เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แซม อัลท์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอ (OpenAI) ได้ออกมาชื่นชมการเปิดตัวโมเดล R1 ของดีปซีค (DeepSeek) ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) เมื่อคืนวันจันทร์ (27 ม.ค.) อัลท์แมนกล่าวชื่นชมสตาร์ตอัป AI จากจีนที่มาแรงนี้ว่า ได้พัฒนาโมเดลที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับงบที่ลงทุนไป พร้อมยอมรับว่า DeepSeek เป็นคู่แข่งที่มาช่วยกระตุ้นให้บริษัทต้องเร่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังพัฒนาอยู่
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า DeepSeek ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหางโจวของจีนได้สร้างความปั่นป่วนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวันจันทร์ หลังจากแชตบอต AI ของบริษัทได้รับความนิยมอย่างมาก และท้าทายความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า การพัฒนา AI ที่เก่งจำเป็นต้องใช้พลังการประมวลผลที่มากขึ้นเท่านั้น
ทั้งนี้จากการได้ลองใช้ DeepSeek ตามทำสั่งที่เคยใช้งานจากแชทจีพีที โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้ในการเขียนรายงานทางวิชาการและการแต่งเพลง ก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ จึงได้ทดลองให้ DeepSeek แต่งเพลง อย่าตื่นตูม (Think Before You Share) เป็นภาษาบาลี หลังจากนั้นได้นำเนื้อเพลงไปให้ Suno ทำเพลงจึงได้ผลดังนี้
ເນື້ອເພງ : ດຣສົມພົງສ໌,AI
ທຳນອງ - ຮ້ອງໂດຍ : suno
คลิกฟังเพลงที่นี่
(Intro)
เสียงแชร์มาเพียบ ไม่รู้จริงหรือปลอม
อย่าเพิ่งเชื่อเลย ต้องคิดก่อนโพสต์
โลกออนไลน์ มีทั้งจริงและไม่จริง
ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ก่อนจะเชื่อสิ่งใด
(Verse 1)
มีกระต่ายตัวหนึ่ง ได้ยินเสียงดังเปรี้ยง
คิดว่าโลกถล่ม วิ่งหนีไม่คิดไตร่ตรอง
บอกต่อเพื่อนสัตว์ ทั้งป่าก็แตกตื่น
แต่สุดท้ายพบว่า แค่ผลไม้หล่นลง
(Pre-Chorus)
อย่าเพิ่งเชื่อเลย อย่าเพิ่งแชร์ไป
ต้องคิดให้ดี ก่อนจะส่งต่อใคร
ข่าวลือมากมาย อย่าให้มันหลอกตา
ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ก่อนจะเชื่อสิ่งใด
(Chorus)
อย่าตื่นตูม อย่าเพิ่งเชื่อไป
ทุกอย่างบนโลก ไม่ได้เป็นแบบนั้น
ข่าวลือมากมาย อย่าให้มันหลอกตา
ใช้ปัญญาไตร่ตรอง ก่อนจะเชื่อสิ่งใด
(Verse 2)
โลกออนไลน์ มีทั้งจริงและไม่จริง
แชร์กันเพียบเลย แต่ไม่รู้ที่มา
บางทีข่าวปลอม ก็ทำให้คนแตกตื่น
แต่ถ้าใช้ปัญญา เราจะไม่หลงทาง
(Bridge)
Think before you share, yeah!
อย่าให้ข่าวลือ มันมาทำลายใจ
ใช้สติและปัญญา ค่อยๆ ไตร่ตรอง
แล้วเราจะไม่หลงทาง
(Outro)
Think before you share, yeah!
อย่าให้ข่าวลือ มันมาทำลายใจ
ใช้สติและปัญญา ค่อยๆ ไตร่ตรอง
แล้วเราจะไม่หลงทาง
บทนำ
ทุททุภายชาดก เป็นหนึ่งในชาดกที่ปรากฏในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาตชาดก วรรคที่ 3 ซึ่งเล่าเรื่องราวของกระต่ายที่ตื่นตูมเมื่อได้ยินเสียงผลมะตูมหล่น และทำให้สัตว์อื่นๆ ตื่นตระหนกตามไปด้วย ชาดกนี้สะท้อนถึงปัญหาของการเชื่อตามผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง และเน้นย้ำถึงความสำคัญของปัญญาและศีลในการดำเนินชีวิต บทความนี้จะวิเคราะห์สาระสำคัญของทุททุภายชาดกในบริบทของพุทธสันติวิธี ซึ่งเน้นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
สาระสำคัญของทุททุภายชาดก
ทุททุภายชาดก เริ่มต้นด้วยการที่กระต่ายได้ยินเสียงผลมะตูมหล่นและเข้าใจผิดว่าเป็นภัยอันตราย จึงวิ่งหนีไป สัตว์อื่นๆ ที่ได้ยินคำบอกเล่าของกระต่ายก็พากันตื่นตระหนกและวิ่งหนีตามไปด้วย โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
การเชื่อตามผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง
กระต่ายและสัตว์อื่นๆ ตื่นตระหนกเพียงเพราะได้ยินเสียงและคำบอกเล่า โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง (ข้อ 586-587) สิ่งนี้สะท้อนถึงพฤติกรรมของคนที่มักเชื่อตามผู้อื่นโดยขาดการใช้ปัญญาไตร่ตรอง (ข้อ 588)ปัญญาและศีลเป็นเครื่องป้องกันความประมาท
ชาดกนี้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างคนพาลที่เชื่อตามผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง กับบัณฑิตที่สมบูรณ์ด้วยศีลและปัญญา (ข้อ 589) บัณฑิตย่อมไม่เชื่อตามผู้อื่นโดยปราศจากหลักฐาน และดำรงชีวิตด้วยความสงบและความรอบคอบ
การประยุกต์ใช้ในพุทธสันติวิธี
พุทธสันติวิธีเป็นแนวทางที่เน้นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีโดยอาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ทุททุภายชาดกสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทนี้ได้ดังนี้:
การใช้ปัญญาไตร่ตรอง
การแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องเริ่มจากการใช้ปัญญาในการวิเคราะห์สถานการณ์และหาข้อเท็จจริง โดยไม่เชื่อตามผู้อื่นโดยปราศจากหลักฐาน เช่น การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมควรเริ่มจากการหาข้อเท็จจริงและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการไม่ตื่นตระหนกและสร้างความสงบ
การไม่ตื่นตระหนกและสร้างความสงบในสังคมเป็นพื้นฐานของสันติวิธี การไม่แพร่กระจายข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันการพัฒนาศีลและปัญญา
การพัฒนาศีลและปัญญาเป็นเครื่องป้องกันความประมาทและช่วยให้บุคคลสามารถดำรงชีวิตอย่างสงบสุข บัณฑิตที่สมบูรณ์ด้วยศีลและปัญญาย่อมไม่ตกอยู่ในกับดักของข่าวลือหรือข้อมูลที่ผิดพลาด
สรุป
ทุททุภายชาดกเป็นเรื่องราวที่สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ปัญญาไตร่ตรองและไม่เชื่อตามผู้อื่นโดยขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของพุทธสันติวิธี การนำหลักธรรมจากชาดกนี้มาประยุกต์ใช้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมได้อย่างสันติและสร้างสรรค์ โดยเน้นการพัฒนาปัญญาและศีลเพื่อป้องกันความประมาท
เอกสารอ้างอิง
พระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาตชาดก วรรคที่ 3 ทุททุภายชาดก.
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2546). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิเคราะห์ ทุททุภายชาดก ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาตชาดก ๓. กุฏิทูสกวรรค ที่ประกอบด้วย
๒. ทุททุภายชาดก
ว่าด้วยพวกกระต่ายตื่นตูม
[๕๘๖] ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน ข้าพเจ้าอยู่ในประเทศใด ประเทศนั้น
ทำเสียงว่า ทุททุภะ แม้ข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้เสียงลั่นนั้นตรงไหนกัน อะไร
ทำให้เกิดเสียงว่า ทุททุภะ ข้าพเจ้าก็ไม่รู้อีก.
[๕๘๗] กระต่ายได้ยินผลมะตูมสุกหล่นมีเสียงว่า ทุททุภะ ก็วิ่งหนีไป หมู่เนื้อ
ได้ฟังถ้อยคำของกระต่ายแล้ว พากันตกใจวิ่งหนีไปด้วย.
[๕๘๘] ชนเหล่าใด มักเชื่อตามเสียงคนอื่น ยังไม่ทันได้ถึงร่องรอยแห่งวิญญาณ
เลย ชนเหล่านั้นนับว่า เป็นพาล มีความประมาทเป็นอย่างยิ่ง ดีแต่เชื่อ
ผู้อื่น.
[๕๘๙] ส่วนชนเหล่าใด สมบูรณ์ด้วยศีล ด้วยปัญญา ยินดีในความสงบ ชน
เหล่านั้นนับว่า เป็นบัณฑิต งดเว้นความชั่วห่างไกล ย่อมไม่เชื่อ
คนอื่นเลย.
ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรม ประยุกต์ใช้" โดยใช้สาระสำคัญของ ทุททุภายชาดก ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดกจตุกกนิบาตชาดก ๓. กุฏิทูสกวรรค

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น