วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เพื่อไทยแถลงอีก!ขอ กกต.ปฏิบัติหน้าที่'สุจริตและเป็นธรรม'



วันที่ 23 พ.ย.2561 แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย  เรื่อง  ขอให้ กกต. ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย  โดยสุจริต และเป็นธรรม  


ตามที่ หัวหน้า คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 16/2561 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เปิดให้มีการยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งต่อ กกต. และ คสช. และรัฐบาลได้ โดยให้อำนาจ กกต. ที่จะเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยกรณีจำเป็น ก็ไม่จำต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆ ของ กกต. ที่ออกไว้ได้ โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด พร้อมทั้งขยายเวลา        ในการแบ่งเขตของ กกต. ไปจนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2561  



พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าวมีนัยทางการเมืองและไม่ชอบด้วยหลักการทางกฎหมายหลายประการ ดังนี้  



1. เมื่อ กกต. เป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการแบ่งเขตเลือกตั้ง และหลักเกณฑ์วิธีการในการแบ่งเขต กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 27 ก็ได้กำหนดไว้ชัดเจน ซึ่ง กกต. เอง ก็ได้ออกระเบียบว่าด้วยการแบ่งเขต และมีการดำเนินการตามระเบียบดังกล่าว ด้วยการกำหนดรูปแบบการแบ่งเขต 3 รูปแบบของแต่ละจังหวัด และให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว และทุกจังหวัดก็ได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้ กกต. จนกระทั่ง กกต. เตรียมที่จะประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว แต่จู่ๆ คสช. ได้ออกคำสั่งดังกล่าว โดยที่มิได้มีการร้องขอจากฝ่ายใดและไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดที่ต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการออกคำสั่งนี้มีนัยทางการเมืองแอบแฝง และถือเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. 



2. การแบ่งเขตเลือกตั้ง 3 รูปแบบ ที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการตามที่มาตรา 27 ของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดไว้ โดยกำหนดให้รวมอำเภอต่างๆ เป็นเขตเลือกตั้ง และให้พิจารณาการเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อนเป็นสำคัญด้วย เว้นแต่การรวมอำเภอในลักษณะดังกล่าวจะทำให้จำนวนราษฎรมากหรือน้อยไปก็ให้แยกตำบลของอำเภอออกไปเพื่อให้จำนวนราษฎรพอเพียงสำหรับการเป็นเขตเลือกตั้งเท่านั้น แต่การออกคำสั่งให้ กกต. เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องทำตามกฎหมาย และระเบียบที่ตนออกไปก็ได้นั้น เป็นการส่งสัญญานให้ กกต. ทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบ และความคิดเห็นของประชาชนจำนวนนับหมื่นของแต่ละจังหวัดที่เสนอความเห็น    ต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง และยังไปรับรองว่าการกระทำดังกล่าวของ กกต. ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้  



3. เนื่องจากมีหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลถึงสี่คน และรัฐบาลกับ คสช. ก็อยู่องคาพยพเดียวกัน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้กล่าวยอมรับว่ารัฐบาลและ คสช. เป็นพวกเดียวกัน ดังนั้นการออกคำสั่งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์สำหรับผู้สมัครของพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลเพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งได้  



4. กกต. เป็นองค์กรอิสระต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความกล้าหาญ ต้องยึดกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรโอนอ่อนผ่อนตามไปตามความเห็นของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบที่ตัวเองกำหนดขึ้น และโดยไม่ฟังเสียงของประชาชนในเขตพื้นที่ การแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นต้นธารของการเลือกตั้ง หากการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม    ตั้งแต่ต้นเสียแล้ว ย่อมส่งผลทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ 



พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องและให้กำลังใจต่อ กกต. โดยขอให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ยึดกฎหมายเป็นหลัก แม้จะได้อำนาจมาให้กระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ ก็ไม่ควรที่จะกระทำ รูปแบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลง โดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ โดยไม่ฟังเสียงประชาชนนั้นไม่ควรที่จะเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด   
   
พรรคเพื่อไทย 
23 พฤศจิกายน 2561

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...