วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568

วิเคราะห์ วังคีสสูตร ปรินิพพาน

 

วิเคราะห์วังคีสสูตร ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรมและการประยุกต์ใช้

บทนำ

วังคีสสูตรในพระไตรปิฎกเล่มที่ 25 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 17 ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ สุตตนิบาต จูฬวรรค เป็นพระสูตรที่สะท้อนถึงปัญญาและความเข้าใจในเรื่องธรรมะของพระวังคีสะ ภายใต้บริบทของการแสวงหาความเข้าใจเกี่ยวกับความจริงแท้ของการปรินิพพานของพระอุปัชฌายะนิโครธกัปปะ บทความนี้จะวิเคราะห์สาระสำคัญของวังคีสสูตรในแง่ของพุทธสันติวิธี รวมถึงการประยุกต์ใช้หลักธรรมในชีวิตประจำวัน

เนื้อหาสาระสำคัญของวังคีสสูตร

ความเป็นมาและบริบทของวังคีสสูตร

วังคีสสูตรเริ่มต้นด้วยการที่พระวังคีสะเกิดความสงสัยเกี่ยวกับการปรินิพพานของพระอุปัชฌายะนิโครธกัปปะ ความสงสัยนี้ทำให้พระวังคีสะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและทูลถามถึงสถานภาพของพระอุปัชฌายะ โดยใช้บทคาถาที่แสดงถึงความเคารพและความปรารถนาในการเข้าใจความจริง พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบว่า พระนิโครธกัปปะปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ซึ่งหมายถึงการดับขันธ์อย่างสิ้นเชิง ปราศจากอุปาทาน

โครงสร้างและเนื้อหาของพระสูตร

  1. ปริวิตกของพระวังคีสะ: ความกังวลใจและความสงสัยที่เกิดขึ้นเมื่อพิจารณาถึงการปรินิพพานของพระนิโครธกัปปะ

  2. คำกราบทูลของพระวังคีสะ: การใช้คาถาเพื่อแสดงความเคารพและการตั้งคำถามอย่างสุภาพ

  3. คำตอบของพระพุทธเจ้า: การแสดงถึงความจริงของธรรมะผ่านคำตอบที่กระชับและชัดเจน

  4. การยืนยันความเข้าใจ: พระวังคีสะยอมรับคำตอบด้วยความเลื่อมใสและแสดงการเข้าใจในธรรมะ

สาระสำคัญของพระสูตร

สาระสำคัญของวังคีสสูตรอยู่ที่การตระหนักถึงการปรินิพพานว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้าเน้นย้ำถึงการสิ้นสุดของทุกข์และตัณหาด้วยการดับขันธ์อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ พระสูตรยังชี้ให้เห็นถึงคุณธรรมของผู้ตรัสรู้ว่าเป็นผู้กำจัดความสงสัยและกิเลสทั้งปวง

พุทธสันติวิธีในวังคีสสูตร

หลักธรรมที่ปรากฏ

  1. อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ: การปรินิพพานโดยปราศจากอุปาทาน

  2. ปัญญาและความเข้าใจ: การใช้ปัญญาเพื่อขจัดความสงสัยและเข้าใจธรรมะอย่างถ่องแท้

  3. ความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย: การแสดงความศรัทธาและเคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์

การประยุกต์ใช้พุทธสันติวิธี

วังคีสสูตรสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันโดยเน้นที่การแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา การตั้งคำถามอย่างมีสติ และการฟังคำตอบด้วยความเปิดใจ ตัวอย่างเช่น

  • การขจัดความสงสัย: ในชีวิตประจำวัน การตั้งคำถามและแสวงหาคำตอบที่แท้จริงช่วยลดความเครียดและความไม่แน่นอน

  • การเคารพผู้อื่น: การแสดงความเคารพและความนอบน้อมเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม

  • การแสวงหาสัจธรรม: การตั้งเป้าหมายในชีวิตด้วยความเข้าใจในธรรมะช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าและความสงบสุข

สรุป

วังคีสสูตรเป็นพระสูตรที่มีคุณค่าทางธรรมะและปรัชญาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในแง่ของพุทธสันติวิธี พระสูตรนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของปัญญา การตั้งคำถาม และการฟังด้วยความตั้งใจในการแสวงหาสัจธรรม การประยุกต์ใช้หลักธรรมในวังคีสสูตรสามารถนำไปสู่ความสงบสุขในชีวิตส่วนตัวและสังคมโดยรวม อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในหลักพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง


เรื่อง "วิเคราะห์  วังคีสสูตร ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 25  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่  17  ขุททกนิกาย   อิติวุตตกะ สุตตนิบาต  ๒. จูฬวรรค   ที่ประกอบด้วย 

 

 วังคีสสูตรที่ ๑๒

             [๓๒๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่อัคคาฬวเจดีย์ ใกล้เมืองอาฬวี

ก็สมัยนั้นแล พระเถระชื่อนิโครธกัปปะเป็นอุปัชฌายะ ของท่านพระวังคีสะ

ปรินิพพานแล้วไม่นานที่อัคคาฬวเจดีย์ ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะหลีกเร้นอยู่ในที่

สงัด ได้เกิดความปริวิตกแห่งใจขึ้นอย่างนี้ว่า พระอุปัชฌายะของเราปรินิพพาน

แล้วหรือหนอแล หรือว่ายังไม่ปรินิพพาน ครั้นเวลาเย็น ท่านพระวังคีสะ

ออกจากที่หลีกเร้น เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ

ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ

ขอประทานวโรกาส ข้าพระองค์หลีกออกเร้นอยู่ในที่ลับ เกิดความปริวิตกแห่ง

ใจขึ้นอย่างนี้ว่า พระอุปัชฌายะของเราปรินิพพานแล้วหรือหนอแล หรือว่ายัง

ไม่ได้ปรินิพพาน ลำดับนั้น ท่านพระวังคีสะลุกจากอาสนะ กระทำจีวรเฉวียงบ่า

ข้างหนึ่ง ประณมอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาค แล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาค

ด้วยคาถาว่า

             [๓๓๐] ข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทูลถามพระศาสดาผู้มีพระปัญญา

                          ไม่ทราม ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเห็นธรรมอันมั่นคง

                          พระองค์ทรงขนานนามแห่งภิกษุผู้เป็นพราหมณ์ ผู้ตัดความ

                          สงสัย มีชื่อเสียง มียศ ผู้คุ้มครองตนได้ มุ่งวิมุติ ปรารภ

                          ความเพียร กระทำกาละที่อัคคาฬวเจดีย์ ที่ข้าพระองค์ได้

                          ประพฤตินอบน้อมท่านอยู่ว่า นิโครธกัปปะ นิพพานแล้ว

                          ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้ศากยะ มีพระจักษุรอบคอบ แม้

                          ข้าพระองค์ทั้งหมดย่อมปรารถนาเพื่อจะรู้พระสาวกนั้น ข้า-

                          พระองค์ทั้งหลายตั้งโสตไว้ชอบแล้วเพื่อจะฟัง พระองค์เป็น

                          พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอทรงโปรด

                          ตรัสความสงสัยของข้าพระองค์ทั้งหลาย ขอพระองค์ตรัส

                          บอกความข้อนี้แก่ข้าพระองค์เถิด ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญา

                          เสมอด้วยแผ่นดิน มีพระจักษุรอบคอบ ขอพระองค์โปรด

                          ตรัสบอกภิกษุผู้เป็นพราหมณ์ผู้ปรินิพพานแล้ว อนึ่ง ขอ

                          พระองค์ตรัสในท่ามกลางข้าพระองค์ทั้งหลาย เหมือนอย่าง

                          ท้าวสหัสสเนตร พระนามว่าสักกะ ย่อมตรัสในท่ามกลางแห่ง

                          เทวดาทั้งหลาย ฉะนั้น กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่าใดเหล่าหนึ่ง

                          ในโลกนี้ เป็นทางแห่งโมหะ เป็นฝักฝ่ายแห่งความไม่รู้

                          เป็นที่ตั้งแห่งความสงสัย กิเลสเครื่องร้อยรัดเหล่านั้น มา

                          ถึงพระตถาคตผู้มีจักษุผู้ยิ่งกว่านระทั้งหลายแล้วย่อมไม่มี ก็

                          ถ้าว่า พระผู้มีพระภาคผู้เป็นบุรุษจะไม่พึงกำจัดเหล่ากิเลสเสีย

                          โดยส่วนเดียว เหมือนลมไม่พึงกำจัดเมฆไซร้ สัตว์โลก

                          ทั้งหมดถูกความไม่รู้ปกคลุมแล้ว พึงเป็นโลกมืด เหมือน

                          โลกที่ถูกเมฆปกคลุมแล้วเป็นโลกมืด ฉะนั้น นรชนทั้งหลาย

                          แม้มีความรุ่งเรือง จะไม่พึงเดือดร้อน ส่วนนักปราชญ์

                          ทั้งหลาย เป็นผู้กระทำความรุ่งเรือง ข้าแต่พระองค์ผู้เป็น

                          นักปราชญ์ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ย่อมสำคัญพระองค์ว่า

                          เป็นนักปราชญ์ และว่าผู้กระทำความรุ่งเรือง เหมือนอย่าง

                          นั้นนั่นแล ข้าพระองค์ทั้งหลายทราบอยู่ ซึ่งพระผู้มีพระภาค

                          ผู้เห็นแจ่มแจ้ง จึงเข้ามาเฝ้า ขอพระองค์โปรดตรัสบอก

                          ทรงกระทำให้แจ่มแจ้งซึ่งภิกษุชื่อนิโครธกัปปะ แก่ข้าพระองค์

                          ทั้งหลายในบริษัทเถิด พระองค์ผู้มีพระดำรัสไพเราะ ขอ

                          จงตรัสถ้อยคำอันไพเราะเถิด ขอพระองค์จงค่อยเปล่งด้วย

                          พระสุรเสียงอันพระองค์ทรงกำหนดดีแล้ว เหมือนหมู่หงส์

                          ยกคอขึ้นแล้ว ค่อยๆ เปล่งเสียงอันไพเราะ ฉะนั้น

                          ข้าพระองค์ทั้งหมดเป็นผู้ปฏิบัติตรง จะคอยฟังพระดำรัส

                          อันไพเราะของพระองค์ ข้าพระองค์ขอทูลวิงวอนให้พระองค์

                          ผู้ละชาติและมรณะได้แล้ว ทรงกำจัดบาปไม่มีส่วนเหลือ

                          ให้ทรงแสดงธรรม การกระทำความใคร่หามีแก่ปุถุชนทั้งหลาย

                          ไม่ ส่วนการกระทำความพิจารณาย่อมมีแก่พระตถาคตทั้งหลาย

                          ไวยากรณ์อันสมบูรณ์นี้ เป็นของพระองค์ผู้มีพระปัญญา

                          ผุดขึ้นดี ทรงเรียนดีแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีพระปัญญา

                          ไม่ทราม อัญชลีมีในภายหลังนี้ ข้าพระองค์ประฌมดีแล้ว

                          พระองค์ทรงทราบอยู่ซึ่งคติของภิกษุชื่อนิโครธกัปปะ อย่าได้

                          ทรงทำข้าพระองค์ให้หลงเลย ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีความ

                          เพียรไม่ทราม พระองค์ทรงรู้แจ้งอริยธรรมอันประเสริฐยิ่ง

                          ทรงทราบอยู่ซึ่งไญยธรรมทั้งปวง อย่าได้ทรงทำข้าพระองค์

                          ให้หลงเลย ข้าพระองค์หวังจะได้สดับพระดำรัสของพระองค์

                          อยู่ เหมือนบุรุษผู้ร้อนแล้วเพราะความร้อนในฤดูร้อน หวังจะ

                          ได้น้ำ ฉะนั้น ขอพระองค์จงยังสัททายตนะ คือ สุตะให้

                          ตกเถิด ภิกษุชื่อนิโครธกัปปะได้ประพฤติพรหมจรรย์ ตาม

                          ความปรารถนา พรหมจรรย์อะไรๆ ของท่านไม่เปล่า นิพพาน

                          แล้ว ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุหรือ หรือว่าเป็นผู้พ้น

                          วิเศษแล้วยังมีอุปาทานเหลืออยู่ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะขอ

                          ฟังความข้อนั้น ฯ

             พระผู้มีพระภาคตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า

                          ภิกษุชื่อนิโครธกัปปะ ได้ตัดตัณหาในนามรูปนี้ ที่เป็นกระแส

                          แห่งกัณหมาร อันนอนเนื่องแล้วสิ้นกาลนาน เธอได้

                          ข้ามพ้นชาติและมรณะไม่มีส่วนเหลือ ปรินิพพานแล้วด้วย

                          อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ พระผู้มีพระภาค ผู้ประเสริฐสุด

                          ด้วยอินทรีย์ ๕ เป็นต้น ได้ตรัสอย่างนี้ ฯ

             ท่านพระวังคีสะกราบทูลว่า

                          ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์นี้ได้ฟังแล้ว ย่อมเลื่อมใส

                          พระดำรัสของพระองค์ ได้ยินว่า ข้าพระองค์ได้ทูลถามถึง

                          พรหมจรรย์อันไม่เปล่า พระองค์ผู้เป็นพราหมณ์ไม่ลวงข้า

                          พระองค์ พระสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นผู้มีปรกติกล่าว

                          อย่างใด กระทำอย่างนั้น ได้ตัดข่ายอันมั่นคงนั้นๆ ของ

                          มัจจุราชผู้มีมายาขาดแล้ว ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ภิกษุ

                          ชื่อนิโครธกัปปะผู้สมควร ได้เห็นเบื้องต้นแห่งอุปาทาน

                          ได้ล่วงบ่วงมารที่ข้ามได้แสนยากแล้วหนอ ฯ


ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรม ประยุกต์ใช้" โดยใช้สาระสำคัญของ มารเธยยสูตร  ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 25  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่  17  ขุททกนิกาย  อิติวุตตกะ  สุตตนิบาต  ๒. จูฬวรรค 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เพลง: อชรสาสูตรสิ่งที่ไม่ชำรุด

เพลง: อชรสาสูตรสิ่งที่ไม่ชำรุด  (Intro) โลกหมุนไป…ทุกสิ่งแปรผัน วันและคืน…ไม่เคยหยุดรอ แต่มีบางสิ่ง…ไม่เคยเสื่อมคลอ คือธรรมในใจ…ที่เรา...