด นอกจากนี้รถยนต์ที่เป็นของหายากได้เสียหายไปสองคันรวมทั้งรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งคัน และยังมีความสูญเสียอื่นอีกที่ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้รวมทั้งชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่หลบหนีกระจายไปยังพื้นที่ใกล้เคียงทุกทิศทาง

จายปี หนึ่งในตัวแทน 34 กลุ่มบอกว่า ล่าสุดกองทัพพม่ายังคงส่งกำลังเข้าไปเสริมและยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติ เขาบอกว่า ผลที่เกิดขึ้นคือมีชาวบ้านหนีออกมามากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน และต้องไปอาศัยอยู่ตามสถานที่ต่างๆในเมืองข้างเคียง ส่วนใหญ่คือวัด และต้องช่วยเหลือกันเองโดยยังไม่เห็นว่าจะมีความช่วยเหลือจากฝ่ายรัฐบาลแต่อย่างใด เขาบอกอีกว่าช่วงเวลานี้ปกติแล้วเป็นเวลาของการเก็บเกี่ยวพืชผลซึ่งก็ไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้การไปอยู่ในที่ที่ไม่พร้อมประกอบกับอากาศเริ่มเย็นทำให้เกิดการเจ็บป่วยกันแล้ว ส่วนโรงเรียนต่างๆก็ต้องปิด ชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งหลบหนีไปอยู่ตามป่าเขา

เขาบอกด้วยว่า ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากการสู้รบเริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกการเลือกตั้งในสี่เมืองทำให้ประชาชนในพื้นที่นี้ไม่ได้ใช้สิทธิ พื้นที่ดังกล่าวเป็นฐานเสียงของพรรคก้าวหน้ารัฐฉาน ทำให้ที่นั่งของพรรคหายไปจำนวนหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชาวบ้านจำนวนมากเดือดร้อนและพลัดที่อยู่

"เราไม่เข้าใจ ทำไมรัฐบาลพม่าทำอย่างนั้น ไหนบอกว่าต้องการเสรีภาพและประชาธิปไตย เราก็อยากได้ยินจากปากของนายกรัฐมนตรีเต็งเส่งเหมือนกันว่าเพราะอะไร และต้องการอะไรกันแน่" เขาบอกว่าเรื่องนี้เท่าที่รู้ทางผู้บริหารของรัฐฉานตอนเหนือและใต้ต่างเคยเรียกร้องไปยังทางการพม่าหลายครั้งแล้วให้ยุติการส่งทหารเข้าไปโจมตีแต่ไม่ได้ผล และในปัจจุบันไม่มีองค์กรต่างประเทศเข้าไปตรวจสอบหรือช่วยเหลือแต่อย่างใด

แถลงการณ์ของ 34 องค์กรได้เรียกร้องให้รัฐบาลพม่ายุติการส่งทหารเข้าโจมตีในพื้นที่ของรัฐฉาน ให้มีการชดเชยความเสียหายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ขอให้สองฝ่ายเจรจากัน นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ที่ได้ยกเลิกการเลือกตั้งไป รวมทั้งให้ยุติการกักขังหน่วงเหนี่ยวประชาชน แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ต้องการเห็นรัฐบาลพม่าปฎิบัติกับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่ากลุ่มที่ลงนามหยุดยิงแล้วหรือที่ยังไม่ได้ลงนาม ขอให้แสดงความจริงใจในการสร้างสันติภาพทั้งในระดับรัฐและภูมิภาค และให้พิจารณาลงโทษผู้ที่ทำร้ายประชาชนและทำลายศาสนสถาน

สำหรับองค์กรที่ร่วมลงชื่อที่มี 34 องค์กรนั้น จำนวนหนึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน เช่นมูลนิธิสิทธิมนุษยชนของฉาน เครือข่ายผู้หญิงของฉาน เครือข่ายองค์กรด้านเยาวชน เครือข่ายเกษตรกร เครือข่ายนักศึกษา แรงงาน องค์กรต่างๆเหล่านี้ได้นัดแนะกันที่จะไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานของสหประชาชาติในกรุงเทพฯในวันที่ 16 พ.ย.นี้เพื่อหวังจะเรียกความสนใจจากองค์กรระหว่างประเทศต่อปัญหาการสู้รบที่ทำให้คนต้องหลบหนีจากที่อยู่อาศัยดังกล่าว

ในที่ประชุมแถลงข่าว มีตัวแทนองค์กรต่างๆไปร่วมประมาณ 250 คน มีการระดมทุนกันเพื่อไปช่วยเหลือผู้หนีภัยได้เป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

สำหรับภาพ ภาพแรกจากการแถลงข่าว และภาพที่ผู้แถลงข่าวนำมาแสดงอันเป็นผลจากการสู้รบที่ทำให้มีคนตาย แถลงการณ์ ถัดมาคือภาพผู้อพยพ รวมทั้งภาพของจายปีผู้ร่วมแถลงข่าว ขอขอบคุณภาพผู้อพยพจากกลุ่มผู้แถลงข่าว #ShanAttack

Cr.บีบีซีไทย - BBC Thai 16 พฤศจิกายน 2015 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...