วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

สงบนิ่งร่มเงาพุทธ!กลางกรุงบูดาเปสต์ฮังการี


สงบนิ่งร่มเงาพุทธ!กลางกรุงบูดาเปสต์ฮังการี  : สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร รายงาน


'ร่างกายยืดตรง หลับตาสงบนิ่ง ดำรงสติมั่น' เป็นภาพที่สื่อสารผ่านทางเฟซบุ๊กนาม Phanna Som ของพระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษสอนนิสิตวิทยาลัยพระพุทธศาสนาธรรมเกต (Dharma Gate Buddhist College) กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ซึ่งเป็นวิทยาลัยสมทบของ มจร ที่ผ่านการลงนามความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างรัฐบาลทั้่ง 2 ประเทศคือประเทศไทยและประเทศฮังการี โดยประเทศไทยภายใต้การดำเนินการของ มจร 


พระมหาสมบูรณ์ ได้บรรยายภาพประกอบดังกล่าวซึ่งโพสต์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ความว่า "นิสิตของที่นี่ปฏิบัติตามแนวทางของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ที่ให้มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ วันนี้มีนิสิตเข้าร่วมปฏิบัติธรรมจำนวน 22 คน ทุกคนปฏิบัติอย่างมุ่งมั่นและเคร่งครัดในระเบียบวินัย เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. รวมเวลา 7 ชั่วโมงต่อเนื่อง" 


ทั้งนี้พระมหาสมบูรณ์ได้รายงานถึงภารกิจของการเป็นอาจารย์พิเศษในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2561 ความว่า  ในช่วงนี้ระหว่างวันที่ 2-22 พฤศจิกายน 2561 ผมมีภารกิจตามหนังสือนิมนต์ของอธิการบดีวิทยาลัยพระพุทธศาสนาธรรมเกต (Dharma Gate Buddhist College) ผ่านการอนุมัติของอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้มาสอนนิสิตของที่นี่ วิชาที่สอนประกอบด้วย (1) Theravada Buddhist Countries (2) Dhammapada และ (3) Buddhist Psychology รวมทั้งกิจกรรมพิเศษ คือ นำพานิสิตปฏิบัติกรรมฐานเป็นเวลา 2 วัน


ช่วงนี้ที่ฮังการีเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อน (Summer) เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) ครับ ทุกช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลจะเป็นวันหยุดของที่นี่ ล่าสุดระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม - 2 พฤศจิกายน รวม 5 วัน เป็นวันหยุดเนื่องในโอกาสเปลี่ยนผ่านฤดูกาลของที่นี่ ช่วงนี้ต้นไม้ส่วนใหญ่มีใบเหลืองและกำลังร่วงหล่นโดยลำดับ อย่างต้นเมเปิลหน้าตึกที่ผมพักอาศัยก็ใบเหลืองและร่วงหล่นไปมากแล้ว สภาพอากาศก็หนาวลงโดยลำดับ กลางวันประมาณ 15 องศา กลางคืนประมาณ 9-12 องศา


แต่ท่ามกลางใบไม้เหลืองหม่น ยังมีไม้ดอกบางชนิดที่เบ่งบานชูช่อในช่วงฤดูนี้ อย่างสวนหย่อมที่หน้าตึกผมและตึกข้างเคียงก็มีให้เห็นประปราย


เมื่อเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน2561 ได้โพสต์อีกครั้งความว่า ภารกิจที่ฮังการี: พระพุทธศาสนาเถรวาท (01)


นับตั้งแต่ผมมาปฏิบัติหน้าที่อยู่กรุงบาดาเปสต์ ประเทศฮังการี วิชาแรกที่ผมได้รับมอบหมายให้สอน คือ วิชา "ประเทศพระพุทธศาสนาเถรวาท" (Theravada Buddhist Countries) จุดมุ่งหลายหลักของวิชานี้คือเพื่อทำความเข้าใจพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศต่างๆ ผ่านมิติทางประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม เป็นต้น โดยมุ่งเน้นเหตุการณ์ที่สำคัญ (major events) วิชานี้เปิดให้นิสิตเลือกลงทะเบียนเรียนได้ตามความสนใจ บางท่านเป็นนิสิตปี 1 บางท่านปี 2 บางท่านเป็นอาจารย์ของที่นี่ บางท่านกำลังเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาอื่นแต่มาขอเข้านั่งฟังด้วย มีคนหนึ่งเป็นชาวสเปนกำลังทำปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยใหญ่แห่งหนึ่งในบูดาเปสต์


ก่อนทำความเข้าใจ "เถรวาท" ผมได้ให้ข้อมูลนิสิตเกี่ยวกับค่านิยมในแวดวงวิชาการพระพุทธศาสนาว่า เพื่อให้ง่ายในการสื่อสารและการศึกษา เรานิยมแบ่งพระพุทธศาสนาออกเป็น 2 ยุคหลัก คือ (1) พระพุทธศาสนายุคต้น ซึ่งนิยมเรียกในภาษาอังกฤษว่า "Early Buddhism" บ้าง "Pre-sectarian Buddhism" (พระพุทธศาสนาก่อนแตกนิกาย) บ้าง "Original Buddhism" บ้าง "Premitive Buddhism" บ้าง และอื่นๆ แม้ความเห็นของนักวิชาการอาจไม่ตรงกันทั้งหมด แต่เป็นที่รับรู้ร่วมกันคร่าวๆว่า หมายถึงพระพุทธศาสนาแบบที่มีอยู่ในสมัยพุทธกาล ซึ่งได้แก่พระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงและบัญญัติไว้เอง รวมถึงคำสอนของพระสาวกในสมัยนั้นด้วย ยาวไปจนถึงยุคหลังพุทธกาลก่อนเกิดการแตกนิกายในสมัยสังคายนาครั้งที่ 2 เรียกง่ายๆ ว่า พระพุทธศาสนายุคต้นก็คือพระพุทธศาสนาตามที่บรรจุอยู่ในพระไตรปิฎกนั่นเอง และ (2) พระพุทธศาสนายุคหลัง (Later/Sectarian Buddhism) หมายถึง พระพุทธศาสนาหลังเกิดการแตกนิกาย กำหนดคร่าวๆ คือ พระพุทธศาสนาหลังเกิดการแตกนิกายในสมัยสังคายนาครั้งที่ 2 อย่างไรก็ตาม เวลาเราพูดถึงพระพุทธศาสนายุคหลังนั้น ต้องอย่าลืมใส่วงเล็บด้วยว่า ที่ว่ายุคหลังนั้นหลังน้อยหรือหลังมากแค่ไหน โดยมีหลักบางอย่างที่บ่งความเป็นพระพุทธศาสนายุคหลัง เช่น มีแยกออกเป็นกลุ่มนิกายต่างๆ มีการสร้างอัตลักษณ์บางอย่างที่บ่งบอกความเป็นนิกายนั้นๆ อย่างการตีความคำสอนบางอย่างไม่เหมือนกัน มีการแต่งคัมภีร์อธิบายพระธรรมวินัยเป็นของเฉพาะตน เป็นต้น


และวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 พระมหาสมบูรณ์ได้รายงานกิจกรรมการปฏิบัติธรรมของนิสิตดังกล่าว ที่สะท้อนถึงแง่มุมที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันนี้ชาวยุโรปและอเมริกาให้หันมาสนใจฝึกสติมากขึ้น หากมีแง่มุมที่น่าสนใจ(สมาทปนา ในพุทธลีลา4) และครั้งนี้เป็นครั้งนี้ 2 ที่พระมหาสมบูรณ์เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจดังกล่าว จึงขออนุญาตนำมารายงานเผยแพร่อีกช่วงหนึ่งเป็นระยะๆ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sunakkhatta Sutta Identifies Craving and Ignorance as the Roots of Conflict, Offering Mindfulness and Wisdom as the Path to Lasting World Peace

  The Sunakkhatta Sutta (Majjhima Nikāya, Book 14 of the Pāli Canon) presents profound teachings on the development of the human mind and t...