วิเคราะห์สีลวีมังสชาดกในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาตชาดก ๓. กุฏิทูสกวรรค
บทนำ
สีลวีมังสชาดก เป็นหนึ่งในชาดกที่ปรากฏในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาตชาดก ๓. กุฏิทูสกวรรค ชาดกนี้เน้นถึงความสำคัญของศีล (ความประพฤติที่ดีงาม) และธรรมะที่นำมาซึ่งความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า โดยชาดกนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนหลักธรรมทางพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทของพุทธสันติวิธี ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและความไม่เบียดเบียน
สาระสำคัญของสีลวีมังสชาดก
สีลวีมังสชาดก ประกอบด้วยคาถาหลายบทที่เน้นถึงคุณค่าของศีลและธรรมะ ดังนี้
ศีลเป็นความงามและความเยี่ยมในโลก (คาถา 618)
คาถานี้ชี้ให้เห็นว่าศีลเป็นเครื่องประดับที่งดงามที่สุดของมนุษย์ ศีลไม่เพียงแต่ทำให้บุคคลมีความสง่างามในสายตาของผู้อื่น แต่ยังเป็นเครื่องป้องกันไม่ให้บุคคลทำร้ายผู้อื่น แม้แต่สัตว์ร้ายเช่นงูที่มีพิษร้ายก็ไม่เบียดเบียนผู้อื่นหากรู้สึกตัวว่าตนเองมีศีลการไม่เบียดเบียนผู้อื่น (คาถา 619)
คาถานี้เปรียบเทียบเหยี่ยวที่คาบชิ้นเนื้อไว้ในปากกับนกตะกรุมที่ล้อมจิกชิ้นเนื้อนั้น แม้เหยี่ยวจะคาบชิ้นเนื้อไว้ แต่ก็ไม่เบียดเบียนคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งนี้สะท้อนถึงหลักการไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่นความสุขที่เกิดจากการไม่มีความหวัง (คาถา 620)
คาถานี้ยกตัวอย่างนางปิงคลาทาสีที่หลับเป็นสุขได้เพราะหมดความหวัง แสดงให้เห็นว่าความสุขที่แท้จริงอาจเกิดขึ้นได้เมื่อบุคคลไม่ยึดติดกับความปรารถนาสมาธิเป็นธรรมที่นำความสุข (คาถา 621)
คาถานี้เน้นว่าสมาธิเป็นธรรมะที่นำมาซึ่งความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ผู้ที่มีจิตตั้งมั่นจะไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น
การวิเคราะห์ในบริบทพุทธสันติวิธี
พุทธสันติวิธีเป็นแนวทางที่เน้นการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยไม่ใช้ความรุนแรงและไม่เบียดเบียนผู้อื่น สีลวีมังสชาดกสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทนี้ได้ดังนี้
ศีลเป็นพื้นฐานของสันติวิธี
ศีลเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญในพุทธสันติวิธี เพราะศีลช่วยควบคุมพฤติกรรมของบุคคลไม่ให้ทำร้ายผู้อื่น การมีศีลทำให้บุคคลสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุขการไม่เบียดเบียนผู้อื่น
คาถาที่ 619 สะท้อนถึงหลักการไม่เบียดเบียนผู้อื่น ซึ่งเป็นหัวใจของพุทธสันติวิธี การไม่เบียดเบียนไม่เพียงแต่หมายถึงการไม่ทำร้ายร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการไม่ทำร้ายจิตใจผู้อื่นด้วยการปล่อยวางความปรารถนา
คาถาที่ 620 ชี้ให้เห็นว่าความสุขที่แท้จริงอาจเกิดขึ้นได้เมื่อบุคคลไม่ยึดติดกับความปรารถนา ในบริบทของสันติวิธี การปล่อยวางความปรารถนาอาจช่วยลดความขัดแย้งและนำมาซึ่งความสงบสุขสมาธิเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ
คาถาที่ 621 เน้นว่าสมาธิเป็นธรรมะที่นำมาซึ่งความสุข ผู้ที่มีจิตตั้งมั่นจะไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น ในบริบทของสันติวิธี สมาธิสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพภายในจิตใจและสังคม
สรุป
สีลวีมังสชาดกเป็นชาดกที่เน้นถึงความสำคัญของศีลและธรรมะที่นำมาซึ่งความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ชาดกนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนหลักธรรมทางพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทของพุทธสันติวิธี โดยเน้นการไม่เบียดเบียนผู้อื่น การปล่อยวางความปรารถนา และการใช้สมาธิเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ ดังนั้น การศึกษาสีลวีมังสชาดกจึงมีคุณค่าทั้งในเชิงหลักธรรมและการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงเพื่อสร้างสังคมที่สงบสุข
เอกสารอ้างอิง
พระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาตชาดก ๓. กุฏิทูสกวรรค
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2546). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วิเคราะห์ สีลวีมังสชาดก ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดก จตุกกนิบาตชาดก ๓. กุฏิทูสกวรรค ที่ประกอบด้วย
๑๐. สีลวีมังสชาดก
ว่าด้วยธรรมที่นำความสุขมาให้
[๖๑๘] ได้ยินว่า ศีลแล เป็นความงาม ศีลเป็นเยี่ยมในโลก ขอพระองค์จง
ทอดพระเนตรงูใหญ่ มีพิษร้าย ย่อมไม่เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยมารู้สึกตัวว่า
เป็นผู้มีศีล.
[๖๑๙] นกตะกรุมทั้งหลายในโลก พากันล้อมจิกชิ้นเนื้อที่เหยี่ยวคาบอยู่ในปาก
ชั่วเวลาที่มันคาบชิ้นเนื้อนิดหน่อยอยู่เท่านั้น หาได้เบียดเบียนคนที่ไม่มี
ความกังวลไม่.
[๖๒๐] ผู้ไม่มีความหวัง ย่อมหลับเป็นสุข ความหวัง ย่อมเผล็ดผลเป็นสุขได้
นางปิงคลาทาสี ได้ทำความหวังจนหมดหวังแล้ว จึงหลับเป็นสุขได้.
[๖๒๑] ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า ธรรมอันจะนำความสุขมาให้ยิ่งไปกว่าสมาธิ
ย่อมไม่มี ผู้มีจิตตั้งมั่น ย่อมไม่เบียดเบียนทั้งคนอื่น และตนเอง.
ในปริบทพุทธสันติวิธี: หลักธรรม ประยุกต์ใช้" โดยใช้สาระสำคัญของ สีลวีมังสชาดก ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 27 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 19 ขุททกนิกาย ชาดกจตุกกนิบาตชาดก ๓. กุฏิทูสกวรรค
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น